ลิมป์บิซกิต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลิมป์บิซกิต
Limp Bizkit in Paris during the 2009 Unicorns N' Rainbows Tour.jpg
ลิมป์บิซกิตในคอนเสิร์ตที่ปารีสปี 2009
ข้อมูลพื้นฐาน
เกิดที่ แจ็กสันวิลล์ ฟลอริดา
แนวเพลง นูเมทัล[1][2][3]
แร็ปคอร์
แร็ปเมทัล [1][4]
ปี 1994-ปัจจุบัน
ค่าย Flip, Interscope, Geffen
สมาชิก
Fred Durst
Sam Rivers
John Otto
DJ Lethal
Wes Borland
อดีตสมาชิก
Terry Balsamo
Mike Smith

ลิมป์ บิซกิต (อังกฤษ: Limp Bizkit) เป็นวงนูเมทัลสัญชาติอเมริกัน จากเมืองแจ็กสันวิลล์ ฟลอริดา สมาชิกปัจจุบันคือ เฟร็ด เดิสต์ นักร้องนำ, แซม ริเวอร์ส มือเบส , จอห์น อ็อตโต มือกลอง เทอร์รี บัลซาโม มือกีตาร์และเทิร์นเทเบิล ส่วนมือกีตาร์เดิม เวส บอร์แลนด์ ออกจากวงในปี 2001 หลังจากออกอัลบั้ม 3 ชุด และแทนโดยไมค์ สมิธ ในการออกผลงานชุดที่ 4 Results May Vary แล้วบอร์แลนด์เข้ามาร่วมวงอีกครั้งในชุด The Unquestionable Truth (Part 1) และออกอีกครั้งในปี 2006 เพื่อทำงานร่วมกับวงอื่น วงมียอดขายอัลบั้ม 33 ล้านชุดทั่วโลก[5]

ประวัติ[แก้]

ค่ายฟลิพเร็คคอร์ดส ซึ่งเป็นค่ายอินดี้ต้นสังกัดของ ลิมป์บิซกิต จ่ายเงินจ้างให้สถานีวิทยุแห่งหนี่ง เล่นซิงเกิลเพลงแรกของ ลิมป์บิซกิต ชื่อ Counterfeit หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สลงข่าวเรื่องนี้ แม้จะเป็นข่าวไม่ดี แต่ข่าวก็คือข่าว ลิมป์บิซกิต จึงเริ่มเป็นที่รู้จัก ต่อมาลิมป์บิซกิต ออกซิงเกิลใหม่ เป็นการนำเพลง Faith ของจอร์จ ไมเคิลที่โด่งดังในยุคทศวรรษ 80 มาทำใหม่

ลิมป์บิซกิต เป็นวงแร็พคอร์ ที่นำแนวดนตรีเมทัล พั้งค์ ฮิพฮ็อพ มาผสมผสานกัน พวกเขา มาจากเมืองแจ็คสันวิลล์ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของวง Molly Hatchet, Lynyrd Skynyrd และ 38 Special คุณสมบัติของ ลิมป์บิซกิต ตรงตามแบบฉบับวงร็อก กล่าวคือ ทำเพลงที่ทำให้แฟนเพลงตกใจด้วยความเต็มใจ และยินดีอย่างยิ่ง ทั้งยังมีการแสดงคอนเสิร์ตแบบแหวกแนวด้วย

เฟร็ด เดิร์สท ช่างสักผู้กลายมาเป็นนักร้องนำของ ลิมป์บิซกิต ตั้งวงขึ้นร่วมกับแซม ริเวอร์ส เพื่อนเก่าซึ่งรับตำแหน่งมือเบสของวง ต่อมา แซมพาจอห์น อ็อตโต้ ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นมือกลองวงแจ๊ซมาเข้าวงด้วย หลังจากนั้น ทางวงก็ได้ตัวเวส บอร์แลนด์ มือกีต้าร์ แล้วทั้งสี่ก็กลายเป็นสมาชิก ลิมป์บิซกิต ยุคบุกเบิก

ทั้งสี่เห็นพ้องกันว่า ควรจะตั้งชื่อวงว่า ลิมป์บิซกิต แต่แม้จะมีวงเรียบร้อยแล้ว ทางวงยังมีอุปสรรคอีกประการหนึ่งคือ การทำให้คนรู้จักวงดนตรีของพวกเขา เฟร็ด เดิร์สทแก้ปัญหานี้โดยใช้อาชีพรับสักร่างกายของเขาเป็นเครื่องมือ ว่ากันว่าหลังจาก ลิมป์บิซกิต ตั้งวงได้ไม่นาน วง Korn ได้ไปแสดงคอนเสิร์ตที่แจ็คสันวิลล์ หลังแสดงเสร็จ ฟีลดี้ มือเบส กับเฮ้ด มือกีต้าร์วง Korn ได้ไปที่บ้านของเฟร็ดเพื่อให้เขาสักให้ โชคเข้าข้างเฟร็ด เพราะฟีลดี้กับเฮ้ดกลายมาเป็นเพื่อนสนิทของเขา เมื่อวง Korn มาแจ็คสันวิลล์อีกครั้ง เฟร็ดจึงเอาเทปตัวอย่างของ ลิมป์บิซกิต ให้ฟีลดี้กับเฮ้ดไปและทาง Korn ก็สัญญาเป็นมั่นเหมาะว่าจะส่งเทปต่อไปให้รอส โรบินสัน โปรดิวเซอร์ของวง รอส โรบินสันชอบผลงานของ ลิมป์บิซกิต มาก นับแต่นั้นมาลิมป์บิซกิต ก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อย ๆ ในวงการเพลง และได้แสดงคอนเสิร์ตกับ House of Pain และ The Deftones

ในปี 1995 ลิมป์บิซกิต ได้ตัวสมาชิกคนที่ 5 ซึ่งเป็นคนสุดท้ายคือดีเจเลธัล นักประดิษฐ์เสียงจากเทิร์นเทเบิ้ลจากวง House of Pain เมื่อได้ดีเจเลธัลมา LIMP BIZKIT ก็มีแนวเพลงใหม่เข้ามาผสมผสานด้วยคือ แนวฮิพฮ็อพแบบแปลก ๆ เพราะการสแครชแผ่นของดีเจเลธัล ไม่ใช่การสแครชแผ่นพื้น ๆ แบบดีเจทั่วไป

ลิมป์บิซกิตได้ข้อเสนอจากค่ายเพลงทั่วอเมริกา แต่ทางวงตัดสินใจเซ็นสัญญากับค่ายอินดี้ชื่อว่า ฟลิพเรคคอร์ดส แล้วออกอัลบั้มแรกชื่อว่า Three Dollar Bill Y'all$ ในปี 1997 หลังออกอัลบั้มลิมป์บิซกิตออกทัวร์โปรโมตอัลบั้มอย่างหนัก การแสดงคอนเสิร์ตของลิมป์บิซกิตมีอะไรพิสดารเสมอ ครั้งหนึ่ง เฟร็ด เดิร์สท นักร้องนำออกจากห้องน้ำขนาดใหญ่บนเวที ท่ามกลางฉากที่ได้รับอิทธิพลจากหนังไซไฟ แถมยังมีนักเต้นเบรกแด๊นซ์อยู่โดยรอบด้วย การแสดงคอนเสิร์ตแบบนี้ทำให้ ลิมป์บิซกิต ได้แฟนเพลงกลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น แต่ก็นำความอื้อฉาวมาด้วย โดยเฉพาะเมื่อ ลิมป์บิซกิต นำเพลง Faith ของจอร์จ ไมเคิลมาทำใหม่ ในช่วงที่จอร์จตกเป็นข่าวถูกจับกุมในห้องน้ำ เพราะทำอนาจารพอดี

Significant Other อัลบั้มชุดที่ 2 ของลิมป์บิซกิต ออกขายในวันที่ 22 มิถุนายน 1999 และทำยอดขายได้ถึง 5 แสนชุดในสัปดาห์แรก งานชุดนี้มีศิลปินดังมาร่วมงานมากมาย เช่น ดีเจพรีเมียร์จากวง Gangstarr จอน เดวิสจาก Korn สก็อต ไวแลนด์จาก Stone Temple Pilots และเม็ทธอดแมนจาก Wu Tang Clan ด้วย (แม้แต่แม่ของเฟร็ด เดิร์สทยังมีภาพอยู่บนปกอัลบั้มด้วย)

อัลบั้มใหม่ของ ลิมป์บิซกิตจะออกมาในเดือนสิงหาคมนี้ ใช้ชื่อ Chocolate Starfish and the Hotdog Flavored Water โดยมีเพลง Take A Look Around ที่เป็นเพลงธีมของหนังเรื่อง Mission Impossible II หรือ M:I-2 รวมอยู่ด้วย

ชื่อวง ลิมป์บิซกิต เป็นชื่อที่เขียนให้เพี้ยนไปจากตัวสะกดจริง เช่นเดียวกับการสะกดชื่อวง Led Zeppelin ที่มาของชื่อวงมาจาก คำพูดของเพื่อนคนหนึ่งของเฟร็ด ที่พูดถึงเฟร็ดว่า "His brain was like a limp biscuit" (เฟร็ดเป็นคนสมองทึบ) แต่แทนที่เฟร็ดจะโกรธ เขากลับชอบ และเอาคำนี้มาใช้เป็นชื่อวง

ลิมป์บิซกิต จ่ายใต้โต๊ะให้สถานีวิทยุแห่งหนึ่ง เปิดซิงเกิล Counterfeit ซึ่งเป็นซิงเกิลแรกของวง ในรายการพิเศษของเอ็มทีวี เฟร็ดกล่าวว่าสมัยที่ ลิมป์บิซกิต ยังไม่มีใครรู้จัก (ในปี 1998) ทางวงได้จ่ายเงินให้สถานีวิทยุ KUFO ในโคโลราโด้ให้เล่นซิงเกิลเพลง Couterfeit ประมาณ 5000 เหรียญ ต่อการเล่น 5 ครั้งใน 5 สัปดาห์ เฟร็ดบอกว่า การทำอย่างนี้ได้ผลดีมาก

ปัจจุบันลิมป์บิซกิตได้กำลังผลิตอัลบั้มใหม่ในรอบ 5 ปีให้หลังจากอัลบั้ม The Unquestionable Truth (Part 1) และในอัลบั้มนี้มีชื่อว่า "Gold Cobra" และจะปล่อยในภายใต้ค่าย"Polydor/Interscope"ในเครือ Universal Music Group แล้วจะเปิดตัวเพลงและมิวสิกวิดีโอนำร่องในเดือน มีนาคม 2010

ผลงาน[แก้]

  • Three Dollar Bill, Yall$ (1997)
  • Significant Other (1999)
  • Chocolate Starfish and the Hot Dog Flavored Water (2000)
  • Results May Vary (2003)
  • The Unquestionable Truth (Part 1) (2005)
  • "Gold Cobra (2011)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]