ภาพเหมือนของนายแพทย์กาแช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
งานจิตรกรรม
ภาพเหมือนของนายแพทย์กาแช (2)
Portrait of Dr. Gachet
ฟินเซนต์ ฟาน ก็อกฮ์
Vincent van Gogh - Dr Paul Gachet - Google Art Project.jpg

จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ
ค.ศ. 1890
พิพิธภัณฑ์ออร์แซ, ปารีส
งานจิตรกรรม
ภาพเหมือนของนายแพทย์กาแช (1)
Portrait of Dr. Gachet
ฟินเซนต์ ฟาน ก็อกฮ์
Portrait of Dr. Gachet.jpg

จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ
ค.ศ. 1890
งานสะสมส่วนบุคคล

ภาพเหมือนของนายแพทย์กาแช (อังกฤษ: Portrait of Dr. Gachet) เป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่เขียนโดยฟินเซนต์ ฟาน ก็อกฮ์[1]จิตรกรคนสำคัญชาวเนเธอร์แลนด์ของสมัยอิมเพรสชันนิสม์สมัยหลัง “ภาพเหมือนของนายแพทย์กาแช” ขายในราคา 82.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (75 ล้าน บวกค่าหนายหน้าสิบเปอร์เซ็นต์)[2]ในปี ค.ศ. 1990

“ภาพเหมือนของนายแพทย์กาแช” ที่เขียนในปีสุดท้ายของชีวิตของฟาน ก็อกฮ์ในปี ค.ศ. 1890 ภาพนี้ที่แท้จริงมีด้วยกันสองภาพทั้งสองภาพต่างก็เป็นภาพดอกเตอร์กาแชนั่งเกยหน้ากับแขนขวา ที่มีลักษณะต่างกันพอที่จะแยกได้

เนื้อหา

ที่มา [แก้]

ฟาน ก็อกฮ์เขียน “ภาพเหมือนของนายแพทย์กาแช” ที่เมืองโอแวร์ซูว์รวซ ใกล้กรุงปารีส เป็นภาพของดอกเตอร์ปอล กาแชกับต้นถุงมือจิ้งจอกบนโต๊ะ กาแชดูแลระหว่างเดือนสุดท้ายของชีวิตของฟาน ก็อกฮ์ และมีงานอดิเรกเป็นจิตรกรที่กลายมาเป็นเพื่อนที่ดีของฟาน ก็อกฮ์ ต้นถุงมือจิ้งจอกเป็นพืชที่ใช้สกัดมาใช้ในการรักษาโรคหัวใจบางประเภท ต้นถุงมือจิ้งจอกจึงเป็นเครื่องหมายที่ใช้แสดงว่ากาแชเป็นนายแพทย์

อาการหดหู่ [แก้]

“ทอร์ควาโท ทาสโซในโรงพยาบาลเซนต์แอนน์ที่เฟอร์รารา” โดยเออแฌน เดอลาครัวซ์

ฟาน ก็อกฮ์หวนคิดถึงภาพเหมือนของกวีชาวอิตาเลียนทอร์ควาโท ทาสโซโดยเออแฌน เดอลาครัวซ์ในสถานบำบัดผู้ป่วยด้วยโรคจิตหลายครั้ง หลังจากที่ไปมงเปลิเยร์กับพอล โกแกงเพื่อไปดูงานสะสมของอัลเฟรด บรูยาส์ ฟาน ก็อกฮ์ก็เขียนจดหมายถึงน้องชายทีโอขอให้ช่วยหาก็อปปีของภาพพิมพ์ของงานเขียนให้[3] สามเดือนกว่าๆ ต่อมาฟาน ก็อกฮ์ก็ได้ความคิดเกี่ยวกับลักษณะของภาพเหมือนที่ต้องการจะเขียน: "แต่จะเป็นภาพที่ประสานกับภาพที่เขียนโดยเออแฌน เดอลาครัวซ์ในการพยายามที่จะแสดง “ทาสโซในที่จำขัง” และภาพอื่นๆ อีกหลายภาพที่แสดงให้เห็นถึงบุคคลิกที่แท้จริง อา! ภาพเหมือน, ภาพเหมือนที่แสดงความคิด, วิญญาณ ของผู้เป็นแบบ, นี่แหละคือสิ่งที่ฉันคิดว่าควรจะเป็นลักษณะที่ปรากฏในภาพ”[4]

ฟาน ก็อกฮ์เขียนจดหมายถึงทีโอในปี ค.ศ. 1890 เกี่ยวกับภาพเขียนว่า:

ฉันเขียนภาพเหมือนของ เอ็ม. กาแชเสร็จเรียบร้อยที่มีใบหน้าที่หดหู่ แต่อาจจะดูเหมือนแกจะมีหน้าตาบูดบึ้งสำหรับผู้ที่ได้เห็น...เศร้าแต่อ่อนโยน และยังแสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่มีสติปัญญา ภาพเขียนอย่างนี้ควรจะเป็นวิธีภาพเหมือนควรจะเขียนกัน...

ประวัติการเป็นเจ้าของ [แก้]

  • ภาพดั้งเดิมขายโดยน้องสะใภ้ของฟาน ก็อกฮ์เป็นจำนวน 300 ฟรังก์ในปี ค.ศ. 1897 ต่อมาก็ถูกขายให้แก่ ปอล กาซีเร (ค.ศ. 1904), เคสเลอร์ (ค.ศ. 1904) และดรูเอต์ (ค.ศ. 1910) ในปี ค.ศ. 1911 หอศิลป์แห่งรัฐที่แฟรงก์เฟิร์ตก็ซื้อต่อจากดรูเอต์ และตั้งแสดงอยู่ที่นั่นจนกระทั่งปี ค.ศ. 1933 เมื่อถูกนำไปซ่อน ในปี ค.ศ. 1937 ภาพเขียนก็ถูกยึดโดยกระทรวงเพื่อส่งเสริมการประเทืองปัญญาของสาธารณชนและการโฆษณาชวนเชื่อ (Ministry of Public Enlightenment and Propaganda) ซึ่งเป็นสาขางานหนึ่งของนาซีที่พยายามกำจัดภาพเขียนก่อนสงครามที่ถือว่าเป็น ศิลปะที่แสดงความเสื่อมโทรมทางวัฒนธรรม (degenerate art) ภาพเขียนตกไปเป็นของแฮร์มันน์ เกอริง ผู้รีบขายให้แก่นักซื้องานศิลปะในอัมสเตอร์ดัม นักซื้อหันไปขายให้กับนักสะสมศิลปะซิกฟรีด ครามาร์สกีผู้นำติดตัวเมื่อหนีไปนิวยอร์ก ที่ครามาร์สกีมักจะให้งานศิลปะยืมโดยพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ในปี ค.ศ. 1990 ตระกูลครามาร์สกีก็ประมูลขาย ภาพเขียนมาได้รับความมีชื่อเสียงเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1990 เมื่อนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น Saitō Ryōei ซื้อภาพในราคา 82.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการประมูลที่ห้องประมูลภาพคริสตีส์ในนครนิวยอร์กที่ทำให้กลายเป็นภาพเขียนที่มีราคาสูงที่สุดในโลกในขณะนั้น Saitō ผู้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ของบริษัทผลิตกระดาษไดโชวะผู้มีอายุ 75 ปีสร้างความโกรธเคืองระดับโลกเมื่อกล่าวว่าจะเผาภาพเขียนพร้อมกับการร่างของตนเองเมื่อเสียชีวิต แต่ต่อมา Saitō ก็พยายามไกล่เกลี่ยว่าความหมายที่ตั้งใจคือต้องการที่จะอนุรักษ์ภาพเขียนตลอดไป ผู้ช่วยของ Saitō ให้คำอธิบายต่อไปว่าคำพูดดังกล่าวเป็นเพียงการพูดเพื่อแสดงความรู้สึกถึงความผูกพันอันลึกซึ้งของ Saitō ต่อภาพเขียน ต่อมา Saitō ก็กล่าวว่าจะอุทิศภาพเขียนให้กับรัฐบาลหรือพิพิธภัณฑ์ หลังจาก Saitō เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1996 ที่ตั้งของภาพเขียนและเจ้าของก็กลายเป็นเรื่องลึกลับ แต่มาเมื่อต้นปี ค.ศ. 2007[1] ก็มีข่าวมาว่าภาพเขียนถูกขายไปแล้วสิบปีก่อนหน้านั้นโดย Saitō เองให้แก่นักลงทุนทางการเงินที่เกิดในออสเตรียชื่อวูล์ฟกัง เฟลิทเทิล แต่หลังจากที่ประสบปัญหาทางการเงินเฟลิทเทิลก็ต้องขายภาพเขียนต่อแต่ยังไม่เป็นที่ทราบว่าใครเป็นผู้ซื้อ

อ้างอิง [แก้]

  1. Beaujean, Dieter. Vincent van Gogh: Life and Work. Könemann, 1999. ISBN 3-8290-2938-1.
  2. Van Gogh's vanishing act: A high-cost, low-profile canvas, U.S. News Online
  3. Letter 564
  4. Letter 531
  • Saltzman, Cynthia: Portrait of Dr. Gachet. The Story of a van Gogh Masterpiece: Money, Politics, Collectors, Greed, and Loss, . ISBN 0-670-86223-1

ดูเพิ่ม [แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]