ภูมิทัศน์และอิคารัสปีกหัก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
งานจิตรกรรม
ภูมิทัศน์และอิคารัสปีกหัก
Landscape with the Fall of Icarus
เปียเตอร์ บรูเกล (ผู้พ่อ)?
Bruegel, Pieter de Oude - De val van icarus - hi res.jpg

ภาพเขียนสีน้ำมันบนผ้าใบ
ค.ศ. 1558
พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์แห่งเบลเยียม

ปิเอเตอร์ บรูเกล (ผู้พ่อ) ภูมิทัศน์และอิคารัสปีกหัก (อังกฤษ: Landscape with the Fall of Icarus) เป็นภาพเขียนที่เชื่อกันมานานว่าเป็นภาพที่เขียนโดยเปียเตอร์ บรูเกล แต่จากการวิจัยทางเท็คนิคในปี ค.ศ. 1996 ทำให้เกิดความเคลือบแคลงในสมมติฐานดังกล่าว[1] แต่ก็อาจจะเป็นภาพที่เขียนจากภาพเดิมที่เขียนโดยบรูเกล[2] เนื้อหาของภาพส่วนใหญ่มาจากโอวิด ภาพเขียนกลายเป็นหัวของโคลงชื่อเดียวกันโดยวิลเลียม คาร์ลอส วิลเลียมส์ (William Carlos Williams) และ ในโคลงที่เขียนโดยดับเบิลยู. เอช. ออเดนชื่อ Musée des Beaux Arts ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับพิพิธภัณฑ์ที่เป็นที่ตั้งของภาพเขียน

ในตำนานเทพเจ้ากรีกอิคารัสสามารถบินได้ด้วยปีกที่สร้างโดยเดดาลัส (Daedalus) ผู้เป็นพ่อ โดยสร้างปีกด้วยขนนกติดกันด้วยขี้ผึ้ง ก่อนที่จะบินเดดาลัสเตือนลูกชายไม่ให้บินเข้าใกล้พระอาทิตย์หรือทะเลจนเกินไป แต่ด้วยความตื่นเต้นอิคารัสก็บินสูงขึ้นจนใกล้พระอาทิตย์เข้าไป ความร้อนของพระอาทิตย์ก็ละลายขึ้ผึ้งที่เชื่อมขนนกบนปีกของอิคารัส เมื่อไม่มีปีกอิคารัสก็ตกจากท้องฟ้าลงไปทะเลและจมน้ำตาย ในภาพ “อิคารัสปีกหัก” ขาของอิคารัสยังคงโผล่อยู่เหนือน้ำทางมุมล่างขวาของภาพไม่ไกลจากเรือ แต่พระอาทิตย์เกือบตกดินแล้ว ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าอิคารัสไม่มีโอกาสบินเข้าใกล้พระอาทิตย์ตามที่กล่าวในตำนานได้

แม้ว่าจะเป็นจิตรกรรมภูมิทัศน์ตามชื่อของภาพ และตามลักษณะการเขียนแบบของจิตรกรรมภูมิทัศน์ของจิตรกรรมยุคเนเธอร์แลนด์ตอนต้นที่ประกอบด้วยคนตัวเล็กๆ ไกลๆ (staffage) ในภาพ ที่ริเริ่มโดยโยฮาคิม พาทิเนอร์ (Joachim Patiner) แต่การมีตัวแบบตอนหน้าของภาพที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาหลักโดยทั่วไปของภาพ ทำให้เป็นการผสมระหว่างจิตรกรรมภูมิทัศน์และภาพชีวิตประจำวัน ซึ่งเท่ากับเป็นการละเมิดหลักการลำดับคุณค่าของศิลปะ จิตรกรรมภูมิทัศน์อื่นๆ ของบรูเกลเช่นภาพ “คนล่าสัตว์กลางหิมะ” (The Hunters in the Snow) ที่เขียนในปี ค.ศ. 1565 และอื่นๆ แสดงฤดูต่างๆ และมีตัวคนประกอบ แต่ไม่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับสัดส่วนของภาพ หรือไม่ได้มีหัวข้อจากระดับศิลปะที่ “สูง” ไปกว่าภาพเขียนหลัก

งานชิ้นนี้ไม่เป็นที่รู้จักกันจนกระทั่งเมื่อได้รับการซื้อโดยพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1912 ต่อมาก็มีภาพเขียนอีกเวอร์ชันหนึ่งปรากฏขึ้นมา แต่โดยทั่วไปถือว่าเป็นภาพมีคุณภาพต่ำกว่าที่เป็นของอีกพิพิธภัณฑ์หนึ่งในบรัสเซลส์ (ในภาพนี้อิคารัสยังตกไม่ถึงน้ำ)[3] ภาพนี้เป็นภาพเขียนภาพเดียวของบรูเกลที่เป็นภาพจากตำนานเทพ และเป็นภาพเดียวที่เป็นภาพเขียนสีน้ำมันบนผ้าใบ—งานเขียนชิ้นอื่นเป็นงานที่เขียนด้วยสีฝุ่น ทัศนมิติระหว่างเรือและบุคคลในภาพดูไม่สมส่วน แต่อาจจะเป็นจุดที่สร้างพลังให้แก่องค์ประกอบของภาพ นอกจากนั้นบรูเกลก็ยังสร้างแบบสำหรับการแกะภาพพิมพ์ที่มีเรือและร่างที่ตกลงมาสองร่าง[4]

คนไถนา คนเลี้ยงแกะ และคนหาปลากล่าวถึงในตำนานของโอวิด ที่ในภาพดูจะไม่สนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าใดนัก ตามความเห็นของดับเบิลยู. เอช. ออเดน ภาพเขียนนี้อาจจะเป็นภาพของความไม่ยินดียินร้ายของมนุษย์ในความทุกข์ยากที่เกิดขึ้น โดยการเน้นถึงเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นรอบข้างที่ยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะมีเหตุการณ์อันร้ายแรงที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เมื่ออิคารัสจะตกลงมาถึงแก่ชีวิต

อ้างอิง[แก้]

  1. Says the Museum:"On doute que l'exécution soit de Pieter I Bruegel mais la conception lui est par contre attribuée avec certitude" - It is doubtful if the execution is by Breugel the Elder, but the composition can be said with certainty to be his"Museum database and JSTORBruegel's "Fall of Icarus": Ovid or Solomon?, Lyckle de Vries, Simiolus: Netherlands Quarterly for the History of Art, Vol. 30, No. 1/2 (2003), pp. 4-18
  2. JSTOR Radiocarbon Dating of Canvas Paintings: Two Case Studies, Mark J. Y. Van Strydonck, Liliane Masschelein-Kleiner, Cees Alderliesten, Arie F. M. de Jong; Studies in Conservation, Vol. 43, No. 4 (1998), pp. 209-214
  3. De Vries:4
  4. Rose-Marie and Rainer Hagen, Bruegel, The Complete Paintings, p.60, 2001, Midpoint Press, ISBN3822815314

ดูเพิ่ม[แก้]