พิกะจู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พิกะจู
Sugimoris025.png
โปเกเดกซ์เนชันแนล
อาร์บ็อกพิกะจู (#025)ไรชู
อยู่ในซีรีส์เกม ซีรีส์ โปเกมอน
เกมแรกที่ปรากฏตัว โปเกมอน เรด และ บลู (1996)
ออกแบบโดย เคน ซูกิโมริ
ให้เสียงโดย (อังกฤษ) อิคุเอะ โอตานิ
ราเชล ลิลลิส (ภาค อินดิโกลีก บางตอน)
ชิกะ ซาคาโมโตะ (พูกา; ตอน 67)
ซาโตมิ โคโรกิ (สปาร์กี; ตอน 78)
เครก แบลร์ (ตอนพิเศษ PMD)
ให้เสียงโดย (ญี่ปุ่น) อิคุเอะ โอตานิ
ชิกะ ซาคาโมโตะ
ซาโตมิ โคโรกิ
โทโมเอะ ฮัมบะ (ตอนพิเศษ PMD)
แสดงโดย เจนนิเฟอร์ ริสเซอร์ (โปเกมอนไลฟ์!)

พิกะจู (ญี่ปุ่น: Pikachu ピカチュウ ?) เป็นสายพันธุ์สมมุติหนึ่งของโปเกมอน โปเกมอนเป็นสิ่งมีชีวิตในบันเทิงคดีที่ปรากฏในหนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์แอนิเมชัน และรายการโทรทัศน์ วิดีโอเกม และการ์ดเกม เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทญี่ปุ่น เดอะโปเกมอนคอมพานี พิกะจูออกแบบโดยเคน ซูกิโมริ และปรากฏครั้งแรกในวิดีโอเกมโปเกมอนเรด และ บลู สำหรับเกมบอย เมื่อปี ค.ศ. 1996

มนุษย์จับและฝึกฝนพิกะจูเพื่อต่อสู้โปเกมอนตัวอื่นเป็นการแข่งขัน เช่นเดียวกับโปเกมอนสายพันธุ์อื่น ๆ พิกะจูเป็นหนึ่งในโปเกมอนที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดตัวหนึ่ง เหตุเพราะพิกะจูเป็นตัวละครหลักในอะนิเมะเรื่องโปเกมอน พิกะจูถือว่าเป็นตัวละครหลักของแฟรนไชส์โปเกมอน และกลายเป็นสัญรูปในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แนวคิดและการออกแบบ[แก้]

ซีรีส์โปเกมอนเริ่มขึ้นใน ค.ศ. 1996 พัฒนาโดยเกมฟรีก และจำหน่ายโดยนินเทนโด และนำเสนอสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ เรียกว่า "โปเกมอน" ผู้เล่น หรือ "เทรนเนอร์" สามารถจับมาเลี้ยง ฝึกฝน และใช้ต่อสู้กับโปเกมอนของคนอื่น หรือมีปฏิสัมพันธ์กับโลกของเกม[1][2] พิกะจูเป็นหนึ่งในโปเกมอนที่ออกแบบหลายครั้งโดยทีมพัฒนาตัวละครของบริษัทเกมฟรีก และเลือกแบบโดยเคน ซุกิโมริ[3][4] จากคำกล่าวของผู้ผลิตซีรีส์ ซาโตชิ ทาจิริ ชื่อมาจากเสียงภาษาญี่ปุ่นสองเสียงผสมกัน ระหว่าง pika เสียงของประกายไฟฟ้า และ chu เสียงร้องของหนู[5] จูนิชิ มาซุดะ นักพัฒนากล่าวว่า ชื่อของพิกะจูเป็นหนึ่งในโปเกมอนที่สร้างยากที่สุด เนื่องจากเขาพยายามทำให้ดึงดูดทั้งผู้ชมชาวญี่ปุ่นและชาวอเมริกัน[6]

เมื่อยืนตรง พิกะจูจะสูง 1 ฟุต 4 นิ้ว (0.4 เมตร) พิกะจูเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายหนู และเป็นโปเกมอน "ประเภทไฟฟ้า" ตัวแรกที่ถูกสร้างขึ้น การออกแบบตั้งใจจะให้เกี่ยวพันกับแนวคิดเรื่องไฟฟ้า[7] พิกะจูมีขนสั้นสีเหลือง มีแต้มสีน้ำตาลปกคลุมแผ่นหลังและบางส่วนของหางรูปสายฟ้า มีหูแหลมแต้มด้วยสีดำ และถุงเก็บกระแสไฟฟ้าสีแดงอยู่ที่แก้มสองข้าง สามารถสร้างประกายไฟได้[8] ในโปเกมอน ไดมอนด์ และ เพิร์ล นำเสนอความแตกต่างตามเพศเป็นครั้งแรก พิกะจูเพศเมียจะมีรอยเว้าที่ปลายหางเป็นรูปหัวใจ พิกะจูจะจู่โจมโดยใช้ไฟฟ้าจากร่างกายพุ่งไปสู่คู่ต่อสู้ ในบริบทของแฟรนไชส์ พิกะจูสามารถเปลี่ยนร่าง หรือ "พัฒนาร่าง" (evolve) เป็นไรชู เมื่อประสบกับหินสายฟ้า (Thunderstone) ในซีรีส์ต่อมา ร่างพัฒนาก่อนหน้าเกิดขึ้นครั้งแรก ชื่อว่า "พีชู" (Pichu) ซึ่งจะพัฒนาเป็นพิกะจูหลังจากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเทรนเนอร์

เดิมทีโปเกมอนที่ถูกเลือกให้เป็นตัวละครหลักของสินค้าในแฟรนไชส์คือพิกะจู และปิปปี (Clefairy) ซึ่งปิปปีเป็นตุ๊กตาสัญลักษณ์ที่ทำให้หนังสือการ์ตูน "มีเสน่ห์" (engaging) ขึ้น แม้กระนั้น ในการผลิตซีรีส์แอนิเมชัน พิกะจูกลายเป็นตุ๊กตาสัญลักษณ์ เพื่อต้องการดึงดูดเหล่าผู้ชมเพศหญิงและแม่ของพวกเขา ภายใต้ความเชื่อว่าเขาสร้างสิ่งมีชีวิตให้เป็นภาพทดแทนสัตว์เลี้ยงให้กับเด็ก ๆ สีตัวพิกะจูก็เป็นหนึ่งในปัจจัย เนื่องจากสีเหลืองเป็นแม่สี และเด็ก ๆ มองเห็นง่ายจากระยะไกล และคู่แข่งเดียวที่เป็นตุ๊กตาสัญลักษณ์สีเหลืองเหมือนกันในเวลานั้นคือ วินนี่-เดอะ-พูห์ เท่านั้น[9] แม้ว่าทาจิริจะรู้ว่าตัวละครได้รับความนิยมจากทั้งเด็กชายและเด็กหญิง แต่เขาไม่ได้เป็นเจ้าของแนวคิดที่ว่าจะให้พิกะจูเป็นตุ๊กตาสัญลักษณ์ และกล่าวว่าเขารู้สึกว่าเด็ก ๆ ชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบพิกะจู ไม่ได้สนใจมุมมองของคนที่มีต่อซีรีส์อยู่แล้ว[10]

การปรากฏตัว[แก้]

ในวิดีโอเกม[แก้]

ในวิดีโอเกม พิกะจูเป็นโปเกมอนระดับล่าง ปรากฏในเกมในธรรมชาติทุกภาคยกเว้นภาคแบล็ก และ ไวต์ ซึ่งต้องแลกเปลี่ยนเท่านั้น[11] โปเกมอน เยลโลว์จะมีพิกะจูเป็นโปเกมอนเริ่มต้นเพียงตัวเดียว และอิงจากพิกะจูในอะนิเมะ พิกะจูจะไม่ยอมเข้ามอนสเตอร์บอลหรือโปเกบอล แต่จะเดินตามตัวละครหลักบนหน้าจอแทน เทรนเนอร์สามารถพูดคุยกับมันและมันจะแสดงปฏิกิริยาต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู[12] ณ เหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 อนุญาตให้ผู้เล่นโปเกมอนฮาร์ตโกลด์ และโซลซิลเวอร์ เข้าไปในเส้นทางผ่านเครื่องโปเกวอล์กเกอร์ ซึ่งจะมีพิกะจูที่จดจำท่าโจมตีที่ปกติจะไม่สามารถจดจำได้ นั่นคือ โต้คลื่น (Surf) และ บินโฉบ (Fly) [13] ทั้งสองท่านี้เป็นตัวช่วยเดินทาง สามารถใช้นอกการต่อสู้ได้

นอกจากซีรีส์หลักของเกมแล้ว พิกะจูยังปรากฏในเกม เฮย์ยูพิกะจู บนเครื่องนินเทนโด 64[14] ผู้เล่นสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับพิกะจูผ่านไมโครโฟน ออกคำสั่งให้เล่นมินิเกมต่าง ๆ และแสดงความคิดในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ เกมโปเกมอนแชนเนลก็เกี่ยวข้องกับการปฏิสัมพันธ์กับพิกะจูเช่นกัน แต่ไม่ใช้ไมโครโฟน[15] พิกะจูปรากฏในทุกด่านของเกมโปเกมอนสแนป ซึ่งผู้เล่นจะต้องถ่ายภาพโปเกมอนเพื่อเก็บคะแนน พิกะจูเป็นหนึ่งใน 16 โปเกมอนเริ่มต้น และ 10 คู่หูในเกมโปเกมอนมิสเตอรีดันเจียน พิกะจูยังเป็นตัวละครหลักในเกมโปเกปาร์กวี: พิกะจูส์แอดเวนเชอร์[16] และปรากฏเป็นตัวละครที่เล่นได้ในเกมซูเปอร์สแมชบราเธอส์[17] โปเกมอนเป็นตัวละครของโพรโตคอลอะมีโบ (Amiibo) ด้วย

ในอะนิเมะ[แก้]

ซีรีส์อะนิเมะและภาพยนตร์โปเกมอนนำเสนอการเดินทางของซาโตชิ หรือแอช เค็ตชัม (Ash Ketchum) ไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ในจักรวาลโปเกมอน เขาเดินทางพร้อมกับกลุ่มเพื่อนร่วมทางที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ได้แก่ คาสึมื ทาเคชิ เค็นจิ ฮารุกะ มาซาโตะ ฮิคาริ ไอริส เด็นโตะ ยูเรกะ เซเรนา และซิตรอน

ในตอนแรก ซาโตชิได้รับพิกะจูจากศาสตราจารย์โอคิโดะเป็นโปเกมอนเริ่มต้น เทรนเนอร์คนใหม่จะได้รับโปเกมอนเริ่มต้น ซึ่งในคันโต ภูมิภาคบ้านเกิดของซาโตชิ โปเกมอนเริ่มต้นควรจะเป็นฮิโตะคาเงะ เซนิกาเมะ หรือฟุชิงิดาเนะ แต่ซาโตชินอนตื่นสายจึงได้พิกะจูแทน ทีแรก พิกะจูดื้อและไม่เชื่อฟังซาโตชิ ปล่อยกระแสไฟฟ้าใส่เขาบ่อยครั้งและไม่ยอมเข้าไปอยู่ในมอนสเตอร์บอลเหมือนกับโปเกมอนตัวอื่น ๆ แม้กระนั้น ซาโตชิเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องพิกะจูจากฝูงโอนิซุซุเมะ[18] จากนั้นรีบพาพิกะจูไปรักษาตัวที่โปเกมอนเซ็นเตอร์ เนื่องจากซาโตชิสาธิตความเชื่อถือและความมุ่งมั่นแบบไร้เงื่อนไขต่อโปเกมอน พิกะจูจึงเริ่มใส่ใจซาโตชิ และมิตรภาพระหว่างเขาก็เกิดขึ้น แต่พิกะจูยังคงไม่ยอมเข้าไปอยู่ในมอสเตอร์บอล หลังจากนั้นไม่นานพิกะจูแสดงพลังยิ่งใหญ่ซึ่งโดดเด่นจากโปเกมอน หรือแม้แต่พิกะจูตัวอื่น ทำให้ทีมร็อกเก็ตพยายามแย่งชิงตัวพิกะจูเพื่อสนองความต้องการของหัวหน้าซาคากิให้ได้[19] ครั้งหนึ่ง ซาโตชิเกือบปล่อยตัวพิกะจู ในตอน Pikachu's Goodbye เพราะซาโตชิคิดว่าพิกะจูคงจะมีความสุขมากกว่าถ้าได้อยู่กับฝูงพิกะจูป่า แต่พิกะจูเลือกที่จะอยู่กับเขาแทน[20] พิกะจูยังปรากฏในช่วงพิเศษในสองซีซันแรก เรียกว่า "พิกะจูส์จูกบอกซ์" ซึ่งมีเพลงจากอัลบั้ม 2.บี.เอ.มาสเตอร์ ด้วย

ในซีรีส์ยังมีพิกะจูป่า และพิกะจูที่มีเจ้าของตัวอื่นด้วย มักจะมีบทบาทร่วมกับซาโตชิและพิกะจูของเขาด้วย ที่โดดเด่นคือพิกะจูของฮิโรชิ ชื่อสปาร์กี[21] พิกะจูสื่อสารกันด้วยการพูดคำจากชื่อตัวเอง เหมือนกับโปเกมอนส่วนใหญ่ ในอะนิเมะ ผู้ให้เสียงพิกะจูคืออิคูเอะ โอตานิ ในโปเกมอนไลฟ์ ที่เป็นละครเพลงเวทีที่ดัดแปลงจากอะนิเมะ ผู้รับบทเป็นพิกะจูคือ เจนนิเฟอร์ ริสเซอร์

ในสื่ออื่น[แก้]

พิกะจูเป็นหนึ่งในโปเกมอนหลักในซีรีส์มังงะโปเกมอนหลายซีรีส์ ในโปเกมอนสเปเชียล ตัวละครหลัก เรดโดะ และอิเอะโระ ทั้งคู่ต่างเลี้ยงพิกะจู เกิดเป็นไข่ซึ่งโกรุโดะฟักออกมาเป็นพีชู ในซีรีส์อื่น เช่น เมจิคัลโปเกมอนเจอร์นีย์ และเก็ตโตดาเซ นำเสนอพิกะจูเช่นกัน ขณะที่ในมังงะซีรีส์อื่น เช่น อิเล็กทริกเทลออฟพิกะจู[22] และ แอชแอนด์พิกะจู นำเสนอพิกะจูของซาโตชิตัวเดียวกับในอะนิเมะ[22]

การ์ดสะสมที่มีรูปพิกะจูปรากฏขึ้นมาในโปเกมอนเทรดดิงการ์ดเกมรุ่นแรก ออกจำหน่ายในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1996 รวมถึงการ์ดรุ่นที่มีจำกัดด้วย พิกะจูยังถูกนำไปใช้ส่งเสริมสินค้าร้านอาหารจานด่วนต่าง ๆ เช่น แมคโดนัลด์ เวนดีส์ และเบอร์เกอร์คิง ด้วย[23][24][25][26]

การส่งเสริมและอนุสรณ์[แก้]

รถยนต์โตโยตา อิสต์ ลายคล้ายพิกะจู
เครื่องบิน ANA โบอิง 747-400 ลายพิกะจูและโปเกมอนชนิดอื่น ๆ (ที่มองเห็นคือ ปิปปี, โทเกปี, มิวทู และคาบิกอน)

ในฐานะตุ๊กตาสัญลักษณ์ของแฟรนไชส์ พิกะจูปรากฏตัวในเหตุการณ์ และสินค้าต่าง ๆ หลายครั้ง ใน ค.ศ. 1998 โจอัน แวกนอน นายกเทศมนตรีของเมืองโทพีกา รัฐแคนซัส ในขณะนั้นเปลี่ยนชื่อเมืองให้เป็น "โทพิกะจู" (Topikachu) หนึ่งวัน[27] และในโฆษณาชุด "Got Milk?" ก็มีพิกะจูปรากฏอยู่ในวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2000[28] ในขบวนพาเหรดเมซีส์แธงส์กิฟวิงเดย์พาเหรด นำเสนอบอลลูนลายพิกะจูตั้งแต่ ค.ศ. 2001[29] บอลลูนแบบดั้งเดิมลอยต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งสุดท้ายในงานครบรอบสิบปีของโปเกมอน ชื่อว่า "ปาร์ตีออฟเดอะเดเคด" (Party of the Decade) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2006 ที่สวนไบรแอนต์ในนครนิวยอร์ก[30][31][32][33] และบอลลูนพิกะจูแบบใหม่ที่กำลังไล่ตามมอนสเตอร์บอลและมีแก้มสีโทนสว่างปรากฏตัวครั้งแรกในขบวนพาเหรด ค.ศ. 2006[34] ในขบวนพาเหรด ค.ศ. 2014 บอลลูนพิกะจูแบบใหม่สวมผ้าพันคอสีเขียวและกำลังถือพิกะจูสโนว์แมนตัวเล็กอยู่[35]

ในตอนแรกของซีรีส์ที่ 11 ของซีรีส์เรื่องท็อปเกียร์ พิธีกร ริชาร์ด แฮมมอนด์เปรียบภาพของรถยนต์รุ่นทาทา นาโน กับพิกะจูตัวหนึ่ง โดยกล่าวว่า "พวกเขาประหยัดเงินในการออกแบบ เพราะเขายึดพิกะจูเป็นต้นแบบ"[36] ในตอนชื่อ "Dual" ในซีซีนที่สามของเรื่อง ฮีโร่ส์ แดฟนี มิลล์บรุก ตั้งชื่อเล่นให้ฮิโระ นากามุระ ว่า "พิกะจู" ทำให้เขาละอายใจมาก เทรซี สเตราส์ เรียกเขาด้วยชื่อนี้อีกครั้งหลังจากเขากล่าวขอโทษก่อนที่จะต่อยหน้าเธอ[37][38] ตัวละครล้อเลียนพิกะจูตัวหนึ่งชื่อ หลิงหลิง เป็นตัวละครหลักในละครดรอนทูเก็ตเดอร์ ทางช่องคอเมดีเซนทรัล บนตัวเครื่องบินรุ่นโบอิง 747-400 ของสายการบินออล นิปปอน แอร์เวย์ (JA8962) มีรูปพิกะจูอยู่ด้วย[39]

พิกะจูปรากฏตัวหลายครั้งในซีรีส์เดอะซิมป์สันส์ ในตอน "Bart vs. Lisa vs. the Third Grade" ค.ศ. 2002 บาร์ต ซิมป์สันมีภาพหลอนขณะทำข้อสอบในห้องเรียนและมองเห็นเพื่อนในห้องเป็นตัวละครในรายการโทรทัศน์หลายตัว หนึ่งในนั้นคือพิกะจู[40] แมกกี ซิมป์สัน กลายเป็นพิกะจูในมุขโซฟาหรือคาวช์แก็ก (couch gag) ในช่วงเปิดเรื่องของตอน 'Tis the Fifteenth Season" ค.ศ. 2003[41] มุขโซฟามุขดังกล่าวได้กลับมาใช้อีกครั้งในตอน "Fraudcast News" ค.ศ. 2004[42] ในตอน "Postcards from the Wedge" ค.ศ. 2010 ขณะบาร์ตทำการบ้าน โปเกมอนตอนหนึ่งเบี่ยงเบนความสนใจของเขา หลังจากกำลังชมฉากที่ซาโตชิกำลังคุยกับพิกะจู เขาครุ่นคิดว่าการ์ตูนเรื่องโปเกมอนสามารถฉายอยู่ได้อย่างไรเป็นเวลาหลายปี[43]

นิตยสารไทม์จัดอันดับให้พิกะจูเป็นบุคคลดีเด่นอันดับที่สองประจำปี ค.ศ. 1999 เรียกพิกะจูว่าเป็น "ตัวละครแอนิเมชันที่เป็นที่รักที่สุดนับตั้งแต่มีเฮลโลคิตตีมา" นิตยสารชี้ว่าพิกะจูเป็น "หน้าตาสาธารณชนของปรากฏการณ์ที่แพร่หลายจากวิดีโอเกมที่ขายดีที่สุดของนินเทนโด จนกลายเป็นอาณาจักรการ์ดเกม" กล่าวว่าสาเหตุของการจัดอันดับมาจากการทำกำไรให้แฟรนไชส์ได้ในปีนั้น รองจากริกกี มาร์ติน และนำหน้านักเขียน เจ.เค. โรว์ลิง[44] พิกะจูอยู่อันดับที่ 8 จากผลสำรวจตัวละครแอนิเมชันตัวโปรด จัดทำโดยแอนิแมกซ์ ใน ค.ศ. 2002 พิกะจูของซาโตชิอยู่อันดับที่ 15 จากรายชื่อตัวละครการ์ตูนที่ดีที่สุดตลอดกาล จัดทำโดยนิตยสารทีวีไกด์[45] เว็บไซต์เกมสปอต กล่าวถึงพิกะจูในบทความ "ฮีโร่จากเกมที่ดีที่สุดตลอดกาล"[46] ใน ค.ศ. 2003 นิตยสารฟอบส์จัดอันดับให้พิกะจูเป็นตัวละครในบันเทิงคดีที่ทำรายได้สูงสุดแห่งปีอันดับที่ 8 ด้วยรายได้ 825 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[47] ใน ค.ศ. 2004 พิกะจูตกอันดับลงมา 2 อันดับ อยู่อันดับที่ 10 ทำรายได้อีก 825 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นปีที่สองติดต่อกัน[48] ในผลสำรวจ ค.ศ. 2008 ของออริคอน พิกะจูได้รับโหวตเป็นตัวละครจากวิดีโอเกมที่เป็นที่นิยมที่สุดอันดับที่ 4 ในญี่ปุ่น ร่วมกับโซลิดสเนก[49] พิกะจูยังถือเป็นมิกกี้ เมาส์ในแบบฉบับของญี่ปุ่น[50] และเป็นส่วนหนึ่งในการเคลื่อนไหว "ทุนนิยมน่ารัก" (cute capitalism) [39] พิกะจูติดอันดับที่ 8 ในรายชื่อ "ตัวละครอะนิเมะ 25 ตัวยอดเยี่ยมตลอดกาล" จัดทำโดยไอจีเอ็น[51] นิตยสารนินเทนโดเพาเวอร์จัดว่าพิกะจูเป็นฮีโรตัวโปรดอันดับที่ 9 กล่าวว่า แม้ว่ามันจะเป็นหนึ่งในโปเกมอนรุ่นแรก ๆ แต่มันก็ยังเป็นที่นิยมในทุกวันนี้[52] นักเขียน เทรซี เวสต์ และแคตเธอรีน โนลล์ เรียกพิกะจูว่าเป็นโปเกมอนรูปแบบไฟฟ้าที่ดีที่สุด และเป็นโปเกมอนที่ดีที่สุดจากทั้งหมดทั้งมวล เขาเสริมว่าถ้าคนคนหนึ่งถามผู้เล่นเกมโปเกมอนว่าโปเกมอนตัวโปรดของเขาคือตัวอะไร พวกเขา "คงจะ" เลือกพิกะจู เขายังเห็นว่าพิกะจู "กล้าหาญและจงรักภักดี"[53] ในคำกล่าวที่ไม่ใช่ด้านดี พิกะจูจัดว่าเป็นตัวละครการ์ตูนในยุค 90 ที่น่ารำคาญที่สุดอันดับหนึ่ง[54] จัดทำโดยเว็บท่าอาสก์เมน[55] เช่นเดียวกัน ในผลสำรวจที่ไอจีเอ็นทำขึ้น พิกะจูเป็นโปเกมอนที่ดีที่สุดอันดับที่ 48 โดยมีพนักงานให้ความเห็นว่า "แม้ว่าจะเป็นโปเกมอนที่เป็นที่จดจำที่สุดในโลก พิกะจูกลับอยู่อันดับต่ำใน 100 อันดับอย่างน่าประหลาดใจ"[56]

สารลิแกนด์ที่เพิ่งถูกค้นพบซึ่งเชื่อกันว่าช่วยทำให้สายตาแหลมคม ค้นพบโดยมูลนิธิสถาบันชีวเคมีโอซากา (ญี่ปุ่น: Osaka Bioscience Institute Foundation 大阪バイオサイエンス研究所 ?) ได้ชื่อว่า "พิกะชูริน" (Pikachurin) ยืมชื่อมาความว่องไวของพิกะจู[57] เนื่องจากพิกะจูมี "การเคลื่อนไหวไวเท่าแสงและเอฟเฟกต์ไฟฟ้าช็อต"[58]

พิกะจูและโปเกมอนอื่น ๆ อีก 10 ชนิดเคยถูกเลือกให้เป็นตุ๊กตาสัญลักษณ์ในฟุตบอลโลก 2014 ด้วย[59]

อ้างอิง[แก้]

  1. Game Freak (1998-09-30). Pokémon Red and Blue, Instruction manual. Nintendo. pp. 6–7. 
  2. Game Freak (1998-09-30). Pokémon Red and Blue, Instruction manual. Nintendo. p. 11. 
  3. Staff. "2. 一新されたポケモンの世界". Nintendo.com (ใน Japanese). Nintendo. p. 2. สืบค้นเมื่อ 2010-09-10. 
  4. Stuart Bishop (2003-05-30). "Game Freak on Pokémon!". CVG. Archived from the original on 2008-02-08. สืบค้นเมื่อ 2008-02-07. 
  5. "The Ultimate Game Freak". Time Asia 154 (20): 2. November 22, 1999. Archived from the original on 2010-05-10. สืบค้นเมื่อ September 25, 2009. 
  6. Noble, McKinley (2009-03-23). "Pokemon Platinum: Developer Interview!". GamePro. Archived from the original on 2009-03-27. สืบค้นเมื่อ 2009-06-09. 
  7. (ใน Japanese). Nintendo http://www.nintendo.co.jp/nom/0007/gfreak/page06.html. สืบค้นเมื่อ June 6, 2009.  Unknown parameter |script-title= ignored (help); Missing or empty |title= (help)
  8. Pokédex: It lives in forests with others. It stores electricity in the pouches on its cheeks. Game Freak. Pokémon Diamond. Nintendo. Nintendo DS. (2007-04-22)
  9. Tobin, Joseph Jay (2004). Pikachu's Global Adventure: The Rise and Fall of Pokémon. Duke University Press. pp. 65–66. ISBN 0-8223-3287-6. 
  10. "The Ultimate Game Freak". Time Asia 154 (20): 1. November 22, 1999. Archived from the original on 2010-05-10. สืบค้นเมื่อ September 25, 2009. 
  11. "Pikachu Pokemon – Pokedex". IGN. 2013-12-26. สืบค้นเมื่อ 2014-01-01. 
  12. Craig Harris (October 19, 1999). "Pokemon Yellow: Special Pikachu Edition – Game Boy Review at IGN". IGN. สืบค้นเมื่อ 2010-12-09. 
  13. Lucas M. Thomas (April 1, 2010). "Take a Pokewalk Through the Yellow Forest – Nintendo DS News at IGN". IGN. สืบค้นเมื่อ 2010-12-09. 
  14. Hey You, Pikachu! Nintendo.com'.' Retrieved July 17, 2006.
  15. Mary Jane Irwin (December 4, 2003). "Pokemon Channel – GameCube Review at IGN". IGN. Archived from the original on 2012-06-26. สืบค้นเมื่อ 2010-12-09. 
  16. Nintendo officially announces PokePark Wii Joystiq.com'.' Retrieved February 27, 2010.
  17. Nintendo Power Magazine
  18. "Pokémon - I Choose You!". Takeshi Shudō (writer). Pokémon. Various. September 8, 1998. No. 1, season Indigo League.
  19. "Pokémon Emergency!". Shinzō Fujita (writer). Pokémon. Various. September 9, 1998. No. 2, season Indigo League.
  20. "Pikachu's Goodbye". Junki Takegami (writer). Pokémon. Various. November 20, 1998. No. 37, season Indigo League.
  21. "A Friend In Deed". Shōji Yonemura (writer). Pokémon. Various. November 20, 1999. No. 78, season Indigo League.
  22. 22.0 22.1 "Animerica Interview Toshihiro Ono." VIZ Media. May 10, 2000. Retrieved on May 31, 2009.
  23. "The Pojo – TCG Set Lists McDonald's Campaign Expansion Set". สืบค้นเมื่อ 2008-06-04. 
  24. "Fastfoodtoys.Net Pokémon 2000 Toys". สืบค้นเมื่อ 2008-06-04. 
  25. "Restaurant chain entertainment promotions monitor, June 2003". Entertainment Marketing Letter. June 1, 2003. สืบค้นเมื่อ 2009-06-30. 
  26. "Pokemon at Wendy's Promotion Begins!". May 20, 2003. Archived from the original on 2008-02-12. สืบค้นเมื่อ 2009-06-30. 
  27. Staff (November 1999). "What's the Deal with Pokémon?". Electronic Gaming Monthly (124): 172. 
  28. "Pikachu Guzzles Milk to Become Most Powerful Pokemon". Business Wire. 2000-05-25. สืบค้นเมื่อ 2008-07-29. 
  29. Macy's Thanksgiving Day Parade Ncytourist.com'.' Retrieved July 17, 2006.
  30. Zappia, Corina (August 8, 2006). "How Has Pokémon Not Died Yet?". NY Mirror (The Village Voice). สืบค้นเมื่อ 2009-05-18. 
  31. Clark, Roger (August 8, 2006). "Pokemon Mania Takes Over Bryant Park". NY1 News. NY1 News. Archived from the original on 2009-09-18. สืบค้นเมื่อ 2009-05-18. 
  32. Sekula, Anna (August 17, 2006). "Gamers Crowd Bryant Park for Pokemon Tournament". BizBash (BizBash Media Inc.). สืบค้นเมื่อ 2009-05-18. 
  33. "Pokémon Party of the Decade". Bryantpark.org. 2010-12-05. สืบค้นเมื่อ 2010-12-13. 
  34. Whitt, Tom (2006-05-23). "Pikachu Soars as Trial Balloon for a Safer Macy's Parade". สืบค้นเมื่อ 2008-07-29. 
  35. LeBoeuf, Sarah (3 November 2014). "Holiday-Themed Pikachu Making Debut in Macy's Thanksgiving Day Parade". Defy Media, LLC. สืบค้นเมื่อ 27 November 2014. 
  36. "Series 11, episode 1". Top Gear. BBC 2, Dunsfold Park. 22 June 2008.
  37. Kubicek, John (December 15, 2008). "Heroes: Episode 3.13 "Dual, " Volume 3 Finale Recap (Page 2/3)". Buddy TV. สืบค้นเมื่อ 4 March 2012. 
  38. "Dual". TV.com. สืบค้นเมื่อ 4 March 2012. 
  39. 39.0 39.1 Allison, Anne (2002) The Cultural Politics of Pokémon Capitalism[ลิงก์เสีย] Media in Transition 2: globalization and convergence
  40. "Bart vs. Lisa vs. The Third Grade". The Simpsons. Fox. 17 November 2002. No. 3, season 14.
  41. "'Tis the Fifteenth Season". The Simpsons. Fox. 14 December 2003. No. 7, season 15.
  42. "Fraudcast News". The Simpsons. Fox. 23 May 2004. No. 22, season 15.
  43. "Postcards from the Wedge". The Simpsons. Fox. 14 March 2010. No. 14, season 21.
  44. "The Best (and Worst) of 1999: The Best People of 1999". Time 154 (24). 1999-12-20. Archived from the original on 2009-03-03. สืบค้นเมื่อ 2010-03-05. 
  45. "TV Guide's 50 greatest cartoon characters of all time[ลิงก์เสีย]. Retrieved April 17, 2009.
  46. "All Time Greatest Game Hero – The Standings". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2009-09-15. [ลิงก์เสีย]
  47. Gisquet, Vanessa; Lagorce, Aude (2003-09-25). "Top-Earning Fictional Characters". Forbes. สืบค้นเมื่อ 2010-03-05. 
  48. Gisquet, Vanessa; Rose, Lacey (2004-10-19). "Top Characters Gross $25B". Forbes. สืบค้นเมื่อ 2010-03-05. 
  49. Ashcraft, Brian (2009-10-04). "And Japan's Favorite Video Game Characters Are...?". Kotaku. สืบค้นเมื่อ 2009-09-12. 
  50. Tobin, Joseph (2004). Pikachu's Global Adventure: The Rise and Fall of Pokémon (PDF). Duke University Press. ISBN 0-8223-3287-6. สืบค้นเมื่อ 2009-06-09. 
  51. Chris Mackenzie (October 20, 2009). "Top 25 Anime Characters of All Time – Movies Feature at IGN". IGN. สืบค้นเมื่อ 2010-12-09. 
  52. Nintendo Power 250th issue!. South San Francisco, California: Future US. 2010. pp. 40, 41. 
  53. West, Tracey; Noll, Katherine (2007). Pokémon Top 10 Handbook. pp. 20, 78. ISBN 9780545001618. สืบค้นเมื่อ 2011-04-30. 
  54. Murphy, Ryan. "Top 10: Irritating '90s Cartoon Characters". AskMen. สืบค้นเมื่อ July 7, 2012. 
  55. Murphy, Ryan. "Top 10: Irritating '90s Cartoon Characters". AskMen. สืบค้นเมื่อ July 7, 2012. 
  56. "Pikachu – #48 Top Pokémon – IGN". IGN. สืบค้นเมื่อ 2012-06-26. 
  57. "Pikachurin, a dystroglycan ligand, is essential for photoreceptor ribbon synapse formation". Nature (journal). 2008-07-20. สืบค้นเมื่อ 2008-07-21. 
  58. Levenstein, Steve (2008-07-24). "Lightning-Fast Vision Protein Named After Pikachu". Inventor Spot. สืบค้นเมื่อ 2008-07-29. 
  59. Salvador Borboa (March 12, 2014). "Pikachu Named Japan's Official Mascot In Brazil 2014 World Cup". The Beautiful Game LLC. สืบค้นเมื่อ March 17, 2014. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]