ปลาบู่ทอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ปลาบู่ทอง เป็นนิทานพื้นบ้านของไทย เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาวชาวบ้านผู้มีใจเมตตาได้แต่งงานกับกษัตริย์ เคยเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาแล้วหลายครั้ง

เนื้อหา

เนื้อเรื่อง[แก้]

เรื่องปลาบู่ทองเริ่มขึ้นโดยเศรษฐีทารก (อ่านว่า ทา-ระ-กะ) ผู้มีอาชีพจับปลามีภรรยา 2 คน คนแรกชื่อขนิษฐา มีลูกสาวชื่อ เอื้อย ส่วนคนที่สองชื่อ ขนิษฐี มีลูกสาวชื่อ อ้าย และ อี่

วันหนึ่งเศรษฐีทารกพาขนิษฐาไปจับปลาในคลอง ไม่ว่าจะเหวี่ยงแหไปกี่ครั้งก็ได้มาเพียงปลาบู่ทองที่ตั้งท้องตัวเดียวเท่านั้น จนกระทั่งพลบค่ำเศรษฐีก็ตัดสินใจที่จะเอาปลาบู่ทองที่จับได้เพียงตัวเดียวกลับบ้าน ทว่าขนิษฐาผู้เป็นภรรยาเกิดความสงสารปลาบู่ ขอให้เศรษฐีปล่อยปลาไป เศรษฐีทารกเกิดบันดาลโทสะจึงฟาดนางขนิษฐาจนตายและทิ้งศพลงคลอง

เมื่อกลับถึงบ้านเอื้อยก็ถามหาแม่ เศรษฐีจึงตอบไปว่าแม่ของเอื้อยได้หนีตามผู้ชายไป และจะไม่กลับมาบ้านอีกแล้ว นับตั้งแต่วันนั้นขนิษฐีผู้เป็นแม่เลี้ยงของเอื้อย และอี่กับอ้ายน้องสาวทั้งสองก็กลั่นแกล้งใช้งานเอื้อยเป็นประจำโดยที่เศรษฐีทารกไม่รับรู้และไม่สนใจ

เอื้อยคิดถึงแม่มากจึงมักไปนั่งร้องไห้อยู่ริมท่าน้ำ และได้พบกับปลาบู่ทองซึ่งเป็นนางขนิษฐากลับชาติมาเกิด เมื่อเอื้อยรู้ว่าปลาบู่ทองเป็นแม่ก็ได้นำข้าวสวยมาโปรยให้ปลาบู่ทองกิน และมาปรับทุกข์ให้ปลาบู่ทองฟังทุกวัน

นางขนิษฐีและลูกสาวเห็นเอื้อยมีความสุขขึ้น เมื่อถูกกลั่นแกล้งก็อดทนไม่ปริปากบ่นจึงสืบจนพบว่านางขนิษฐาได้มาเกิดเป็นปลาบู่ทอง และได้พบกับเอื้อยทุกวัน ดังนั้นเมื่อเอื้อยกำลังทำงานนางขนิษฐีก็จับปลาบู่ทองมาทำอาหารและขอดเกล็ดทิ้งไว้ในครัว

เอื้อยได้พบเกล็ดปลาบู่ทองก็เศร้าใจเป็นอย่างมาก นำเกล็ดไปฝังดินและอธิษฐานขอให้แม่มาเกิดเป็นต้นมะเขือ เอื้อยมารดน้ำให้ต้นมะเขือทุกวันจนงอกงาม เมื่อขนิษฐีทราบเรื่องเข้าก็โค่นต้นมะเขือ และนำลูกมะเขือไปจิ้มน้ำพริกกิน

เอื้อยเก็บเมล็ดมะเขือที่เหลือไปฝังดินและอธิษฐานให้แม่ไปเกิดเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองในป่า และไม่ให้ผู้ใดสามารถโค่น ทำลาย หรือเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้

วันหนึ่งพระเจ้าพรหมทัตเสด็จประพาสป่าได้พบกับต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง โปรดให้นำเข้าไปปลูกในวัง แต่ไม่มีผู้ใดสามารถเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้ พระเจ้าพรหมทัตจึงประกาศว่าผู้ใดที่เคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้จะให้รางวัลอย่างงาม

ขนิษฐีและอ้ายกับอี่เข้าร่วมลองถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองด้วยแต่ไม่สำเร็จ เอื้อยขอลองบ้างและอธิษฐานจิตบอกแม่ว่าขอย้ายแม่เข้าไปปลูกในวัง เอื้อยจึงถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้สำเร็จ

พระเจ้าพรหมทัตถูกชะตาเอื้อยจึงชวนเข้าไปอยู่ในวังและแต่งตั้งให้เอื้อยเป็นพระมเหสี ฝ่ายขนิษฐีและลูกสาวอิจฉาเอื้อยจึงส่งจดหมายไปบอกเอื้อยว่าเศรษฐีทารกป่วยหนักขอให้เอื้อยกลับมาเยี่ยมที่บ้าน

เมื่อเอื้อยกลับมาบ้าน นางขนิษฐีก็ได้แกล้งนำกระทะน้ำเดือดไปวางไว้ใต้ไม้กระดานเรือน และทำกระดานกลไว้ เมื่อเอื้อยเหยียบกระดานกลก็ตกลงในหม้าน้ำเดือดจนถึงแก่ความตาย ขนิษฐีให้อ้ายปลอมตัวเป็นเอื้อยและเดินทางกลับไปยังวังของพระเจ้าพรหมทัต

เอื้อยได้ไปเกิดใหม่เป็นนกแขกเต้า เมื่อเกิดใหม่แล้วก็บินกลับเข้าไปในพระราชวัง พระเจ้าพรหมทัตเห็นนกแขกเต้าแสนรู้ ไม่รู้ว่าเป็นเอื้อยกลับชาติมาเกิดก็เลี้ยงไว้ใกล้ตัว อ้ายเห็นดังนั้นก็ไม่พอใจ สั่งคนครัวให้นำนกแขกเต้าไปถอนขนและต้มกิน

แม่ครัวถอนขนนกแขกเต้าและวางทิ้งไว้บนโต๊ะ นกแขกเต้าจึงกระเสือกกระสนหลบหนีเข้าไปอยู่ในรูหนู มีหนูช่วยดูและจนขนขึ้นเป็นปกติ แล้วเอื้อยก็บินเข้าป่าไปจนเจอกับพระฤๅษี

พระฤๅษีตรวจดูด้วยญานพบว่านกแขกเต้าคือเอื้อยกลับชาติมาเกิดจึงเสกให้เป็นคนตามเดิม และวาดรูปเด็กเสกให้มีชีวิตเพื่อให้เป็นลูกของเอื้อย เมื่อเด็กนั้นโตขึ้นก็ขอเอื้อยเดินทางไปหาบิดา เอื้อยจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้บุตรชายฟังร้อยพวงมาลัยเพื่อให้บุตรชายนำไปให้พระเจ้าพรหมทัต

เมื่อพระเจ้าพรหมทัตได้พบกับบุตรชายของเอื้อยและพวงมาลัย ก็ขอให้เด็กชายเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่าได้มาลัยมาอย่างไร เด็กชายก็เล่าตามที่เอื้อยเล่าให้ฟัง เมื่อทราบเรื่องทังหมดแล้วพระเจ้าพรหมทัตก็สั่งประหารชีวิตอ้าย อี่ และขนิษฐี และไปรับเอื้อยเพื่อให้กลับมาครองบัลลังก์ร่วมกันอีกครั้ง

ภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์[แก้]

ปลาบู่ทอง
รูปแบบ ละครโทรทัศน์
ผู้สร้าง บริษัท สามเศียร จำกัด โดยสยม สังวริบุตร
ผู้กำกับ คูณฉกาจ วรสิทธิ์
แสดง วสุ ประทุมรัตน์วัฒนา
พีชญา วัฒนามนตรี
อัมรินทร์ สิมะโรจน์
ทราย เจริญปุระ
น้ำทิพย์ เสียมทอง
ไพโรจน์ สังวริบุตร
วนิษฐา วัชโรบล
ผู้ประพันธ์
เพลงประกอบ
ปลาบู่ทอง ขับร้องโดย วชิราภรณ์ สุขสวัสดิ์
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง ไพรัช สังวริบุตร
สยม สังวริบุตร
ความยาวตอน ประมาณ 1 ชั่วโมง
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
ฉายครั้งแรก 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ออกอากาศ 6 มิถุนายน พ.ศ. 255228 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
รายการที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ทางการ

ภาพยนตร์ ปลาบู่ทอง (2508)[แก้]

ภาพยนตร์ 16 มม. กำกับโดย อำนวย กลัสนิมิ มีตัวแสดงหลักดังนี้

ละครโทรทัศน์ ปลาบู่ทอง (2510)[แก้]

ภาพยนตร์ (16 มม.) ชุดทางโทรทัศน์แนวจักรๆวงศ์ๆ เรื่องแรกของ ดาราฟิล์ม และ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ปี พ.ศ. 2510 กำกับโดย ไพรัช สังวริบุตร นำแสดงโดย พัลลภ พรพิษณุ กับ เยาวเรศ นิศากร (รับบท เอี้อย-อ้าย) ที่กลายเป็นคู่พระ-นาง ยอดฮิตจากเรื่องนี้ ความสำเร็จยังมาจากงานสร้างคุณภาพและความแปลกใหม่โดยเพิ่มเพลงสั้นเสียงเด็กๆ ก่อนเพลงนำเรื่อง ร้องโดย เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ต่อมา อนันต์ ชลวนิช ในนาม วนิชศิลปภาพยนตร์ นำมาขยายฟิล์มเป็นภาพยนตร์ 35 มม.ฉายในชื่อเรื่อง "แม่ปลาบู่" ที่โรงภาพยนตร์นิวบรอดเวย์ เมื่อ พ.ศ. 2515

ภาพยนตร์ ปลาบู่ทอง (2522)[แก้]

ภาพยนตร์ 35 มม. กำกับโดย ชิต ไทรทอง นำแสดงโดย ลลนา สุลาวัลย์, ปฐมพงษ์ สิงหะ, รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง, เศรษฐา ศิระฉายา, อรสา พรหมประทาน, สมควร กระจ่างศาสตร์ เข้าฉายเมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2522

ภาพยนตร์ ปลาบู่ทอง (2527)[แก้]

ภาพยนตร์ 35 มม. กำกับโดย วิเชียร วีระโชติ นำแสดงโดย สุริยา ชินพันธุ์, สมภพ เบญจาธิกุล, เพ็ญยุพา มณีเนตร, อัมพวัน ศรีวิไล, ปิยะรัตน์ สุขวัฒนา เข้าฉาย พ.ศ. 2527

ภาพยนตร์ ปลาบู่ทอง (2537)[แก้]

ภาพยนตร์ 35 มม. กำกับโดย สิทธิชัย พัฒนดำเกิง นำแสดงโดย สรพงษ์ ชาตรี, ขวัญภิรมย์ หลิน, เกรียง ไกรมาก, นวพร อินทรวิมล, ปาลีรัฐ ศศิธร, ทักษิณา สิงห์วิบูลย์ เข้าฉาย 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537

ละครโทรทัศน์ ปลาบู่ทอง (2537)[แก้]

ละครโทรทัศน์จักรๆวงศ์ๆ ทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 สร้างโดย บริษัท สามเศียร จำกัด กำกับโดย สยม สังวริบุตร และ สมชาย สังข์สวัสดิ์ บทโทรทัศน์โดย ภาวิต-ลุลินารถ นำแสดงโดย อัจฉรา ทองเทพ และ ปริญญา ปุ่นสกุล ร่วมด้วย กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ, ปัทมา ปานทอง, ชาตรี พิณโณ และ ด.ญ.สาวิกา ไชยเดช

ละครโทรทัศน์ ปลาบู่ทอง (2552)[แก้]

ละครโทรทัศน์จักรๆวงศ์ๆ ทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 สร้างโดย บริษัท สามเศียร จำกัด กำกับโดย คูณฉกาจ วรสิทธิ์ บทโทรทัศน์โดย พิกุลแก้ว นำแสดงโดย วสุ ประทุมรัตน์วัฒนา, พีชญา วัฒนามนตรี, อัมรินทร์ สิมะโรจน์, ทราย เจริญปุระ, น้ำทิพย์ เสียมทอง, ไพโรจน์ สังวริบุตร, วนิษฐา วัชโรบล ออกอากาศ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ถึง 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปี พ.ศ. 2508 พ.ศ. 2510 พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2527 พ.ศ. 2537 พ.ศ. 2537 พ.ศ. 2552
รูปแบบ ภาพยนตร์ 16 มม. ภาพยนตร์โทรทัศน์จักรๆวงศ์ๆ ช่อง 7 ภาพยนตร์ 35 มม. ภาพยนตร์ 35 มม. ภาพยนตร์ 35 มม. ละครโทรทัศน์จักรๆวงศ์ๆ ช่อง 7 ละครโทรทัศน์จักรๆวงศ์ๆ ช่อง 7
ผู้กำกับ เนรมิต ไพรัช สังวริบุตร ชิต ไทรทอง วิเชียร วีระโชติ สิทธิชัย พัฒนดำเกิง สยม สังวริบุตร
สมชาย สังข์สวัสดิ์
คูณฉกาจ วรสิทธิ์
บทภาพยนตร์/โทรทัศน์ - - - อาทิตย์ ภาวิต-ลุลินารถ พิกุลแก้ว
เอื้อย ภาวนา ชนะจิต เยาวเรศ นิศากร ลลนา สุลาวัลย์ เพ็ญยุพา มณีเนตร ขวัญภิรมย์ หลิน อัจฉรา ทองเทพ พีชญา วัฒนามนตรี
พระเจ้าพรหมทัต ไชยา สุริยัน พัลลภ พรพิษณุ ปฐมพงษ์ สิงหะ สุริยา ชินพันธุ์ เกรียง ไกรมาก ปริญญา ปุ่นสกุล วสุ ประทุมรัตน์วัฒนา
อ้าย ปรียา รุ่งเรือง เยาวเรศ นิศากร อรสา พรหมประทาน อัจฉรา ทองเทพ พีชญา วัฒนามนตรี
เศรษฐีทารก
(พ่อเอื้อยกับอ้าย)
สุวิน สว่างรัตน์ สมควร กระจ่างศาสตร์ สมภพ เบญจาธิกุล สรพงษ์ ชาตรี ชาตรี พิณโณ อัมรินทร์ สิมะโรจน์
ขนิษฐา
(แม่เอื้อย)
น้ำเงิน บุญหนัก อัมพวัน ศรีวิไล นวพร อินทรวิมล ปัทมา ปานทอง ทราย เจริญปุระ
ขนิษฐี
(แม่อ้าย)
ศิรินทิพย์ ศิริวรรณ ปิยะรัตน์ สุขวัฒนา ปาลีรัฐ ศศิธร อรุโณทัย นฤนาท น้ำทิพย์ เสียมทอง

อ้างอิง[แก้]