ผจญภัยล่าสายน้ำอมฤตสุดขอบโลก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ผจญภัยล่าสายน้ำอมฤตสุดขอบโลก
A bearded man with long hair stands on a beach. He wears a red bandanna, a dark blue vest with a white shirt underneath and black pants, and attached to his belt are two guns and a scarf. A ship with flaming sails is approaching from the sea. On the background, three mermaids are sitting on a rock. The names of the main actors are seen atop the poster, and the film credits are at the bottom.
โปสเตอร์ภาพยนตร์
กำกับ ร็อบ มาแชลล์
อำนวยการสร้าง เจอร์รี บรัคไฮเมอร์
เขียนบท เทอร์รี รอสซิโอ
เท็ด เอเลียต
อ้างอิง On Stranger Tides:
ทิม พาวเวอร์ส
ตัวละครโดย
นำแสดง จอห์นนี เดปป์
เปเนโลเป กรุซ
Ian McShane
เจฟฟรีย์ รัช
ดนตรีประกอบ ฮานส์ ซิมเมอร์
กำกับภาพ Dariusz Wolski
ตัดต่อ Michael Kahn
ค่าย วอลต์ดิสนีย์พิกเจอส์
เจอร์รี บรัคไฮเมอร์ ฟิล์ม
จำหน่าย/เผยแพร่ Walt Disney Studios Motion Pictures
ฉาย 18 พฤษภาคม 2011 (2011-05-18)(United Kingdom/France[1] )
พฤษภาคม 19, 2011 (Australia[1] )
พฤษภาคม 20, 2011 (United States/Canada[2])
ความยาว 137 นาที[3]
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ 150 [4]–250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[5]
รายได้ 1,029,110,309 ดอลลาร์สหรัฐ[5]
ก่อนหน้านี้ Pirates of the Caribbean: At World's End
ต่อจากนี้ Pirates of the Caribbean: Dead men tell no tales

ผจญภัยล่าสายน้ำอมฤตสุดขอบโลก (อังกฤษ: Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides) เป็นภาพยนตร์อเมริกันในปี ค.ศ. 2011 แนวผจญภัย แฟนตาซี เป็นภาคที่ 4 ในภาพยนตร์ชุดไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียน ในภาพยนตร์กัปตันแจ็ก สแปร์โรว์ (จอห์นนี เดปป์) ได้ร่วมกับแอนเจลิกา (เปเนโลเป กรุซ) ในการค้นหาน้ำพุเยาว์วัย โดยเผชิญหน้ากับโจรสลัดที่ชั่วร้าย แบล็กบีร์ด (เอียน แม็กเชน) โดยเนื้อเรื่องได้รับแรงบันดาลใจจากบทประพันธ์เรื่อง On Stranger Tides เขียนโดยทิม พาเวอส์ รวมถึงได้รับแรงบันดาลใจจากเกมค่ายลูคัสอาตส์ ที่ชื่อ The Secret of Monkey Island[6][7][8] ภาพยนตร์กำกับโดยร็อบ มาร์แชลล์ เขียนบทโดย เท็ด เอ็ลเลียตและเทอร์รี รอสซิโอ และสร้างโดยเจอร์รี บรัคไฮเมอร์[6]

ภาพยนตร์จัดจำหน่ายโดยวอลต์ดิสนีย์พิกเจอส์ และออกฉายในสหราชอาณาจักรและอิตาลีเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 ในออสเตรเลียเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 และในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2011[1][9][10][11] ออกในรูปแบบดิสนีย์ดิจิตอลทรีดีและไอแมกซ์ทรีดี[9][11] เป็นภาพยนตร์ภาคแรกที่กำกับโดยร็อบ มาร์แชลล์ มิใช่ กอร์ เวอร์บินสกี[7]

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

หลังจากความพยายามล้มเหลวที่จะช่วยคู่แรกของเขาโจชามี กิ๊บส์ (Kevin McNally) ในลอนดอนกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ หรือ Jack Sparrow (Johnny Depp) ถูกนำมาหากษัตริย์จอร์จที่สองGeorge II of Great Britain (Richard Griffiths), ผู้ต้องการให้แจ็คนำทางไปสายน้ำอมฤต ก่อน สเปนหามันเจอ โดยมีผู้นำร่วมทาง เป็นคู่ปรับเก่าของแจ็ค,กัปตันบาร์บอสซ่า หรือ Hector Barbossa (Geoffrey Rush), ในตอนนี้เป็นหน่วยราชนาวีให้กองทัพเรือหลังจากที่สูญเสียขาและเรือแบล็คเพิร์ล(Black Pearl) แจ็คหนีออกมา แต่พ่อของเขากัปตัน Teague หรือ Edward Teague (Keith Richards) พบเขาและเตือนแจ็คเกี่ยวกับการทดสอบของน้ำพุ นอกจากนี้เขายังแสดงให้เห็นว่ามีใครบางคนปลอมตัวเป็นแจ็ค นักต้มตุ๋นคนนั้นคือ แองเจลิกา (Penélope Cruz) อดีตคนรักของแจ็คและลูกสาวของโจรสลัดแบล็คเบียร์ด หรือ Blackbeard (Ian McShane), ผู้มีพลังอำนาจโดยการแกว่งดาบวิเศษที่ควบคุมเรือของเขา แจ็คถูกนำตัวไปขึ้นเรือของแบล็คเบียร์ด,ควีนแอนน์ รีเวนจ์Queen Anne's Revengeและถูกบังคับให้นำทางไปหาน้ำพุ และพบสองถ้วยเงินที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของจอห์น พอง เดอลีออง(Juan Ponce de León) ทั้งเชื่อว่าเรือที่หายไปก็เป็นของเขา น้ำในน้ำพุจะต้องดื่มพร้อมกันจากสองถ้วย ผู้ที่ดื่มถ้วยที่บรรจุน้ำตาของนางเงือกจะมีชีวิตอมตะ แต่ผู้ที่ดื่มอีกถ้วยจะต้องตาย เพราะชีวิตของเขาจะถูกสังเวยให้กับผู้ดื่มถ้วยที่มีน้ำตานางเงือก ขณะเดียวกันกิ๊บส์นั่งจำแผนที่และทำลายแผนที่ของแจ็ค เพื่อให้รอดชีวิตจากการถูกประหาร จึงทำให้บาร์บอสซ่าต้องให้เขานำทางไปหาน้ำพุ แบล็คเบียร์ดพยายามไปหาน้ำพุเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงคำทำนายที่ว่าเขาจะต้องเสียชีวิตด้วยน้ำมือของ "ชายขาเดียว" (บาร์บอสซ่า),เขาได้ตั้งค่ายที่อ่าวไวค์แคป หรือ Whitecap Bay และที่นั่นพวกเขาก็ถูกโจมตีโดยฝูงนางเงือก แต่แบล็คเบียร์จับมาได้หนึ่งตัว (Àstrid Bergès-Frisbey) ฟิลิป สวิฟท์ หรือ Philip Swift (Sam Claflin) เชลยมิชชันนารีได้ตกหลุมรักกับนางเงือกและได้ตั้งชื่อให้เธอว่า ไซเรนา (Syrena) แบล็คเบียร์ดได้ส่งแจ็คให้ไปนำถ้วยจากเรือของจอห์น พอง เดอลีออง

เมื่อแจ็คไปบนเรือก็พบกับบาร์บอสซ่ารออยู่ข้างใน, แต่สเปนได้ถ้วยไปแล้ว อย่างไรก็ตามบาร์บอสซ่าเพียงต้องการที่จะแก้แค้นแบล็คเบียร์ด ที่ยึดเรือแบล็คเพิร์ลไป ซึ่งบาร์บอสซ่าจำเป็นต้องตัดขาของเขาเองเพื่อหลบหนี เขาและแจ็คเข้าร่วมกองกำลังเพื่อเอา​​สังหารแบล็คเบียร์ด แล้วมุ่งหน้าไปค่ายสเปนสถานเพื่อขโมยถ้วย ในขณะเดียวกันไซเรนาก็ได้รักฟิลิป ทั้งคู่ถูกหลอกทำให้ไซเรนาต้องน้ำตาไหล ซึ่งแบล็คเบียร์ก็ปล่อยให้เธอตาย ฟิลิปถูกบังคับให้ต้องไปกับเขาด้วย แจ็คกลับมาพร้อมกับถ้วยและกิ๊บส์กับคนที่ร่วมมือกับบาร์บอสซ่า แจ็คต่อรองกับแบล็คเบียร์ด เพื่อเอาเข็มทิศคืนและปล่อยกิ๊บส์ไป และในทางกลับกัน, แจ็คสาบานว่าจะให้ถ้วยกับแบล็คเบียร์ด และนำเขาไปหาน้ำพุ; แบล็คเบียร์ดเห็นด้วยและปล่อยกิ๊บส์และเข็มทิศ

ที่น้ำพุ, แบล็คเบียร์ดและลูกเรือของเขาถูกโจมตีโดยบาร์บอสซ่า ,พวกสเปนมาทำลายน้ำพุเพราะกษัตริย์ของพวกเขาเชื่อว่าพลังของมันเป็นที่น่าสะอิดสะเอียนต่อพระเจ้า การต่อสู้ร่วมขึ้น และบาร์บอสซ่าได้แทงแบล็คเบียร์ดด้วยดาบอาบยาพิษ แองเจลิการีบนำดาบถอดออกจากแบล็คเบียร์ด บาร์บอสซ่านำดาบวิเศษของแบล็คเบียร์ดไปและนำเรือควีนแอนน์ รีเวนจ์ออกไปพร้อมกับลูกเรือของแบล็คเบียร์ด ในขณะเดียวกันฟิลิปแม้ว่าบาดเจ็บสาหัสได้หนีและปล่อยไซเรนาให้เป็นอิสระ หลังจากที่พบว่าถ้วยของพวกสเปนได้หล่นลงไปในน้ำลึกไซเรนา นำมันมาให้กับแจ็คแล้วเธอก็กลับไปจูบฟิลิปและพาเขาใต้น้ำ ในขณะที่แบล็คเบียร์ดได้รับบาดเจ็บ แจ็คนำถ้วยกับมาให้พวกเขาและพยายามโน้มน้าวให้แองเจลิกาดื่มถ้วยที่มีน้ำตา แต่แบล็คเบียร์ดบอกให้ลูกสาวของเขาเสียสละตัวเอง แองเจลิกาตกลงและดื่ม หลังจากดื่มเข้าไปก็ได้รู้แจ็คได้นำถ้วยที่มีน้ำตาให้แองเจลิกาดื่ม ร่างกายของแบล็คเบียร์ดถูกดูดลงไปในน้ำพุและสลายหายไป แจ็คได้นำแองเจลิกาไปปล่อยไว้บนเกาะร้าง แม้ว่าแองเจลิกาจะสารภาพรักของเธอที่มีต่อแจ็ค แต่แจ็คก็ต้องปล่อยเธอไว้บนเกาะเพราะรู้ว่าเธออาจต้องแก้แค้นให้พ่อของเธอ บาร์บอสซ่าซึ่งตอนนี้เป็นกัปตันของเรือควีนแอนน์ รีเวนจ์และได้ลาออกจากการเป็นกองทหารราชนาวี แจ็คก็พบกับกิ๊บส์กับเข็มทิศและเห็นแบล็คเพิร์ลในขวดของแบล็คเบียร์ดพร้อมกับเรืออีกมากมาย พวกเขานำแบล็คเพิร์ลออกมาในขนาดเดิมและพวกเขาเข้าไปในดวงอาทิตย์ และมุ่งมั่นที่จะดำเนินต่อไปในชีวิตของโจรสลัด ในอีกขณะหนึ่ง, ตุ๊กตาวูดูของแบล็คเบียร์ดที่ทำเป็นหุ่นแจ็คได้พัดมาเกยฝั่งบนเกาะที่แองเจลิกาอยู่ เธอหยิบมันขึ้นมาและยิ้ม

ตัวละคร[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides". IGN. IGN. สืบค้นเมื่อ 25 April 2011. 
  2. Jarrod Sarafin (January 7, 2010). "PIRATES 4 Sails May 2011". Mania.com. สืบค้นเมื่อ February 23, 2010. 
  3. http://www.bbfc.co.uk/AFF275643/
  4. Stewart, Andrew (May 19, 2011). "Fourth try aims to stir high 'Tides' at B.O.". Variety. สืบค้นเมื่อ May 20, 2011. 
  5. 5.0 5.1 "Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides". Box Office Mojo. Amazon.com. สืบค้นเมื่อ 2011-06-30. 
  6. 6.0 6.1 Roush, George (21 June 2010). "Plot Description Revealed For Pirates 4. Surprises Include Pirates, Ships And 'Arrrghs'". Latino Review. สืบค้นเมื่อ 21 April 2011. 
  7. 7.0 7.1 Rosenberg, Adam (18 December 2009). "'Pirates Of The Caribbean: On Stranger Tides' Director Rob Marshall Won't Commit To 3-D, Orlando And Keira Returning". MTV. สืบค้นเมื่อ 21 April 2011. 
  8. Weintraub, Steve (3 February 2011). "Producer Jerry Bruckheimer On Set Interview". Collider. สืบค้นเมื่อ 21 April 2011. 
  9. 9.0 9.1 Lesnick, Silas (22 July 2010). "Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides Teaser Shown Read more: UPDATE: Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides Teaser Shown". Coming Soon. สืบค้นเมื่อ 21 April 2011. 
  10. "Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides". OK Magazine Australia. 25 January 2011. สืบค้นเมื่อ 25 April 2011. 
  11. 11.0 11.1 "Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides An IMAX 3D Experience". IMAX. IMAX. สืบค้นเมื่อ 21 April 2011. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]