ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า 2 (ภาพยนตร์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า 2
The Storm Warriors
กำกับ พี่น้องแปง
อำนวยการสร้าง พี่น้องแปง
นำแสดง กัว ฟู่เฉิง
เจิ้ง อี้เจี้ยน
เยิ่น ต๊ะหัว
เหอ เจียจิ้ง
อาซา
ถังเหยียน
เซียะ ถิงฟง
ดนตรีประกอบ "风云II" 宣传歌 โดย กัว ฟู่เฉิง และ เจิ้ง อี้เจี้ยน
จำหน่าย/เผยแพร่ ฮ่องกง ยูนิเวอร์ส เอนเตอร์เทนเมนต์
ไทย พระนครฟิล์ม
ฉาย สิงคโปร์ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552
มาเลเซีย 10 ธันวาคม ปีเดียวกัน
ฮ่องกง 17 ธันวาคม ปีเดียวกัน
ไทย 24 ธันวาคม ปีเดียวกัน
ประเทศ ฮ่องกง
ภาษา กวางตุ้ง
งบประมาณ 100 ล้านเหรียญฮ่องกง
(คิดเป็นเงินไทยประมาณ 400 ล้านบาท)
ก่อนหน้านี้ ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders)
ข้อมูลจาก IMDb

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า 2 (อังกฤษ: The Storm Warriors, จีนตัวย่อ: 风云II, จีนตัวเต็ม: 風雲II) ภาพยนตร์กำลังภายในภาคต่อของ ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (The Storm Riders) ในปี พ.ศ. 2541 กำกับโดย พี่น้องแปง ฉายในฮ่องกง 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552 และในประเทศไทย 24 ธันวาคม ปีเดียวกัน

นักแสดง[แก้]

เนื้อเรื่อง[แก้]

เจวี่ยอู๋เซิน (เยิ่น ต๊ะหัว) ผู้ปกครองแคว้นอู๋ผู้แข็งแกร่ง ต้องการครอบครองจงง้วน จึงยกกองกำลังมารุกราน โดยมี เจวี่ยซิน (เซียะ ถิงฟง) บุตรชายเป็นผู้ช่วย เจวี๋ยอู๋เซินกำจัดยอดฝีมือแห่งจงง้วนเสียหมดสิ้น จนฮ่องเต้ (ถัน เหย้าเหวิน) ต้องยอมสยบแก่เขา แม้แต่ จอมยุทธไร้นามผู้เป็นตำนาน (เหย เจียจิ้ง) ก็ถูกวางยาพิษทำให้พลังยุทธในร่างลดเหลือเพียง 1 ใน 10 ปู้จิ้งอวิ๋น (กัว ฟูเฉิ่ง) เป็นห่วง ฉูฉู๋ (ถังเหยียน) จึงมาช่วย ทั้งหมดถูกจับ แต่หลุดออกมาได้ จอมยุทธไร้นามประลองกำลังกับเจวี่ยอู๋เซิน ปรากฏว่าสู้ไม่ได้

เมื่อทั้งหมดหนีมาได้ จอมยุทธไร้นามเสนอว่า ตอนนี้มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะต้านทานเจวี่ยอู๋เซิน ได้ นั่นคือ จอมมารอันดับหนึ่ง (เคนนี่ หว่อง) ผู้เป็นพี่ร่วมสาบานของ เจ้าสุกร (หลินเซี๊ยะ) ทั้งหมดจึงไปยังถ้ำของจอมมารอันดับหนึ่ง โดยคุกเข่าขอร้องให้จอมมมารอันดับหนึ่ง โดยมี ตี้เอ้อม่ง (อาซา) ลูกสาวของจอมดาบอันดับสองขอร้องด้วย จอมมารอันดับหนึ่งจึงทดสอบ เนี่ยฟง และ ปู้จิ้งอวิ๋น ปรากฏว่าเนี่ยฟงมีจิตใจที่อ่อนโยนกว่าจึงเลือกให้มาฝึกวิชามาร แต่ขณะที่เนี่ยฟงฝึกยังไม่ทันเสร็จนั้น จอมยุทธไร้นามก็ถ่ายทอดสุดยอดเคล็ดวิชากระบี่ให้แก่ปู้จิ้งอวิ๋น ทางฝ่ายเจวี่ยอู๋เซินก็บีบบังคับฮ่องเต้ให้บอกที่ซ่อนของสุสานมังกร ซึ่งภายในบรรจุกระดูกมังกรซึ่งเป็นของสำคัญของแผ่นดินอยู่ เจวี่ยอู๋เซินส่งคนไปหมายสังหารปู้จิ้งอวิ๋นและเนี่ยฟง เนี่ยฟงจึงออกมาจากถ้ำขณะที่ยังฝึกวิชามารไม่สำเร็จ เพื่อช่วยตี้เอ้อม่ง ทั้งเนี่ยฟงและปู้จิ้งอวิ๋นผนึกกำลังกันล้ม เจวี่ยอู๋เซิน ได้ แต่ทว่ากระดูกมังกรก็ตกอยู่ในมือของเจวี่ยซิน เนี่ยฟงก็ถูกจิตมารเข้าครอบงำทำให้กลายเป็นปีศาจ ปู้จิ้งอวิ๋นจึงต้องหยุดยั้งเนี่ยฟง ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ท้ายที่สุดเนี่ยฟงก้ได้สติคืนมา แต่ฉูฉู่ก็ถูกเนี่ยฟงสังหารจนตาย และปู้จิ้งอวิ๋นก็ตกลงไปในหุบเหว

เบื้องหลัง[แก้]

ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า 2 นั้นสร้างห่างจากภาคแรกนานถึง 10 ปี หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจากภาคแรก โดยในภาคนี้ได้เปลี่ยนตัวผู้กำกับจาก แอนดริว เลา มาเป็นพี่น้องตระกูลแปง (ออกไซด์ และ แดนนี่ แปง) ซึ่งในภาคแรกนั้น แดนนี่ แปง ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดต่อ

ในภาคที่ 2 นี้ดัดแปลงมาจาก ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า ภาค 2 ฉบับหนังสือการ์ตูน ที่เป็นเรื่องราวของ เจ้าฟ้า (เจวี่ยอู๋เซิน) บุรุษผู้แข็งแกร่งจากญี่ปุ่นที่เดินทางมายังจงง้วน เพื่อที่จะประลองกับ อู๋หมิง หรือ บุรุษนิรนาม ผู้เป็นยอดฝีมือ โดยที่อู่หมิงนั้นเป็นผู้ที่ประสาน ฟง กับ อวิ๋น ให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ขณะเดียวกันก็ได้มีการฟื้นคืนตัวละครที่เคยมีบทบาทจากภาคแรก คือ ฉูฉู่ ให้พัฒนากลายมาเป็นคนรักใหม่ของปู้จิ้งอวิ๋น และได้เปลี่ยนตัวนักแสดงจาก ซูฉี เป็น ถังเหยียน และได้เพิ่มตัวละครคู่รักของเนี่ยฟงขึ้นมา คือ ตี้เอ้อม่ง บุตรสาวของจอมดาบอันดับสอง ผู้เป็นหลานของ เจ้าสุกร ยอดฝีมือที่นิยมการกินอาหาร ผู้เป็นสีสันด้วย

ภาพยนตร์ถ่ายทำในประเทศไทยในกลางปี พ.ศ. 2551 โดยใช้ทุนสร้างกว่า 100 ล้านเหรียญฮ่องกง เปิดกล้องเริ่มถ่ายทำในวันจันทร์ที่ 21 เมษายน

ความนิยมและการวิพากษ์วิจารณ์[แก้]

เมื่อเข้าฉายแล้ว ในฮ่องกง ทำรายได้ถึง 112 ล้านบาท เฉพาะแค่วันเปิดตัววันแรก และเป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวด้วยรายได้สูงสุดในปี พ.ศ. 2552 นี้ในฮ่องกง[1] แต่สำหรับในประเทศไทย มีเสียงวิจารณ์ว่า บทอ่อนและบทสนทนาค่อนข้างตลกโดยเฉพาะฉากที่บุรุษนิรนามตั้งชื่อทื่เพลงกระบี่ให้แก่ปู้จิ้งอวิ๋น อีกทั้งภาพยนตร์ไม่มีที่มาที่ไป ยืดยาด และเต็มไปด้วยเอฟเฟกต์ที่ละม้ายคล้ายกับเรื่อง 300 ซึ่งเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. ฮ่องกงคลั่ง"ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า2" เปิดฉายวันแรกทำลายสถิติ 112 ล้าน!
  2. ฟงอวิ๋น ,,,,, เอาเงิน_รูคืนมา spoil มุก นิดนึง

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]