พอร์ตอาเทอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พอร์ตอาเทอร์

พอร์ตอาเทอร์ (อังกฤษ: Port Arthur) เป็นเมืองขนาดเล็ก อดีตเคยเป็นที่ตั้งของที่กุมขังนักโทษ ในปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวทีสำคัญแห่งหนึ่งของรัฐแทสเมเนีย

[แก้] ประวัติ

ประเทศที่มีอดีตเคยเป็นแดนนักโทษ นั้นคือ ประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันนี้ได้รับการก่อตั้งเป็นประเทศขึ้นมาได้ก็เพราะสงครามปฏิวัติที่อเมริกาเป็นผู้ก่อขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1775 ครั้งหนึ่งในยุคก่อนหน้านั้น บรรดาประเทศต่าง ๆ ที่มีเมืองขึ้นของตนมักจะใช้ดินแดนในเมืองขึ้นดังกล่าวเป็นแดนกักกันหรือเป็นคุกที่คุมขังนักโทษ โดยเฉพาะประเทศอังกฤษมักจะนำผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตลอดจนนักโทษที่ถูกตัดสิน ได้รับโทษแล้ว ไปกักกันไว้ในดินแดนอันเป็นเมืองขึ้นของตนในอเมริกา แต่หลังจากที่บรรดาดินแดนอเมริกาอันเคยเป็นเมืองขึ้นของ ประเทศอังกฤษ เกิดรบชนะในสงครามกู้อิสรภาพครั้งนั้นแล้ว อังกฤษก็ต้องหาสถานที่กักกันนักโทษของตนแทนดินแดนอเมริกันเหล่านั้นต่อไปใหม่

ด้วยเหตุนี้ กองเรืออังกฤษจึงได้ใช้เรือแล่นลัดตัดตรงไปยังดินแดนออสเตรเลีย โดยได้บรรทุกเอาบรรดานักโทษชายหญิงไปในเรือเหล่านั้นด้วย นักโทษเหล่านั้นต้องถูกส่งออกจากบ้านเกิดเมืองนอนของตน ก็เพราะต้องตกเป็นอาชญากรแผ่นดินในคดีต่าง ๆ บางคนมีหนี้สินแล้วไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ ก็ต้องเข้าคุกไปโดยไม่มีทางเลี่ยง

แดนกักกันทั้งหลายในยุคแรก ๆ ของการใช้ดินแดนออสเตรเลียเป็นแดนกักกันนักโทษของอังกฤษ ที่สำคัญแห่งหนึ่งคือ ซิดนีย์ อันเป็นนครใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรเลียในปัจจุบัน หลังจากนั้นต่อมาก็มีการจัดส่งนักโทษที่ต้องโทษขนาดหนักแยกย้ายไปสู่ที่ควบคุมพิเศษที่จัดตั้งขึ้นใหม่ เรียกกันว่า "นิคมผู้ต้องโทษคดีอาญา" ซึ่งในยุคนั้นมีนิคมนักโทษที่สำคัญอยู่แห่งหนึ่งบนเกาะเปล่าเปลี่ยว มีแต่โขดหินซึ่งเรียกกันในยุคนั้นว่า นิคมนักโทษที่พอร์ตอาเทอร์ ฟังดูคล้าย ๆ จะเป็นท่าเรือสำหรับเกาะแห่งนั้น เขาเรียกกันว่าดินแดนแห่งแวน ไดเมน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งในปัจจุบันนี้ว่า เกาะแทสเมเนีย ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทะเลด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย

ชีวิตความเป็นอยู่ในนิคมนักโทษที่พอร์ตอาเทอร์มีความทารุณโหดร้ายมาก เรื่องจะคิดหลบหนีนั้นอย่าได้หวังเลยว่าจะมีโอกาส นอกจากจะมี ยามรักษาการณ์และฝูงสุนัขคอยเฝ้าระวังอยู่แทบทุกฝีก้าวแล้ว ในท้องทะเลยังมีปลาฉลามชุกชุมเสียอีกด้วย อาคารที่ควบคุมก็ตั้ง อยู่บนโขดหินสูงชัน ได้ยินแต่เสียงคลื่นซัดอยู่อาดอานทั้งวันทั้งคืน มีนักโทษพยายามหลบหนีมากมายหลายคนแต่ก็มีอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่สามารถรอดชีวิตออกมาได้ พอร์ตอาเทอร์ถูกใช้เป็นแดนคุมขังนักโทษอยู่โดยตลอดมาเป็นเวลานานถึงห้าสิบปี มีนักโทษอยู่ประมาณ 30,000 คน แต่หลังจากที่ถูกทิ้งร้างว่างเปล่าไม่ใช้เป็นแดนคุมขังได้ประมาณสองปี ตัวนิคมส่วนใหญ่ก็ถูกไฟเผาผลาญเสียเป็นส่วนมาก

ปัจจุบันนี้มีนักท่องเที่ยวพากันเดินทางไปแวะชมพอร์ตอาเทอร์มากมาย ท่ามกลางซากปรักหักพังที่ยืนหยัดอยู่ตลอดมาเป็นเวลานาน ประมาณหนึ่งร้อยปี พร้อมทั้งยังมีหอคอยสูง บ้านและโบสถ์อีกอย่างละหนึ่งหลัง นอกจากนี้ก็มีโรงพยาบาลอีกหนึ่งแห่ง สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวมา ล้วนแต่เป็นฝีมือการก่อสร้างของบรรดานักโทษทั้งสิ้น ซากปรักหักพังต่าง ๆ ที่นั่น เป็นเสมือนสิ่งเตือนใจให้ระลึกถึงว่าประเทศออสเตรเลียนั้น เริ่มตั้งขึ้นมาได้ก็เพราะถูกใช้เป็นแดนคุมขังนักโทษมาก่อน

[แก้] การสังหารหมู่ที่พอร์ตอาเทอร์

วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2539 นาย มาร์ติน บาร์แยนท์ได้ก่อเหตุสะเทือนขวัญ สังหารชีวิตประชาชนในบริเวณพอร์ตอาเทอร์อย่างเลือดเย็น มีผู้เสียชีวิตจากการสังหารของเขาถึง 35 ราย และบาดเจ็บอีก 37 ราย ตัวเขาถูกจับได้ในวันถัดมาและถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และจากเหตุการณ์นี้ทำให้รัฐบาลสหพันธ์ออสเตรเลีย ร่างกฎหมายควบคุมอาวุธปืน ทำให้ออสเตรเลียกลายเป็นประเทศที่เข้มงวดต่อการครอบครองอาวุธปืนมากที่สุดประเทศหนึ่ง[ต้องการแหล่งอ้างอิง]

พอร์ตอาเทอร์ เป็นบทความเกี่ยวกับ แม่น้ำ ภูเขา หรือสถานที่ทางภูมิศาสตร์ ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ พอร์ตอาเทอร์ ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ
ประวัติศาสตร์ พอร์ตอาเทอร์ เป็นบทความเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ พอร์ตอาเทอร์ ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ หรือ ดูเพิ่มที่ สถานีย่อย:ประวัติศาสตร์
เครื่องมือส่วนตัว