มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ
| มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ | |
|---|---|
| University of Leipzig | |
| สถาปนา | 2 ธันวาคม ค.ศ. 1409 |
| ประเภท | รัฐ |
| ที่ตั้ง | ไลพ์ซิจ สหพันธรัฐแซกโซนี |
| เว็บไซต์ | www.uni-leipzig.de |
มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ (เยอรมัน: Universität Leipzig; อังกฤษ: University of Leipzig) ตั้งอยู่ที่เมืองไลพ์ซิจ สหพันธรัฐแซกโซนี ประเทศเยอรมนี และเป็นมหาวิทยาลัยประจำเมืองไลพ์ซิจ มีการเรียนการสอน 14 คณะ
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1409 เป็นมหาวิทยาลัยลำดับที่ 3 ที่เปิดการเรียนการสอนในประเทศเยอรมนี (ต่อจาก มหาวิทาลัยไฮเดลแบรก และมหาวิทยาลัยโคโลญ) แต่เป็นมหาวิทยาลัยที่มีอายุเก่าแก่อันดับสองของเยอรมนี ที่ยังคงมีการเรียนการสอนในปัจจุบัน เนื่องจากมหาวิทยาลัยโคโลญ มีการหยุดการเรียนการสอนไประยะหนึ่ง
ที่มาในการจัดตั้งมหาวิทยาลัย เนื่องจากในศตวรรษที่ 14 มีการแทรกแซงทางการเมืองในมหาวิทยาลัยแห่งกรุงปราก ซึ่งการแทรกแซงดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมากต่อกลุ่มคณาจารย์ และนักศึกษาที่ใช้ภาษาเยอรมัน กลุ่มคณาจารย์นำโดยโยฮันน์ ฟอน มวนสเตอร์เบือก (Johann von Münsterberg) โดยการสนับสนุนจาก เฟรดเดอริกที่หนึ่ง เจ้าผู้ครองสหพันธรัฐแซกโซนี และ วิลเลี่ยมที่สอง ผู้ปกครองเมืองไมเซน ให้ย้ายมาเปิดการเรียนการสอน และจัดตั้งมหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ โดยครั้งนั้น รวมจำนวนคณาจารย์และนักศึกษาประมาณ400 คน ได้ย้ายมาจากดำเนินการเรียนการสอนต่อที่มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ โดย โยฮันน์ ฟอน มวนสเตอร์เบือก (Johann von Münsterberg) เป็นอธิการบดีคนแรก โดยใช้เอากุสเทอูมและโบสถ์เซนต์เปาโล เป็นที่ทำการของมหาวิทยาลัยในสมัยนั้น[1]
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองไลพ์ซิจเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนีตะวันออก ซึ่งปกครองในระบบคอมมิวนิสต์ ในปี ค.ศ. 1953 มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ จึงถูกเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยเป็น มหาวิทยาลัยคาร์ล มาร์กซ์ ต่อมาเมื่อเกิดการรวมประเทศในปี ค.ศ. 1989 จึงได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ ดังเดิมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา[2]
เหตุการณ์สำคัญ [แก้]
ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของมหาวิทยาลัยมีดังนี้[3]
| ปี | เหตุการณ์ |
|---|---|
| พฤษภาคม ค.ศ. 1409 | คณาจารย์และนักศึกษาปริญญาเอก จำนวน 46 คน และนักศึกษาจำนวน 369 คน อพยพออกจากกรุงปราก สหพันธรัฐปรัสเซีย |
| ธันวาคม ค.ศ. 1409 | จัดตั้งมหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ |
| ค.ศ. 1415 | ก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์ |
| ค.ศ. 1446 | ก่อตั้งคณะนิติศาสตร์ |
| ค.ศ. 1542 | จัดตั้งหอสมุดมหาวิทยาลัย |
| ค.ศ. 1760 | เมืองไลพ์ซิจ มีประชากรกว่า 30,000 คน และมหาวิทยาลัยมีนักศึกษารวม 600 คน |
| ค.ศ. 1884 | จัดตั้งสถาบันทดสอบสุขภาพจิตแห่งแรกของโลก โดย วิลเฮล์ม วุนดท์ (Wilhelm Wundt) |
| ค.ศ. 1933 | เวอร์เนอร์ ไฮเซนเบอรก (Werner Heisenberg) ได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ ประจำปี ค.ศ. 1932 จากแนวคิดเรื่องควอนตัม |
| ค.ศ. 1945 | สงครามโลกครั้งที่สอง มหาวิทยาลัยปิดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว ผลพวงของสงครามทำให้หนังสือกว่าร้อยละ 70 ขอมหาวิทยาลัยเสียหาย |
| ค.ศ. 1946 | มหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนอีกครั้ง |
| ค.ศ. 1953 | มหาวิทยาลัยถูกเปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยคาร์ลมาร์กซ์ |
| ค.ศ. 1968 | คริสตจักรประจำมหาวิทยาลัยถูกทำลายภายใต้การสั่งการของผู้ปกครองประเทศเยอรมนีตะวันออก และผู้บริหารมหาวิทยาลัยในสมัยนั้น |
| ค.ศ. 1991 | มหาวิทยาลัย ได้กลับมาใช้ชื่อ มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ อีกครั้งภายหลังการรวมประเทศ เป็นประเทศเยอรมนี |
| ค.ศ. 2003 | เริ่มวางแผนการก่อสร้างอาคารคริสตจักรประจำมหาวิทยาลัย (โบสถ์นักบุญเปาโล) ขึ้นทดแทนของเดิมที่ถูกทำลาย โดยออกแบบเป็นอาคารหอประชุมแทนที่จะใช้เป็นคริสตจักร[4] |
| ค.ศ. 2009 | มหาวิทยาลัยมีอายุครบ 600 ปี |
หอสมุดมหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ [แก้]
หอสมุดมหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ หรือ หอสมุดอัลเบอตินา
คณะที่เปิดสอน [แก้]
มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ มีคณะที่เปิดสอนในปัจจุบัน ทั้งสิ้น 14 คณะ มีหลักการเรียนการสอนทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก รวมทั้งสิ้นกว่า 150 หลักสูตร ณ ปีการศึกษา 2007/2008 มีนักศึกษาทั้งสิ้น 26,978 คน โดยในจำนวนนี้ เป็นนักศึกษาต่างชาติ 2,347 คน[5]
รายชื่อคณะที่เปิดทำการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ ในปัจจุบันทั้งสิ้น 14 คณะ [6] มีดังนี้
- คณะศาสนศาสตร์
- คณะนิติศาสตร์
- คณะประวัติศาสตร์ ศิลปศาสตร์ และตะวันออกศึกษา
- คณะนิรุกติศาสตร์ (ภาษาศาสตร์)
- คณะศึกษาศาสตร์
- คณะสังคมศาสตร์และปรัชญา
- คณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ (รวมถึงวิศวกรรมโยธา)
- คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
- คณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ
- คณะคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์
- คณะชีววิทยา เภสัชศาสตร์ และจิตวิทยา
- คณะฟิสิกส์และธรณีวิทยา
- คณะเคมี และแร่ธาตุ
- คณะสัตวแพทยศาสตร์
ความสัมพันธ์กับประเทศไทย [แก้]
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ มีความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ศ.ดร.สุพจน์ หารหนองบัว อาจารย์ประจำหน่วยวิจัยเคมีคอมพิวเตอร์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมงานวิจัย และงานวิชาการร่วมกับ ดร.ซีกฟรีด ฟริทซ์เช่ อาจารย์ประจำสถาบันฟิสิกส์เชิงทฤษฎี คณะฟิสิกส์และธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ[7]
เกียรติประวัติ [แก้]
คณาจารย์ [แก้]
- กูสทาฟ ลูดวิช เฮิร์ทซ (Gustav Ludwig Hertz) นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ ประจำปี ค.ศ. 1925 ได้เข้าเป็นอาจารย์คณะฟิสิกส์ มหาวิทาลัยไลพ์ซิจ ระหว่างปี ค.ศ. 1955 - ค.ศ. 1967
- ปีเตอร์ เดบาย (Peter Debye) นักเคมีฟิสิกส์รางวัลโนเบล สาขาเคมี ประจำปี ค.ศ. 1936 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจระหว่างปี ค.ศ. 1927 - ค.ศ. 1936
- ธีโอดอร์ มอมเซน (Theodor Mommsen) นักประวัติศาสตร์รางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ประจำปี ค.ศ. 1902 จากผลงานประวัติศาสตร์โรม ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ ระหว่างปี ค.ศ. 1848 - ค.ศ. 1851
- นาธาน ซัวเดอร์โบลม (Nathan Söderblom) นักประวัติศาสตร์รางวัลโนเบล ประจำปี ค.ศ. 1930 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันศาสนาเปรียบเทียบ มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ ระหว่างปี ค.ศ. 1912 - ค.ศ. 1914
- วิลเฮลม โอสท์วาล์ด (Wilhelm Ostwald) นักเคมีรางวัลโนเบล สาขาเคมี ประจำปี ค.ศ. 1909 ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์คณะเคมี มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ ระหว่างปี ค.ศ. 1887 - ค.ศ. 1906
- เวอร์เนอร์ ไฮเซนเบอรก (Werner Heisenberg) ได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ ประจำปี ค.ศ. 1932 จากแนวคิดเรื่องควอนตัม
นักศึกษา [แก้]
- กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ (ค.ศ. 1646 - ค.ศ. 1716) ปรัชญาเมธี และนักคณิตศาสตร์คนสำคัญ เป็นชาวเมืองไลพ์ซิจโดยกำเนิด และเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ ระหว่างปี ค.ศ. 1661 - ค.ศ. 1666 ปัจจุบันอนุสวรีย์ของ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ได้จัดวางไว้ ณ ลานด้านหน้าอาคารเรียนคณะเศรษฐศาสตร์
- โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธอ (ค.ศ. 1749 - ค.ศ.1832) นักประพันธ์ นักวิจารณ์ ปรัชญาเมธีผู้โด่งดังของเยอรมนี สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตการทำงานที่เมืองไวมาร์ ปัจจุบัน อนุสวรีย์ของ โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธอ ได้จัดตั้งไว้ ณ ลานด้านหลังศาลาว่าการเมืองหลังเก่า
- ริชาร์ด วากเนอร์ คีตกวีที่เกิดในไลพ์ซิจเมื่อ ค.ศ. 1813 แม้จะไปใช้ชีวิตวัยเด็กในเดรสเดน แต่ก็กลับมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ ก่อนจะผันตัวเองไปเป็นนักประพันธ์เพลง และอุปรากรในช่วงที่เหลือของชีวิต
- อังเงลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมันคนแรก และคนปัจจุบัน เป็นศิษย์เก่า คณะฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ ระหว่างปี ค.ศ. 1973 - ค.ศ. 1978
บทความที่เกี่ยวข้อง [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ http://www.newadvent.org/cathen/09140a.htm
- ↑ http://www.britannica.com/EBchecked/topic/335479/University-of-Leipzig
- ↑ http://www.zv.uni-leipzig.de/uni-stadt/universitaet/leitbild-profil-geschichte/geschichte-der-universitaet.html
- ↑ มหาวิทยาลัยได้จัดลงทุนก่อสร้างกลุ่มอาคารใหม่ขึ้น ณ บริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารเรียนหลังแรกของมหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ โดยให้ชื่อว่า แคมปุส (CAMPUS) ซึ่งประกอบไปด้วยที่ตั้งคณะเศรษฐศาสตร์ โรงอาหาร หอสมุด ห้องประชุมขนาดใหญ่ ห้องจัดนิทรรศการ ซึ่งเดิมคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2009 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 600 ปี มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ แต่เนื่องจากบริษัทผู้รับเหมาล้มละลายเนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ จึงทำให้การก่อสร้างอาคารในสว่นด้านหน้า ได้แก่บริเวณเดิมที่เป็นที่ตั้งคริสตจักรและอาคารเรียนหลังแรกหยุดชะงัก ไม่สามารถส่งมอบงานได้ทันในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 600 ปี
- ↑ http://www.leipzig.de/int/en/stadt_leipzig/zahlen/erziehung/hochschulen/
- ↑ http://www.zv.uni-leipzig.de/uni-stadt/universitaet/fakultaeten.html
- ↑ http://www.material.chula.ac.th/CCB/staff/Supot_T.htm