ปลาคู้แดง
| คู้แดง เปคูแดง |
|
|---|---|
| ปลาขนาดใหญ่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำลอนดอน | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Chordata |
| ชั้น: | Actinopterygii |
| อันดับ: | Characiformes |
| วงศ์: | Characidae |
| วงศ์ย่อย: | Serrasalminae |
| สกุล: | Piaractus |
| ชนิด: | P. brachypomus |
| ชื่อทวินาม | |
| Piaractus brachypomus (Cuvier, 1818) |
|
| ชื่อพ้อง | |
|
|
|
ปลาคู้แดง หรือ ปลาเปคูแดง ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Piaractus brachypomus ในวงศ์ปลาคาราซิน (Characidae) วงศ์ย่อย Serrasalmidae มีรูปร่างเหมือนกับปลาปิรันยาแดง (Pygocentrus nattereri) แต่ปลาคู้แดงมีขนาดลำตัวที่ใหญ่กว่า กรามล่างไม่ยื่นยาวออกมาและลักษณะของฟันไม่แหลมคมเหมือนกับปลาปิรันยาแดง เกล็ดมีขนาดเล็กละเอียด มีสีสันแวววาวเหมือนกับปลาปิรันยาแดง แต่ในส่วนของสีแดงไม่เข้มเท่า แต่ลูกปลาวัยอ่อนมีจุดกลมสีแดงเหมือนกัน และจุดเหล่านี้จะค่อย ๆ เล็กลงและหายไปเมื่อปลาโตขึ้น
ปลาคู้แดง มีขนาดโตเต็มที่ยาวได้ 80 เซนติเมตร น้ำหนักหนัก 25 กิโลกรัม มีถิ่นกำเนิดในลุ่มแม่น้ำอเมซอนและแม่น้ำโอริโนโคในประเทศอาร์เจนตินา
นิยมอยู่รวมกันเป็นฝูง กินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ โดยเฉพาะพืชเช่นเมล็ดพืชหรือลูกไม้ที่ร่วงหล่นจากต้น โดยจะไปรอกินถึงบริเวณผิวน้ำเลยทีเดียว
เป็นปลาที่นิยมทำเป็นอาหารของคนพื้นถิ่น มีชื่อเรียกในภาษาพื้นเมืองว่า Pirapitinga ในประเทศไทยปลาคู้แดงถูกนำเข้ามาในฐานะปลาเศรษฐกิจที่ทางกรมประมงส่งเสริมให้เกษตรเลี้ยง โดยมีชื่อเรียกว่า "ปลาจะละเม็ดน้ำจืด" เพราะมีรูปร่างคล้ายปลาจะละเม็ดในทะเล ซึ่งปลาคู้แดงเป็นปลาที่โตไว กินง่าย เลี้ยง่าย ผสมพันธุ์ง่าย อีกทั้งมีเนื้อรสชาติอร่อย
นอกจากนี้ยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามด้วย แต่เนื่องจากเมื่อปลาโตขึ้น ผู้เลี้ยงไม่สามารถเลี้ยงต่อไปได้ จึงมีการปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จนกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม คือ เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มาแย่งและทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำพื้นเมืองของไทย
ดูเพิ่ม [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Piaractus brachypomus |