ปลาจาด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปลาจาด
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
อันดับ: Cypriniformes
วงศ์: Cyprinidae
สกุล: Poropuntius
Smith, 1931
ชนิด
ประมาณ 40 ชนิด
[1]
สำหรับปลาจาดที่เป็นปลาตะพาก ดูที่ ปลาจาดมัลคอล์ม

ปลาจาด เป็นสกุลของปลาน้ำจืดสกุลหนึ่ง ในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) ใช้ชื่อสกุลว่า Poropuntius (/พอร์-โอ-พุน-ชัส/)

ความเป็นมาของปลาในสกุลนี้เริ่มจาก เว็บเออร์และเดอ โบฟอร์ท (Weber & de Beaufort, 1916) ได้ตั้งสกุล Lissocheilus (ปัจจุบันถูกยกเลิกไปแล้ว) ขึ้นในปี ค.ศ. 1916 เพื่อใช้กับปลาในวงศ์ปลาตะเพียนที่พบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอธิบายว่า

ครีบหลังมีก้านครีบแขนง 9 ก้าน ก้านครีบเดี่ยวก้านสุดท้ายเป็นหนามแข็งและขอบเรียบ เกล็ดใหญ่ริมฝีปากบนและล่างเชื่อมติดกัน ระหว่างริมฝีปากบนและจะงอยปากเป็นร่องลึก ริมฝีปากล่างส่วนกลางเชื่อมติดกับเอ็นยึดคางส่วนหน้า มีแผ่นหนังแข็ง ๆ คลุมจุดเชื่อมดังกล่าว หนวดที่ริมฝีปากบนและมุมปากบนค่อนข้างยาว บริเวณหน้าและใต้นัยน์ตามีรูเล็ก ๆ ขอบนูนเรียงเป็นแถว ๆ

ต่อมาในปี ค.ศ. 1919 มัตสุมิตสุ โอชิมะ นักมีนวิทยาชาวญี่ปุ่น ได้พบว่าปลาบางส่วนของสกุลลิสไซโคลอัสมีริมฝีปากล่างแยกออกมาเป็น 3 ส่วน ส่วนกลางเป็นแผ่นหนังใหญ่ ทำให้มีปัญหาในการจำแนกชนิด จึงได้ตั้งสกุล Acrossocheilus ขึ้น (ซึ่งปัจจุบันสกุลนี้ใช้ระบุปลาที่พบในประเทศเวียดนาม และจีนตอนใต้ เป็นหลัก) โดยจำแนกปลาที่อยู่ในสกุลลิสโซไคลอัสเดิมที่มีลักษณะของริมฝีปากล่างตามที่กล่าวมาให้อยู่ในสกุลนี้

ต่อมา ฮิวจ์ แมคคอร์มิค สมิธ ได้ตั้งสกุลพอร์โอพุนชัสนี้ขึ้น ในปี ค.ศ. 1931 โดยแยกออกจากสกุลลิสโซไคลอัส ซึ่งครีบหลังมีก้านครีบแขนง 8 ก้าน ก้านครีบเดี่ยวก้านสุดท้ายเป็นหนามแข็งและขอบจักเป็นฟันเลื่อย ชื่อสกุลลิสไซโคลอัสต้องถูกยกเลิก เพราะพบว่าตั้งซ้ำซ้อนกับสกุลของหอยที่เป็นซากฟอสซิล ซึ่งมีผู้ตั้งไว้ในปี ค.ศ. 1882 ดังนั้น จึงต้องหันกลับไปพิจารณาระหว่าง สกุลพอร์โอพุนชัส กับ สกุลอะครอโซไคลอัส ก็พบว่าลักษณะทางอนุกรมวิธานของสกุลพอร์โอพุนชัสนั้นเด่นกว่าสกุลอะครอโซไคลอัส ในปี ค.ศ. 1996 วอลเตอร์ เรนโบธ เสนอให้ใช้สกุลพอร์โอพุนชัสกับปลาที่ มัลคอล์ม อาเธอร์ สมิธ อนุกรมวิธานไว้ในปี ค.ศ. 1945 คือ ปลาจาดบ้านถ้ำ (P. bantamensis) และปลาเขยา (P. deauratus) ที่เดิมเคยใช้ชื่อสกุลอะครอโซไคลอัสเปลี่ยนมาใช้ชื่อสกุลนี้

แต่อย่างไรก็ดี ยังมีความสับสนอย่างมากในการใช้ชื่อสกุลของสกุลนี้ เรนโบธจึงเสนอขึ้นมาในปี ค.ศ. 1985 ให้ใช้สกุล Neolissocheilus ขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้ใช้ในกลุ่มปลาพลวง

อย่างไรก็ตาม สกุลพอร์โอพุนชัสนี้ มีความคล้ายคลึงกับสกุล Hypsibarbus ซึ่งเป็นสกุลที่เรนโบธตั้งขึ้นเองในปี ค.ศ. 1996 ซึ่งเป็นสกุลของกลุ่มปลาตะพากอยู่ โดยในบางชนิด คือ ปลาจาดมัลคอล์ม (H. malcomi) หรือ ปลาปากหนวด (H. vernayi) ในบางครั้งก็ใช้ชื่อพ้องสกุลพอร์โอพุนชัสเหมือนกัน อีกทั้งชื่อสามัญก็ยังเป็นชื่อเดียวกัน แต่ขนาดโดยทั่วไปของปลาสกุลพอร์โอพุนชัสมีขนาดเล็กกว่าปลาสกุลฮีฟซีบาร์บัส[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. จาก ITIS.gov (อังกฤษ)
  2. สมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์, สาระน่ารู้ปลาน้ำจืดไทย เล่ม ๑ (พ.ศ. 2547) ISBN 974-00-8701-9 หน้า 135