พลังจิต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พลังจิตเป็นพลังอำนาจอันลึกลับที่มนุษย์เข้าใจกันว่า ในตัวของมนุษย์ด้วยกันจะมีความสามารถพิเศษ และมีพลังเหนือธรรมชาติ

ความเข้าใจ[แก้]

เราทุกคนนั้นมีพลังอยู่ภายในตัวของเราเอง แต่ทุกวันนี้มนุษย์กลับสามารถนำเอาพลังจิตที่ตนเองมีออกมาใช้งานได้เพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวของพลังจิตทั้งหมด โดย ร่างกายไม่สามารถเข้าไปบังคับควบคุมพลังจิตเหล่านั้นได้[ต้องการอ้างอิง]

จิตไร้สำนึกเป็นจิตที่มีพลังมากที่สุด พลังจิตในส่วนของจิตไร้สำนึกจึงเป็นพลังจิตในส่วนที่มีพลังอันไร้ขอบเขต และเป็นพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตของเราได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งก็หมายความถึงว่า มนุษย์ผู้ที่มีความสามารถในการดึงเอาพลังจิตจากจิตไร้สำนึกออกมาใช้งานได้ จะเป็นผู้ที่สามารถกำหนดความเป็นไปในชีวิตให้แก่ตนเองได้[ต้องการอ้างอิง]

ในประเทศไทยความเชื่อเรื่องพลังจิตมักนำความเชื่อทางไสยศาสตร์เข้ามาปะปน จนแทบไม่เหลือเค้าโครงหรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ใด ๆ และยังมีการอ้างอิงอันเท็จว่าไอน์สไตน์ได้หันสนใจในพระพุทธศาสนา ด้วยความเชื่อทางพลังจิต[ต้องการอ้างอิง]

โลก มีองค์ประกอบอยู 3 อย่างเท่านั้น คือ 1 MASS มวสาร แทนด้วย  M
                                 2  Energy   แทนด้วย  E
                                  3  การเคลื่อนไหว เรียกว่า  เวลา แทนด้วย T
                       หากคาบเวลานั้นสูงขึ้น จนเท่าความเร็วแสง เรียกว่า C ยกกำลังสอง 
                       สมองมนุษย์นั้น ก็ประกอบด้วย E M C และจะมีประจุไฟฟ้า ไหลผ่านเซลล์ ซึ่งเป็นความเร็ว ในระดับ อิออน 
                       อนุภาค ที่ เล็ก ลงไปกว่า องค์ประกอบ ที่มนุษย์สัมผัสได้ คือการเปลี่ยน จากค่าของพลังงาน มาเป็นมวล สสาร องค์ประกอบ
                       ที่อยู่ในเซลล์สมอง เส้นประสาท ที่ปรากฏในรูปแบบ ที่เป็นความจำ ความคิด หรือเป็นตัวควบคุมสภาวะการรับรู้ชองมนุษย์
                       ทำให้สามารคำนวน ค่าความเป็นจริงได้จากสนามไฟฟ้า ที่เกิดชึ้นโดยค่าของความเร็วของการเคลื่อนทของประจุไฟฟ้า เปลี่ยนมาเป็นความรู้ 
                       การรับรู้ และตัดสินใจ ว่า เป้นจริงจากค่าของพลังงาน ที่อยู่ในรูป อนุภาค เช่น การต้องการสิ่งอ้างอิง..ว่าข้อความนี้เป็นจริงหรือไม่
                       มนุษย์ใช้การสัมผัสแบบ ความรู้ร่วม..หมายถึง ต้องมีค่า ความเร็ว ของประจุเซลล์สมอง ที่เท่ากัน หรือเหมือนกัน จะได้ สมการว่า 1+1  = จริง 
                        1+0 ไม่จริง 0 + 1 ไม่จริง และ  0+0 ไม่จริง จึงหมายความว่า การตัดสินใจของมนุษย์ ใกล้เคียง เครื่องจักร หรือเครื่องบวกเลข ธรรมดา
                        ที่หาองค์ประกอบ ที่ตนเอง และผู้อื่น พิสูจน์ได้เท่านั้น..ไอสไตน์ เชื่อว่า เอกภพที่เป็น 1 นั้น จึงไม่สามรถเข้าไปรับรู้ได้เองโดยอาศัยตรรก ง่าย อย่าง 1+1
                        ที่ยกตัวอย่างมาแล้วข้างต้น..พลังจืต จึงเป็นเอกภาพ หรือ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถ มีผู้สังเกตุ และผู้ถูกสังเกตได้ ท่านอาจจะได้รับข้อมูลนี้ช้าไปถึง 1 ล้านปี
                        ด้วยเหตุที่ว่า..สมอง ไม่สามารถ รับ ข่าวสาร ตวามรู้ ที่มีความเร็วกว่าแสง ถึง 3000 เท่า...เพราะเป็นปรากฎการที่ไม่มีอยู่ในสมองมนุษย์นั้นเอง
                         อักษร ที่สว่าง จากจอภาพ มาถึงลูกในตาท่านผู้ตรวจ..จึงพิมพ์ล่วงหน้า มาแล้ว กว่า 1 ล้านปี....แต่ทำไมท่านรู้สึกว่า พึ่งจะได้อ่าน...ทฤษฎี สัมพัทธ ที่ก็ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์ คนไหน..เร่งอนุภาค..แล้ววิ่งตามไปดุมันได้....และ..สิ่งนั้นคือ พลังจิต..