ตำนานดาบคิงอาเธอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตำนานดาบคิงอาเธอร์
The Last Legion
กำกับ Doug Lefler
อำนวยการสร้าง Tarak Ben Ammar
เขียน Jez Butterworth
Tom Butterworth
Carlo Carlei
Peter Rader
Valerio Manfredi
นำแสดง Colin Firth
Ben Kingsley
Aishwarya Rai
Peter Mullan
Kevin McKidd
Thomas Sangster
ดนตรีประกอบ Patrick Doyle
กำกับภาพ Marco Pontecorvo
ตัดต่อ Simon Cozens
จำหน่าย/เผยแพร่ The Weinstein Company
ฉาย 6 เมษายน พ.ศ. 2550
ความยาว 110 นาที
ภาษา ภาษาอังกฤษ
งบประมาณ $67 ล้าน

ตำนานดาบคิงอาเธอร์ (The Last Legion) เป็นภาพยนตร์ในปี 2007 จากอังกฤษ นำแสดงโดยนักแสดงชั้นนำจากประเทศอังกฤษ โคลิน เฟิร์ธ นักแสดงผู้โด่งดังจาก Bridget Jones's Diary และ Shakespeare in Love ในบทของ ออเรลิอัส อัศวินผู้ภักดี ภาพยนตร์มหากาพย์อภิมหาสงครามเรื่องนี้ลงทุนสร้าง 2200 ล้านบาท ใช้เวลาในการเตรียมงานสร้างนานกว่า 5 ปี ภาพยนตร์ใช้เทคนิคงานสร้าง เทคนิคเดียวกับ ลอร์ดออฟเดอะริงส์ โดยถ่ายทำใน 3 ประเทศ อิตาลีสโลวาเกีย และ ตูนิเซีย ใช้เวลาถ่ายทำนานถึง 5 ปีเต็ม ร่วมด้วยนักแสดงหญิง ไอศวรรยา ราย และ เซอร์ เบน คิงสลีย์ นักแสดงระดับออสการ์ จับงานมาแล้วทั้งทางจอเงิน จอแก้ว และบนเวที และ ธอมัส แซงสเตอร์ หนุ่มน้อยผู้โด่งดังจากบทบาทใน Love Actually ผู้รับบท โรมูลุส กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรโรมัน

ภาพยนตร์สร้างขึ้นโดยอาศัยโครงเรื่องหลวมๆ ที่อิงจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 เกี่ยวกับการล่มสลายของอาณาจักรโรมันตะวันตก โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับตำนานอื่นด้วยคือ จากตำนานแห่งบริเตน และเรื่องราวแฟนตาซีจากตำนานกษัตริย์อาเธอร์

เนื้อเรื่อง[แก้]

476 ปี ก่อนคริสต์ศักราช อาณาจักรโรมถูกคุกคามจากกองกำลังอนารยชน โรมูลุส ออกุสตุส (โธมัส แซงสเตอร์) อนาคตกษัตริย์วัย 12 ปี ถูกปองร้ายในวันสถาปนาขึ้นครองราช แม่ทัพโอเรลเลียส (โคลิน เฟิร์ธ) จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อารักขาออกัสตัส กองกำลังศัตรูก็บุกล้อมโรมและสังหารทุกคนที่ขวางหน้า ออกัสตัสถูกลักพาตัวไปยังป้อมปราการคาปรีซึ่งตั้งอยู่บนเกาะอันห่างไกลและที่นั่งเองก็ได้พบดาบแห่งโชคชะตาของซีซาร์

ขณะเดียวกันโอเรลเลียสได้รับสารว่าอาณาจักรไบเซนไทน์ยังคงจงรักภักดีต่อโรม และยินดีให้ที่หลบภัยแก่กษัตริย์น้อยออกัสตัส โอเรลเลียและทหารที่เหลือ พรัอมกับนักรบลึกลับจากไบแซนไทน์คนหนึ่ง จึงพากันเดินทางไปยังคาปรีเพื่อช่วยชีวิตออกัสตัสและพาเขาไปยังไบแซนไทน์ ระหว่างทางนั้นเองที่โอเรลเลียสได้พบว่านักรบลึกลับที่ร่วมเดินทางมาด้วยนั้นแม้จริงแล้วคือนักรบหญิงชื่อ มีร่า (ไอศวรรยา ราย) เมื่อถึงคาปรีและช่วยชีวิตออกัสตัสออกมาได้ โอเรลเลียสกลับพบว่าไบเซนไทน์ทรยศและหันไปภักดีต่อศัตรู เขาจึงต้องพาออกัสตัสออกเดินทางอีกครั้งเพื่อตามหาอาณาจักรสุดท้ายที่ภักดีต่อโรม