มิชาเอล บัลลัค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มิชาเอล บัลลัค
Michael Ballack (Confed-Cup 2005) cropped.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม Michael Ballack
เกิด 26 กันยายน ค.ศ. 1976 (38 ปี)
เกิดที่ เกือลิทซ์ เยอรมนีตะวันออก
สูง 1.89 ม. (6 ฟุต 2 นิ้ว)[1]
ตำแหน่ง กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน ไบเออร์ เลเฟอร์คูเซิน
หมายเลข 13
ชุดเยาวชน
1983–1995 Chemnitzer FC
ชุดใหญ่*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1995–1997 Chemnitzer FC II 18 (3)
1995–1997 Chemnitzer FC 49 (10)
1997–1999 ไกเซอร์สเลาเทิร์น 46 (4)
1999–2002 ไบเออร์ เลเฟอร์คูเซิน 79 (27)
2002–2006 บาเยิร์น มิวนิค 107 (44)
2006–2010 เชลซี 105 (17)
2010– ไบเออร์ เลเฟอร์คูเซิน 13 (0)
ทีมชาติ
1996–1998 Germany U21 19 (7)
1999– เยอรมัน 98 (42)
* จำนวนนัดที่ลงเล่นให้ชุดใหญ่และจำนวนประตูนับเฉพาะลีกท้องถิ่นเท่านั้น และ เป็นข้อมูล ณ วันที่ 04:53, 5 October 2010 (UTC).

† ลงเล่น (ประตู)

‡ จำนวนนัดที่ลงเล่นและจำนวนประตูให้ทีมชาติ ข้อมูล ณ วันที่ 13:03, 25 June 2010 (UTC)

มิชาเอล บัลลัค (เยอรมัน: Michael Ballack) เกิดเมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1976 เป็นนักฟุตบอลชาวเยอรมัน เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับสโมสรเชมนิทซ์ ต่อมาย้ายไปอยู่กับไกเซอร์สเลาเทิร์น ได้ 2 ปี ก่อนถูกทีมไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ซื้อตัวไป ถือว่าเป็นช่วงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จากการลงเล่น 107 นัดทำประตูได้ 36 ประตู ต่อมาจึงถูกสโมสรอันดับ 1 ของเยอรมัน อย่าง บาเยิร์น มิวนิค ซื้อตัวไป เมื่อหลังจบฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี บัลลัคซึ่งหมดสัญญากับบาเยิร์น ไปเซ็นสัญญากับสโมสรเชลซี ในอังกฤษ ซึ่งที่ผ่านมาทำประตูไปได้ 8 ประตู

ประวัติ[แก้]

มิชาเอล บัลลัค เกิดที่เมือง Chemnitz และเริ่มต้นเล่นฟุตบอลที่โรงเรียน Chemniz ในระดับมัธยมศึกษา ก่อนจะเข้าร่วมกับทีม Karl-Marx-Stadt FC ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Chemnitzer

1995-1996 เขากลายเป็นนักเตะของสโมสร Chemnitzer และลงเล่นในฐานะนักเตะดาวรุ่งของทีม และลงเล่นไปทั้งหมด 15 นัด

1996-1997 เขากลายเป็นตัวหลักของทีม และยิงประตูครั้งแรกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 1996 ในเกมกับทีม Dynamo Dresden ช่วยให้ทีมชนะ 1-0 โดยในฤดูกาลนี้เขาได้ลงทั้งหมด 34 นัด และทำได้ 10 ประตู ด้วยฟอร์มการเล่นในฤดูกาลนี้ของเขาทำให้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดยู-21 ของเยอรมัน

1997-1998 ด้วยฟอร์มการเล่นที่ค่อนข้างดี บัลลัค จึงถูกไกเซอร์สเลาเทิร์นทีมน้องใหม่ในบุนเดสลีก้าดึงตัวมาร่วมทีม โดยลงเล่นในบุนเดสลีก้าครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กันยายน 1997 ในเกมพบกับคาร์สลูห์ ซึ่งลงเล่นในฐานะตัวสำรอง รวมเบ็ดเสร็จฤดูกาลนี้ลงเล่นทั้งสิ้น 16 นัด และในปีนี้เองที่อ๊อตโต้ เรหาลเก้นเทรนเนอร์ของทีมสร้างสิ่งมหรรศจรรย์ด้วยการพาทีมไกเซอร์สเลาเทิร์น เป็นแชมป์บุนเดสลีก้าทั้งที่ทีมพึ่งจะเป็นปีแรกที่เลื่อนชั้นจากลีก้า 2 ทำให้เขามีชื่อในฐานะนักเตะทีมแชมป์บุนเดสลีก้าอีกด้วย

1998-1999 เขากลายเป็นตัวหลักของทีมในฤดูกาลนี้ และระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ซึ่งประตูแรกของเขาใน บุนเดสลีก้าเกิดจากลูกฟรีคิก ในนาทีที่ 67 ของเกมที่ปะทะ ฮันซ่า รอสต๊อค และช่วยให้ทีมเสมอไป 2-2 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 1998 โดยในฤดูกาลนี้เขาจัดการซัดไป 4 ประตูจาก 30 เกม ด้วยวัยที่ยังอายุน้อย และผลงานที่ค่อนข้างดีกับ ไกเซอร์สเลาเทิร์น ทำให้เขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติเยอรมัน และเป็นความหวังที่จะเป็นสายเลือดใหม่ของทีม เขาถูกส่งลงสนามครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 เมษายน 1999 ในเกมพบกับสกอตแลนด์

1999-2000 ด้วยผลงานที่โดดเด่นเหลือเกินกับ ไกเซอร์สเลาเทิร์น ทำให้ เลเวอร์คูเซ่นทีมชั้นนำของบุนเดสลีก้าดึงตัวมาร่วมทีมด้วย ค่าตัว 8 ล้านมาร์กเยอรมัน โดยในฤดูกาลนี้ลงเล่น 23 เกมในลีกและทำได้ 2 ประตู แล้วยังยิงอีก 2 ประตูในบอลยูฟ่าคัพ 2 นัดอีกด้วย และในท้ายฤดูกาลยังช่วยพาทีมทำอันดับไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกส์ได้สำเร็จ ในระดับทีมชาติ มิชาเอล บัลลัค ถูกเรียกตัวติดทีมอยู่บ่อยครั้ง และได้ลงเล่นอีกหลายดนัด แต่ก็ยังไม่ได้เป็นตัวหลักของทีม และในยูโร 2000 เขาได้ลงเล่นเพียงแค่ 63 นาทีเท่านั้น

2000-2001 มิชาเอล บัลลัค ยกระดับตัวเองขึ้นสู่นักเตะชั้นแนวหน้าของเยอรมันกลายเป็นคนสำคัญของทีมโดยลงเล่นในลีก 27 นัดซัดไป 7 ประตู และอีก 1 ประตูจาก 5 เกมแชมเปี้ยนลีก กลายเป็นผู้เล่นที่ถูกจับตามองว่าจะกลายเป็นนักเตะชั้นนำของโลกได้ในไม่ช้า ในนามทีมชาติเขาก็เป็นตัวหลักของทีมชาติเยอรมัน ลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกอย่างสม่ำเสมอ และทำประตูได้นัดแรกในวันที่ 28 มีนาคม 2001ในเกมกับกรีซ ด้วยลูกจุดโทษในนาทีที่ 25 เอาชนะไป 2-1

2001-2002 เป็นอีกฤดูกาลที่น่าจดจำสำหรับเขา เพราะเขาเป็นจอมทัพพาทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยสำคัญถึง 2 รายการ คือยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก และเดเอฟเบ โพคาล แต่ก็เป็นได้แค่รองแชมป์ทั้งสองรายการ นอกจากนี้ยังเป็นรองแชมป์บุนเดสลีก้าอีกด้วย โดยรวมเป็ดเสร็จเขาลงเล่น 29 นัดในลีก ทำได้ 17 ประตู และอีก 6 ประตูจาก 15 นัดในแชมเปี้ยนลีก กลายเป็นความทรงจำที่ไม่น่าประทับใจนักกับการเป็นรองแชมป์ถึง 3 ถ้วย เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของเยอรมัน หรือ Germany’s Footballer of the Year และรางวัลสุดยอดมิดฟิลด์ของยุโรป จากยูฟ่าอีกด้วย ในปี 2002 มีฟุตบอลโลกที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น มิชาเอล บัลลัค ลงเล่นอย่างโดดเด่นและพาทีมชาติเยอรมันทะยานเข้าสูรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่ในเกมนัดชิงชนะเลิศเข้าไม่สามารถลงเล่นได้เพราะติดโทษแบน จึงทำให้เยอรมันขาดจอมทัพคนสำคัญไป และในที่สุดเยอรมันก็พ่ายบราซิลไป 2-0 จึงทำให้บัลลัคกลายเป็นรองแชมป์อีกครั้งหนึ่ง

2002-2003 มิชาเอล บัลลัค ถูกดึงมาร่วมทีม บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 6 ล้านยูโร และหวังว่าเขาจะประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ได้เสียที โดยเขาลงเล่นในลีก 26 นัดยิงได้ 10 ประตู และ 1 ประตูจาก 7 นัดใน แชมเปี้ยนลีก แต่ในท้ายที่สุดเขาก็สารมารถพาทีมขึ้นเป็นแชมป์บุนเดสลีก้า และแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ได้สำเร็จ สานความฝันของเขาได้เสียที

2003-2004 ในปีนี้ มิชาเอล บัลลัค และทีมบาเยิร์น มิวนิคโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนัก ทำได้เพียงแค่รองแชมป์บุนเดสลีกา และไม่มีถ้วยใด ๆ ติดมือเลย โดยเขายิงได้ 7 ประตูจาก 28 นัดในลีก และลงเล่น 8 นัดในแชมเปี้ยนลีกแต่ยิงประตูไม่ได้เลย เขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติเยอรมันเพื่อลุยยูโร 2004 ที่โปรตุเกส แต่ก็ต้องมาอยู่ร่วมสายกับ สาธารณรัฐเช็ค ฮอลแลนด์ และลัตเวีย ซึ่งเขาและทีมต้องกระเด็นตกรอบแรกหลังจากเสมอฮอลแลนด์ และลัตเวีย ตามด้วยแพ้สาธารณรัฐเช็ค สร้างความช้ำใจให้กับตัวเขาและทีมชาติเป็นอย่างมาก และหวังจะแก้ตัวให้สำเร็จในฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมัน

2004-2005 เป็นอีกครั้งที่เขาพาทีมโชว์ฟอร์มได้อย่างยิ่งใหญ่ในเยอรมัน เพราะคว้าดับเบิ้ลแชมป์เยอรมันได้อีกครั้ง คือแชมป์บุนเดสลีกา และแชมป์เดเอฟเบ โพคาล โดยทำได้ 12 ประตูจาก 27 นัดในลีกและ 2 ประตูจาก 9 นัดในแชมเปี้ยนลีก เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมเยอรมัน หรือรางวัล Germany’s Footballer of the Year Winner of the "Bambi"-Award ซึ่งถือเป็นรางวัลสุดยอดนักเตะเยอรมัน และยังถูกเสนอชื่อเข้าชิง FIFA World Footballer of the Year อีกด้วย

2005-2006 คว้าดับเบิ้ลแชมป์เยอรมันได้อีกครั้ง คือแชมป์บุนเดสลีกา และแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ซึ่งก็ทำได้อย่างสบาย ๆ โดยเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดมิดฟิลด์คนหนึ่งของโลก มีความครบเครื่องทั้งเกมรุกและรับ รวมทั้งยังยิงประตูจากแถวสองได้เป็นอย่างดี เขาทำได้ 14 ประตูจาก 26 นัดในลีก

2006-2007 เป็นฤดูกาลแรกที่เขาได้ย้ายมาสู่สโมสรเชลซี หลังจากหมดสัญญากับทีมบาเยิร์น มิวนิคโดยย้ายตัวมาแบบฟรีๆ ซึ่งเขาลงเล่นลีกไปทั้งหมด 26 นัด ทำได้ 5 ประตู เอฟเอคัพ 9 นัด ทำได้ 1 ประตู และแชมเปี้ยนลีก 10 นัด ทำได้ 2 ประตู แม้จะโชว์ฟอร์มตกลงจากเดิม แต่ก็เนื่องมาจากการที่เขาต้องใช้เวลาปรับตัวกับรูปแบบเกมฟุตบอลที่เร็วและหนักหน่วงมากขึ้นในอังกฤษนั่นเอง แต่ทั้งนี้เขาก็คว้าแชมป์ได้กับเชลซีถึงสองรายการคือ เอฟเอ คัพ และ ลีกคัพในฤดูกาลแรกของเขากับสโมสรใหม่

เกียรติประวัติกับทีมชาติเยอรมัน[แก้]

เกียรติประวัติกับสโมสร[แก้]

ไกเซอร์สเลาเทิร์น[แก้]

บาเยิร์น มิวนิค[แก้]

  • แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมัน ปี 2003, 2005, 2006
  • แชมป์เดเอฟเบโพคาล ปี 2003, 2005, 2006
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีขออง ซอกเกอร์ ไดเจสต์ ปี 2003
  • กองกลางยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่า ปี 2003
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของเยอรมัน ปี 2002, 2003, 2005

เชลซี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Michael Ballack Official profile". www.michael-ballack.com. 16 January 2009. สืบค้นเมื่อ 16 January 2009.