ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่
العربية الفصحى‎/عربي فصيح[note B]
al-ʻArabīyah al-fuṣḥá/ʻArabī faṣīḥ
Arabic albayancalligraphy.svg
al-ʻArabīyah in written Arabic (Naskh script)
ออกเสียง see variations
ภูมิภาค กลุ่มประเทศอาหรับในตะวันออกกลาง แอฟฟริกาเหนือและจงอยแอฟริกา
ภาษาสำหรับศาสนาอิสลาม
จำนวนผู้พูด None[1]
(second language only)
ตระกูลภาษา
ระบบการเขียน อักษรอาหรับ
สถานภาพทางการ
ภาษาทางการ ภาษาราชการของ 27 ประเทศ ซึ่งมากเป็นอันดับสามรองจากภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส[2]
ผู้วางระเบียบ
รหัสภาษา
ISO 639-3 arb
นักภาษาศาสตร์ arb-mod
การแพร่กระจายของภาษาอาหรับในโลกอาหรับ.
ภาษาราชการภาษาเดียว (เขียว); ภาษาราชการร่วม (ฟ้า)

ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่ (Modern Standard Arabic; MSA; ภาษาอาหรับ: اللغة العربية الفصحى‎ al-luġatu l-ʿarabiyyatu l-fuṣḥā) หรือภาษาอาหรับมาตรฐานหรือภาษาเขียนของภาษาอาหรับ เป็นรูปแบบมาตรฐานของภาษาอาหรับที่ใช้สำหรับการเขียนและการพูดที่เป็นทางการ นักวิชาการตะวันตกได้แบ่งมาตรฐานภาษาอาหรับไว้เป็นสองแบบคือภาษาอาหรับคลาสสิก (Classical Arabic; CA; ภาษาอาหรับ: اللغة العربية التراثية) ซึ่งใช้ในอัลกุรอ่าน จักเป็นรูปแบบคลาสสิกของภาษาและภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่ (Modern Standard Arabic; MSA; ภาษาอาหรับ : اللغة العربية المعيارية الحديثة) ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐานที่ใช้ในปัจจุบัน ชาวอาหรับส่วนใหญ่จะถือว่าทั้งสองภาษานี้เป็นภาษาเดียวกัน

ภาษาอาหรับคลาสสิก[แก้]

ภาษาอาหรับคลาสสิกหรือภาษาอาหรับอัลกุรอ่านเป็นภาษาที่ใช้ในอัลกุรอ่านและวรรณกรรมในสมัยราชวงศ์อุมัยยัดและอับบาสิดเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 – 14 ภาษานี้ถือเป็นภาษาต้นกำเนิดของภาษาพูดรูปแบบต่างๆของภาษาอาหรับ แต่บางคนก็มองว่าภาษาอาระเบียเหนือโบราณหลายสำเนียงที่ใช้พูดในพุทธศตวรรษที่ 12 อาจจะเป็นจุดกำเนิดของภาษาพูดด้วย

ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่[แก้]

ภาษานี้จัดเป็นมาตรฐานของภาษาเขียนในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ และเป็นหนึ่งในภาษาราชการ 6 ภาษาของสหประชาชาติ เอกสารในโลกอาหรับเช่น หนังสือ หนังสือพิมพ์ วารสาร เอกสารราชการ และแบบหัดอ่านสำหรับเด็กจะเขียนด้วยภาษามาตรฐานนี้ จัดเป็นภาษาราชการของประเทศอาหรับทุกประเทศ และใช้สอนในโรงเรียนทุกระดับ

สถานะของภาษาเชิงสังคมของภาษาอาหรับในโลกปัจจุบันเป็นตัวอย่างของการใช้สำเนียงที่แตกต่างกันของภาษาเดียวกันสองสำเนียงในสถานะทางสังคมที่แตกต่างกัน ผู้พูดภาษาอาหรับที่ได้รับการศึกษาจะสามารถสื่อสารด้วยภาษาอาหรับมาตรฐานในสถานการณ์ที่เป็นทางการในต่างแดนได้ ในกรณีที่สื่อสารด้วยภาษาอาหรับต่างสำเนียงแล้วไม่เข้าใจกัน

การเปลี่ยนจากภาษาอาหรับคลาสสิกเป็นภาษามาตรฐานสมัยใหม่[แก้]

ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่จะมีศัพท์ที่จัดว่าแปลกสำหรับผู้ใช้ภาษาอาหรับคลาสสิก ซึ่งอาจยืมมาจากภาษาอื่นเช่น فيلم ฟิล์ม หรือสร้างจากรากศัพท์เดิมที่มีอยู่แล้วเช่น هاتف hātif หมายถึงโทรศัพท์ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่มีโครงสร้างของภาษาที่ได้รับจากภาษาอื่น เช่นในภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่มีโครงสร้าง "X, X, X, และ X" แต่ในภาษาอาหรับคลาสสิกใช้ "X และ X และ X และ X" และพบประโยคที่ขึ้นด้วยประธานในภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่มากกว่า

ในกลุ่มของผู้ที่ไม่ได้พูดภาษาอาหรับจะถือว่าภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่กับภาษาอาหรับคลาสสิกเป็นคนละภาษา โดยต่างกันในด้านรูปแบบ รากศัพท์และการเพิ่มสิ่งใหม่ที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยเข้มงวดตามกฎของภาษาอาหรับคลาสสิก อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ภาษาอาหรับมาตรฐานสมัยใหม่จะมีความแตกต่างในแต่ละบริเวณขึ้นกับอิทธิพลของภาษาอาหรับท้องถิ่นและอิทธิพลของภาษาต่างชาติเช่น ภาษาฝรั่งเศสในแอฟริกาเหนือและเลบานอน ภาษาอังกฤษในอียิปต์และจอร์แดนเป็นต้น

ความแตกต่างในแต่ละพื้นที่[แก้]

ภาษาอาหรับมาตรฐานมีการใช้ในรูปแบบเดียวกันทั่วตะวันออกกลาง แต่จะมีความแตกต่างที่ได้รับอิทธิพลจากภาษาพูดอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น ในอัลญาซีรา โฆษกที่พูดภาษาอาหรับมาตรฐานจะเปลี่ยนการออกเสียงบางหน่วยเสียงตามแบบสำเนียงอียิปต์ เช่นออกเสียงج เป็น [ɡ] หรืออาจต่างกันที่การเน้นคำ การออกเสียงสระ และพยัญชนะบางตัว

อ้างอิง[แก้]

  • Holes, Clive (2004) Modern Arabic: Structures, Functions, and Varieties Georgetown University Press. ISBN 1-58901-022-1

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]