ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า ภาค 1

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า ภาค 1 เล่มที่ 1-24

ตัวละคร[แก้]

ตัวเอกชาย[แก้]

  • ปู้จิ้งอวิ๋น
    ปู้จิ้งอวิ๋น (แปล: เหยียบเมฆา) เป็นศิษย์คนรองของสงป้า สงป้าสอนให้เป็นเจ้าตำหนักเมฆา และสอนวิชาฝ่ามือเมฆาล่องลอยให้ หารู้ไหมว่าปู้จิงอวิ๋นยอมเป็นศิษย์ของตน ก็เพื่อแก้แค้นที่สงป้าเคยฆ่าล้างครอบครัวของปู้จิงอวิ๋น. ปู้จิงอวิ๋นเดินทางออกจากพรรคใต้หล้าเมื่อได้พลั้งมือฆ่าขงฉื่อคนรักไป เมื่อคนรักได้ตายไปแล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องทนอยู่ภายใต้อำนาจของคนที่ฆ่าล้างตระกูลอย่างสงป้าอีก. ภายหลังปู้จิงอวิ๋นกลายเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งของยุทธภพโดยได้รับถ่ายทอดและฝึกฝนวิชาเพิ่มเติมหลายวิชา ไม่ว่าจะเป็นเพลงกระบี่สกุลฮั่ว เพลงกระบี่เหลือคณาจากอู๋หมิง เพลงกระบี่1-21ของเทพกระบี่ ได้รับพลังจากฝ่ามือยูไล ฯลฯ รวมทั้งยังได้กระบี่เลิศภพจบแดน และแขนกิเลนไฟมาครอบครองอีกด้วย. โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออู๋หมิงรับจิงอวิ๋นเป็นศิษย์ อู๋หมิงได้ปลดผนึกกระบี่เลิศภพจบแดน รวมทั้งแนะนำให้จิงอวิ๋นรวมวรยุทธทั้งหมดเข้าด้วยกันถึงขั้นกระบี่ไร้เสียง (อู๋หมิงตั้งชื่อให้ว่าเพลงกระบี่จ้าว). จากเพลงกระบี่จ้าวนี่เองที่สามารถต้านทานการบุกตงง้วนของเจ้าฟ้าจากแดนตะวันออก(ญี่ปุ่น)ได้ ทั้ง ๆ ที่จิงอวิ๋นมีวรยุทธด้อยกว่าเจ้าฟ้ามาก. ว่ากันว่าเมื่อปู้จิงอวิ๋นรวมกับเนี่ยฟงจะเกิดพลังขั้นไร้ขอบเขต(มหาพลังไร้ประมาณ)ขึ้น. ปู้จิงอวิ๋นมีอีกชื่อหนึ่งคือ ฮั่วจิงเจี๋ย ซึ่งเป็นชื่อบิดาบุญธรรมของเขา ฮั่วปู้เทียน มอบให้ ปู้จิงอวิ๋นแต่งงานกับฉูฉู่ลูกสาวของจอมยุทธที่มอบแขนกิเลนไฟให้ แต่ได้หายตัวไปหลังจากสู้ครั้งสุดท้ายกับเพื่อปลดปล่อยมาร(วิญญาณกิเลนไฟ)ที่อยู่ในตัวเนี่ยฟง.
เนี่ยฟง
  • เนี่ยฟง (แปล: วายุกระซิบ) เป็นศิษย์คนสุดท้ายของสงป้า โดยสงป้าให้เป็นเจ้าตำหนักวายุ และถ่ายทอดกระบวนท่าเพลงเตะวายุกระซิบให้. ชื่อเสียงของเนี่ยฟงระบือไปทั่วยุทธภพเมื่อครั้งเยาว์วัยแต่กลับสังหารเจ้านครไร้ทัดเทียมผู้ซึ่งมีฝีมือสูงกว่าเขา 10 เท่าได้ (เพราะว่าในตัวเนี่ยฟงมีเลือดคุ้มคลั่งอยู่เนื่องจากทวดของเนี่ยฟงกินเลือดกิเลนไฟเข้าไป). เนี่ยฟงเป็นบุตรชายของ ดาบคลุ้มดื่มอุดร เนี่ยเหยินหวัง จึงได้รับสืบทอดสายเลือดคลุ้มคลั่ง และดาบดื่มหิมะมาจากเนี่ยเหยินหวังอีกด้วย. เนี่ยฟงเดินทางออกจากพรรคใต้หล้าในเวลาไล่เลี่ยกับปู้จิงอวิ๋น เนื่องจากการตายของขงฉื่อ เช่นกัน โดยเนี่ยฟงเชื่อว่าตนอาจเป็นสาเหตุให้ศิษย์พี่ทั้งสองทะเลาะกันได้ จึงได้เดินทางออกไป. ภายหลังฟงกับจิงอวิ๋นได้ปรับความเข้าใจกัน และร่วมมือกันเอาชนะสงป้าได้สำเร็จ. เนี่ยฟงเป็นสหายมนุษย์หนึ่งเดียวของกิเลนไฟ และได้กินองุ่นเลือดเข้าไปทำให้วรยุทธ์พัฒนาขึ้นมาก. ยามเจี้ยอู๋เสินจากตะวันออกบุกแดนตงง้วน อู๋หมิงได้รับบาดเจ็บ ไม่มีผู้ใดต้านเจี๋ยอู๋เสินไว้ได้ เนี่ยฟงจึงได้ยอมสละตัวเองศึกษาวิชามารเพื่อต่อกรกับเจี๋ยอู๋เสิน ทำให้มารเข้าแทรกและเมื่อบวกกับสายเลือดคลุ้มคลั่งจึงทำให้ควบคุมสติตนเองไม่ได้ ฆ่าคนไม่เลือกหน้า จนถึงกับลงมือฆ่ากิเลนไฟ และน้องชายร่วมมารดาไป. เพื่อไม่ให้เป็นการเดือดร้อนแก่ประชาชนชาวตงง้วน ปู้จิ้งอวิ๋นและเหล่ายอดฝีมือจึงร่วมกันปราบเนี่ยฟงเพื่อให้วรยุทธ์ วิชามารสลาย โดยปู้จิ้งอวิ๋นเป็นผู้เอากระบี่เลิศภพจบแดนแทงเข้าที่กลางหน้าผากของเนี่ยฟง พร้อมกับทั้งคู่ก็ดิ่งลงเหวลึก และหายไปจากยุทธภพร่วม 12ปี ภายหลังเนี่ยฟงได้แต่งงานกับสตรีอันเป็นที่รัก ตี้เอ้อม่ง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ณ ที่ห่างไกลยุทธภพ.และเนี่ยฟงยังมีเพลงดาบ6เคล็ดเย้ยหิมะซึ่งมี6กระบวนท่า และ ภายหลังเนี่ยฟงได้สำเร้จกระบวนท่าทศทิศไร้พ่ายที่ "ยอดยุทธสิบทิศ" คิดค้นขึ้นมา
อู๋หมิง
  • อู๋หมิง (แปล: ไร้นาม) เริ่มแรกในเนื้อเรื่อง อู๋หมิงจะเป็นบุรุษลึกลับวรยุทธสูงส่งขั่นกระบี่ไร้เทียมทาน ผู้ซึ่งเคยได้ช่วยปู้จิงอวิ๋นสมัยยังเด็กไว้ เมื่อครั้งสงป้าสั่งให้ฆ่าล้างสกุลฮั่ว. อู๋หมิงอนุญาตให้จิงอวิ๋นดูตนเองถ่ายทอดวรยุทธให้เจี้ยนเฉินศิษย์เอกได้ แต่ไม่ยอมรับเป็นศิษย์เนื่องจากจิงอวิ๋นในยามนั้นเต็มไปด้วยความแค้น. ต่อมาภายหลังเราจึงได้ทราบว่าที่แท้ อู๋หมิงเป็นบุรุษและจอมกระบี่อันดับหนึ่งผู้ครอบครองกระบี่วีรชน ซึ่งว่ากันว่าเพลงกระบี่บรรลุถึงขั้นกระบี่ไร้คู่เปรียบ(แต่แท้จริงอยู้ในขั้นไร้เทียมทาน)และเป็นผู้เดียวที่เอาชนะเพลงกระบี่ทั้ง 21 เพลงของเทพกระบี่ได้ เทพกระบี่จึงคิดเพลงกระบี่ที่22 แต่ก็โดนอู๋หมิงสกัดไว้ได้(เทพกระบี่คิดเพลงกระบี่ที่ 23 ได้หลังจากพ่ายแพ้แก่อู๋หมิง). อู๋หมิงสละชื่อของตนเอง เมื่อตอนที่ยังเยาว์วัยเพราะบิดาที่เลี้ยงอู๋หมิงมานั้นทำแต่ความชั่วอู๋หมิงจึงละอายที่จะใช้นามสกุลร่วมกับบิดาตนเอง(จึงใช้ชื่อไร้นาม) และอู๋หมิงก็ได้ออกจากยุทธภพเมื่อภรรยาถูกวางยาพิษเพราะศัตรูเล่นงานอู๋หมิงไม่ได้จึงเล่นงานภรรยาแทน (ภายหลังทราบว่าเป็นฝีมือพั่วจินศิษย์พี่ของอู๋หมิง) เนื่องจากตระหนักดีว่า ยิ่งสูงยิ่งหนาว มีชื่อเสียงมาก ย่อมมีคนปองร้ายมาก. อู๋หมิงจำเป็นต้องออกสู่ยุทธภพอีกครั้งเพื่อประเทศชาติ เมื่อยามตงง้วนเจอชาวตะวันออกนำโดยเจี๋ยอู๋เสินและจ้าวฟ้า (ซึ่งคาดว่าเป็นราชาแห่งญี่ปุ่น) ยกทัพเข้ามา เมื่อครั้งเจี๋ยอู๋เสินบุก อู๋หมิงแม้สูญเสียวรยุทธ์ยังสามารถต้านเจี๋ยอู๋เสินไว้ได้หลายครั้งจากเคล็ดวิชาดูดพลังทั้งยังสามารถฟื้นฟูวรยุทรตนเองจนถึงขั้นกระบี่ฟ้า ภายหลังยังได้ถ่ายทอดพลังให้ฟงอวิ๋นจนสามารถเอาชนะเจี๋ยอู๋เสินซึ่งมีพลังร่างทองวชิระไม่ดับสูญ(เป็นอีกขั้นของปราณระฆังทอง)ได้สำเร็จ. สำหรับศึกกับเจี๋ยอุ๋เสินนั้น ปู้จิงอวิ๋นบาดเจ็บและไม่อาจฟื้นฟูวรยุทธ์ แต่ด้วยปู้จิงอวิ๋นไม่ถูกชี้นำด้วยความแค้นอีกต่อไป อู๋หมิงจึงได้รับจิงอวิ๋นเป็นศิษย์ช่วยฟืนฟูวรยุทรขึ้นเหมือนเดิมและชี้แนะเพลงกระบี่ให้จิงอวิ๋นจนบรรลุขั้นไร้เสียง จนทำให้เจ้าฟ้า(หัวหน้าของเจี๋ยอู๋เสิน)บาดเจ็บในที่สุด. เมื่อทั้งเจ้าฟ้าและอู๋หมิงไม่อาจแสดงวรยุทธ์ได้สมบูรณ์ จึงได้ตกลงประลองด้วยการจัดบอนไซซึ่งมีนัยแทนการแสดงเพลงกระบี่. เจ้าฟ้าได้แสดงเพลงกระบี่ไร้ที่ติผ่านการจัดบอนไซได้อย่างเหนือชั้น แต่อู๋หมิงกลับมองเคล็ดทั้งหมดออก และทำลายเพลงกระบี่นี้ด้วยการปักดอกไม้ลงไปเพียงหนึ่งดอก เหตุการณ์นี้เป็นเหตุให้จ้าวฟ้าฆ่าตัวตายเนื่องจากทราบได้ว่าเพลงกระบี่ตนเอง ไม่ได้ไร้ที่ติ อีกต่อไปแล้วนั่นเอง.

ตัวเอกหญิง[แก้]

ตัวร้าย[แก้]

ตัวละครเด่นอื่น ๆ[แก้]

  • กิเลนไฟ สัตว์ในเทพนิยาย อาศัยอยู่ในถ้ำดันเมฆ กุมความลับของเนื้อเรื่องในภาคหนึ่งนี้ไว้
  • เทพกระบี่ เริ่มฝึกกระบี่ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และบรรลุศาสตร์แห่งกระบี่ตั้งแต่อายุได้ 10 ขวบ คิดค้น 21 เพลงกระบี่จนลืนลั่นไปทั่วยุทธจักร. ในยุทธภพมีคำกล่าวว่า หนึ่งคน หนึ่งดาบ ใครกล้าต่อกร อันหนึ่งคนหมายถึงสงป้า ส่วนหนึ่งดาบหมายถึงเทพกระบี่. อย่างไรก็ตาม สมัยหนุ่ม ๆ ได้ท้าประลองกับอู๋หมิงอย่างลับ ๆ และถูกอู๋หมิงรับมือ 21 กระบวนท่าได้ทั้งหมด จึงยอมแพ้อู๋หมิงและวางมือจากยุทธจักรเป็นเวลานาน. ใน 7 วันสุดท้ายของชีวิตกลับคืนสู่ยุทธจักร ท้าประลองกับสงป้า เพื่อล้างแค้นให้กับเจ้านครไร้ทัดเทียมน้องชายร่วมสาบาน. ก่อนหน้าการประลองกับสงป้า ได้ท้าอู๋หมิงประลองอีกครั้ง แต่กลับถูกเจี้ยนเฉินศิษย์ของอู๋หมิงรับ 21 เพลงกระบี่ รวมทั้งเพลงกระบี่ที่ 22 ที่เพิ่งคิดค้นใหม่ได้ โดยเจี้ยนเฉินกล่าวว่าอู๋หมิงได้ทำนายว่าเทพกระบี่จะต้องคิดเพลงกระบี่ที่ 22 และ 23 ได้แน่นอน แต่อู๋หมิงยังหาวิธีรับมือเพลงกระบี่ที่ 23 ไม่ได้. จากผลการประลองกับเจี้ยนเฉินนี้ ทำให้เทพกระบี่คิดค้นเพลงกระบี่ที่ 23 กระบวนท่าเวลาหยุดนิ่ง ได้สำเร็จ ในขณะที่จะไปประลองกับสงป้า แต่ก่อนที่จะลงมือสังหารสงป้าได้หมดอายุขัยลงเสียก่อน จึงตายตาไม่หลับ จึงได้ไปเกิดใหม่ในชื่อหลงเอ๋อ ณ เวลาตายนั่นเอง โดยเป็นบุตรบุญธรรมของฟ่งอู่ ส่วนคัมภีร์เทพกระบี่นั้นตกอยู่ในมือปู้จิงอวิ๋น. หลงเอ๋อเมื่อเติบโตจะกลายเป็นยอดฝีมือและจะมีบทบาทในภาคหลัง ๆ ต่อไป.
  • กระบี่โหย เป็นศิษย์น้องของมารกระบี่ ฝีมือกระบี่สูง แต่ก่อนไม่บรรลุวิชากระบี่ และเข้าใจว่าตนขาดกระบี่ที่เหมาะสม จึงเที่ยวตามหากระบี่วิเศษทั่วแผ่นดิน
  • เจี้ยนหวง เป็นอาจารย์ลุงของอู๋หมิง และเป็นอาจารย์ของตี้เอ้อม่ง. เคยแอบดูวิชาหมื่นกระบี่สู่บรรพชน จึงถูกกักขังไว้ และจะถูกปล่อยก็เมื่อมีหาผู้ที่เหมาะสมกับเพลงกระบี่นี้ได้. ภายหลังพั่วจินวางยาพิษอู๋หมิง จนเอาชนะอู๋หมิงและชิงเพลงกระบี่นี้ไปได้ เจี้ยนหวงจึงออกมาจากที่คุมขัง. เจี้ยนหวงเสียชีวิตในการต่อสู้กับเจี้ยอู๋เสินอย่างกล้าหาญ โดยได้ปกป้องปู้จิงอวิ๋น และจอมยุทธ์อื่น ๆ ไว้.
  • เจี้ยนเฉิน ศิษย์อันดับหนึ่งของอู๋หมิง อู๋หมิงตั้งใจว่าจะให้เป็นจอมยุทธ์แห่งคุณธรรม แต่เมื่อประลองยุทธแพ้ปู้จิงอวิ๋นต่อหน้าฉูฉู่ ที่ตนหลงรัก จึงเกิดความริษยา จากนั้นได้หลงกลไปเป็นศิษย์พั่วจิน ไปฆ่าผู้บริสุทธิ์มากมาย ข่มขืนฉูฉู่ และยังวางยาพิษกับตัวอู๋หมิงเองอีกด้วย ภายหลังเมื่อเห็นอู๋หมิงไม่ถือโทษ และยังห่วงใยเหมือนเดิม จึงได้กลับตัวเข้าสู้กับพั่วจินอย่างไม่คิดชีวิต จนเสียแขนไป 1 ข้าง
  • ฉินซวง ศิษย์อันดับหนึ่งของสงป้า ใช้เพลงหมัดหิมะโปรย เป็นสามีของขงฉื่อ และเป็นเจ้าตำหนักหิมะ. ภายหลังทรยศสงป้า ร่วมมือกับฟงอวิ๋น จึงถูกทำลายแขนทั้งสองข้าง.และโดนต้วนล่างสังหาร
  • เจ้ามังกร หนึ่งใน 3 บ่าวของอู๋หมิง ฝีมือสูง เป็นหัวหน้าพรรคปลาวาฬ
  • ฟ่งอู่ หนึ่งใน 3 บ่าวของอู๋หมิง มีฝีมือด้านการยิงธนูที่เฉียบขาด แม่นยำ
  • กุ๋ยหู่ หนึ่งใน 3 บ่าวของอู๋หมิง มีวิชาตัวเบาที่เหนือชั้น

เนื้อเรื่องในนิยายที่เพิ่มเติมจากฉบับการ์ตูน[แก้]

วัยเด็กของฟงและอวิ๋น[แก้]

เนื้อเรื่องของฟงอวิ๋นเริ่มต้นด้วยบุรุษนาม สงป้า ยอดฝีมือซึ่งหวังจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินตงง้วน. สงป้าได้ให้ธุลีดินทำนายอนาคตของตนเอง ธุลีดินจึงได้ทำนายอนาคตของสงป้าไว้ว่า สงป้าจะเป็นใหญ่ได้ ถ้าได้วาตะ-เมฆา (ฟง-อวิ๋น) ช่วยเหลือ แต่ธุลีดินยังได้กล่าวอีกว่า เมฆาแปรผันไม่หยุดนิ่ง วาตะรวดเร็วพัดผ่าน ตัวธุลีดินเองก็จึงไม่สามารถทราบได้ว่าแท้จริงแล้ว ฟงและอวิ๋นอยู่หนใด. อย่างไรก็ตามหลังจากนี้สงป้าได้ก่อตั้งพรรคใต้หล้าและได้แผ่ขยายอำนาจอย่างยิ่งใหญ่ไปทั่วแดนตงง้วน.

ต่อมาเนื้อเรื่องจะกล่าวถึงเนี่ยฟง โดยเนี่ยฟงเมื่อยังเด็กอาศัยอยู่อย่างมีความสุขในชนบทกับบิดาและมารดาตามแบบครอบครัวชาวนาธรรมดาทั่วไป. แท้จริงแล้วบิดาของเนี่ยฟงคือ จอมดาบคลุ้มคลั่งอุดร นาม เนี่ยเหยินหวังผู้ครอบครองดาบดื่มหิมะ ที่หวังจะละทิ้งยุทธภพและใช้ชีวิตอย่างสงบกับครอบครัว ซึ่งตรงข้ามกับความต้องการของภรรยาของเขานามเหยียนอิ๋งผู้ซึ่งแต่งงานกับเนี่ยเหยินหวังก็เพื่อจะได้เป็นสตรีอันดับหนึ่งผู้สูงศักดิ์ แต่ปัจจุบันนางเป็นได้เพียง อาซ้อเนี่ย เท่านั้น. เนื่องจากเนี่ยเหยินหวังไม่ต้องการให้เนี่ยฟงยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพ จึงไม่ได้สอนวิชาดาบให้ แต่กลับสอนเคล็ดใจน้ำแข็งซึ่งเป็นวิชาที่ใช้ควบคุมสติอารมณ์แทน. และแล้วจุดพลิกผันชีวิตของครอบครัวเนี่ยก็มาถึง เมื่อวันหนึ่งมียอดกระบี่จากแดนทักษิณ ผู้ครอบครองกระบี่กิเลนไฟ นามต้วนซ่วย มาท้าประลองกับดาบคลุ้มคลั่งอุดร เนี่ยเหยินหวัง เพื่อวัดกันว่าใครจะเป็นจอมยุทธอันดับหนึ่งในแผ่นดิน. เนื่องจากเนี่ยเหยินหวังปฏิเสธไม่ยอมรับคำท้าประลองทำให้ ภรรยาของเขาผิดหวังมาก. ในคืนนั้นเนี่ยฟงได้ยินเสียงมารดาคุยกับบุรุษผู้หนึ่งซึ่งไม่ใช่บิดาของเขาว่า "เจ้าตัดสินใจจะไปกับข้าแล้วใช่ไหม?" "ใช่". ยังไม่ทันที่เนี่ยฟงจะได้พูดอะไร บิดาของเขาซึ่งแอบฟังอยู่เช่นกันก็พาเนี่ยฟง บินไปยังหุบเขาที่ห่างไกล. เนี่ยเหยินหวังคลุ้มคลั่งมากกับการจากไปของภรรยา เนื่องจากเขาจงใจทิ้งเกียรติยศ ชื่อเสียง ทั้งหมดเพื่อนาง แต่นางกับทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดี ทำให้เนี่ยเหยินหวังจับดาบดื่มหิมะอีกครั้ง และจอมดาบคลุ้มคลั่งอุดรก็กลับคืนสู่ยุทธภพ. เหตุการณ์นี้ทำให้เนี่ยฟงได้รู้ว่าสายเลือดตระกูลเนี่ยจะมี ความคลุ้มคลั่ง สืบทอดทางกรรมพันธุ์ทุกรุ่น และบิดาของเขาจึงได้ให้เขาฝึกเคล็ดใจน้ำแข็งเพื่อคุมสติตนเอง. แต่บัดนี้บิดาของเขาผู้ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดเคล็ดใจน้ำแข็ง ได้คลุ้มคลั่งและกลายเป็นปีศาจแห่งยุทธจักรที่ฆ่าคนไม่เลือก. ชีวิตที่สงบสุขของเนี่ยฟงจบลงภายในคืนเดียว คืนนั้นนั่นเอง.

จากนั้นเนื้อเรื่องจะตัดไปยังวัยเด็กของปู้จิงอวิ๋น ... ปู้จิงอวิ๋นมีบุคลิกเงียบขรึมตั้งแต่เด็ก ไม่ค่อยพูดจากกับคนอื่น ๆ ปู้จิงอวิ๋นอยู่กับมารดาผู้ซึ่งเป็นม่ายเพียง 2 คน ภายหลังมารดาได้แต่งงานใหม่กับ กระบี่คุณธรรม ฮั่วปู้เทียน ปู้จิงอวิ๋นจึงได้รับชื่อใหม่ว่า ฮั่วจิงเจี๋ย. ฮั่วปู้เทียนแม้มีบุตรชายอีก 2 คนแต่ก็รักจิงเจี๋ยเหมือนบุตรแท้ ๆ ของตน แม้ว่ามารดาของจิงเจี๋ยได้เสียชีวิตไปแล้ว ปู้เทียนก็ยังดูแลจิงเจี๋ยเป็นอย่างดี จนทำให้ลูกชายแท้ ๆ อีกสองคนไม่พอใจจิงเจี๋ยเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามจิงเจี๋ยไม่เคยเรียกปู้เทียน ว่าพ่อ เลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งนี้ทำให้ปู้เทียนคิดว่าจิงเจี๋ยยังไม่ยอมรับตนเป็นบิดา. จิงเจี๋ยมีพรสวรรค์ด้านวรยุทธสูง สามารถเรียนรู้เพลงกระบี่สกุลฮั่วได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งทำให้ฮั่วปู้เทียนเอ็นดูจิงเจี๋ยมากขึ้นไปอีก แต่จิงเจี๋ยก็ยังคงเงียบขรึมเหมือนเดิม. อยู่มาวันหนึ่งเหตุการณ์ ที่พลิกผันชีวิตจิงเจี๋ยก็เกิดขึ้น เมื่อพรรคใต้หล้าของสงป้าได้แผ่ขยายอำนาจมาถึงเมืองที่สกุลฮั่วอยู่. สงป้าได้ส่ง มุสิกแดง ซึ่งเป็นจอมยุทธที่มีชื่อเสียงมาขู่ให้สกุลฮั่วยอมสวามิภักดิ์ ต่อพรรคใต้หล้า. ฮั่วปู้เทียนไม่ยอมสวามิภักดิ์ จึงได้เกิดการตอนสู้ขึ้น ฮั่วปู้เทียนแม้ขับไล่มุสิกแดงไปได้ ตนเองก็ได้รับบาดเจ็บ. อย่างไรก็ตาม ในระหว่างพักรักษาตัว ได้จิงเจี๋ยคอยปรุงยาให้กินเป็นอย่างดี ฮั่วปู้เทียนจึงซาบซึ้งเป็นอย่างมาก. ฮั่วปู้เทียนได้คิดแผนรับมือพรรคใต้หล้า แต่เมื่อประเมินแล้วคิดว่ามุสิกแดงบาดเจ็บหนักกว่าตน จึงจะรอให้พ้นงานครบรอบวันเกิดของตนเองไปก่อน ค่อยคิดวิธีต่อต้านอย่างจริงจัง. ฮั่วปู้เทียนได้ขอร้องให้จิงเจี๋ย มาในงานวันเกิดของตนเพื่อที่จะได้ประกาศให้คนทั่วไปได้รับรู้ว่า เขายังมีลูกชายที่น่าภูมิใจอีกคน ฮั่วจิงเจี๋ยแม้ไม่ได้เอ่ยปาก ก็พยักหน้าตกลง. ในงานวันเกิดฮั่วจิงเจี๋ยไม่ปรากฏตัว แต่กลับเป็นมุสิกแดงและ ค้างคาวไฟ พี่ชายที่ปรากฏตัวแทน ทำให้ปู้เทียนต้องรับศึกพร้อม ๆ กันถึงสองคนทั้งที่ยังไม่หายเจ็บ.

ความจริงแล้วจิงเจี๋ยไม่เคยกล่าวเรียกปู้เทียนว่าบิดาเลย แต่ก็มีความสำนึกในบุญคุณของปู้เทียนเป็นอย่างมาก และคิดที่จะเรียกบิดาในงานครบรอบวันเกิด เพื่อเป็นของขวัญชิ้นหนึ่งนั่นเอง. ในวันนั้นจิงเจี๋ยไปดักรอสิงโต เพื่อที่จะนำหัวสิงโตไปมอบให้กับปู้เทียนโดยเฉพาะ ซึ่งเด็กอายุเพียง 8 ขวบอย่างเขาก็ทำสำเร็จจนได้. อย่างไรก็ตามเมื่อไปถึงบ้านสกุลฮั่ว จิงเจี๋ยกลับพบว่าบ้านตกอยู่ในกองเพลิง และบิดานั้นได้ถูกมุสิกแดง และค้างคาวไฟ สังหารต่อหน้าต่อตานั่นเอง. "ท่านพี่ ยังมีเด็กในสกุลฮั่วอีกคนนี่ ประมุขสั่งให้เราสังหารให้หมด ไม่เว้นแม้แต่ เด็ก สตรี" มุสิกแดงกล่าวถึงจิงเจี๋ย. "ไม่มีความจำเป็นที่ต้องฆ่าเด็กนั่น มันไม่ใช่คนในสกุลฮั่วหรอก" ค้างคาวไฟกล่าว "ก็ขนาดมันเห็นคนในสกุลฮั่วทุกคนถูกสังหาร มันยังไม่มีแม้นน้ำตาซักหยดเดียว". "จริงของพี่ใหญ่ ถ้างั้นเรารีบตัดหัวฮั่วปู้เทียนไปให้ท่านประมุขกันดีกว่า" มุสิกแดงกล่าวต่อไป. แต่แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อจิงเจี๋ยได้ตัดศีรษะของบิดาตนเอง แล้วรีบโยนเข้ากองเพลิงทันที. มุสิกแดงตกใจเป็นอย่างมากเนื่องจากสงป้า จะไม่ปล่อยให้พวกตนรอดแน่นอนถ้าไม่แน่ใจว่างานที่มอบหมายให้ได้เสร็จลุล่วงไปแล้ว มุสิกแดงจึงรีบหมอบกระโจนเข้าไปในกองเพลิงอย่างตื่นตระหนกทันที. และแล้ว จิงเจี๋ยที่รอจังหวะอยู่แล้ว ก็ลงมือสังหารมุสิกแดงในขณะที่พุ่งเข้ากองเพลิงอย่างไม่ทันระวังตัว ที่แท้เด็ก 8 ขวบคนนี้ได้คำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้ว และพร้อมที่จะแลกชีวิตกับสองจอมยุทธ์ เพื่อล้างแค้นให้บิดานั่นเอง.

รายชื่อศาตราวุธที่มีชื่อเสียง[แก้]