ตจวิทยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ตจวิทยาเป็นสาขาหนึ่งในวิชาแพทยศาสตร์ที่เกี่ยวกับผิวหนังและตจโทษ[1] ซึ่งเป็นสาขาย่อยพิเศษทั้งทางด้านอายุรศาสตร์และศัลยศาสตร์[2][3][4] ตจแพทย์ดูแลผู้ป่วยที่มีตจโทษหรือปัญหาด้านความสวยความงามเกี่ยวกับผิวหนัง เช่นผิวหนัง หนังศรีษะ เส้นผม และเล็บ

ประวัติ[แก้]

โรคที่เกี่ยวกับผิวหนังนั้นได้รับการค้นพบตั้งแต่ช่วงต้นของประวัติศาสตร์ โดยบ้างได้รับการรักษา บ้างไม่ได้รับการรักษา ในปี 1801 โรงเรียนสอนแพทย์เกี่ยวกับตจวิทยาก่อตั้งขึ้นในปารีสที่โรงพยาบาล Hôpital Saint-Louis อันมีชื่อเสียง ในขณะเดียวกันก็มีการตีพิมพ์ตำราตจวิทยาเล่มแรกในช่วงเวลานั้นๆ[5]

การฝึกหัดแพทย์[แก้]

ตจแพทย์ในประเทศไทยจะต้องจบแพทยศาสตบัณฑิตก่อนโดยใช้เวลาเรียนปกติคือ 6 ปี หลังจากนั้นจึงเข้าเรียนเพื่อเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง ในประเทศไทยมีหลักสูตรการอบรมแพทย์ประจำบ้าน สาขาตจวิทยาที่ต้องใช้เวลาเรียน 4 ปี ซึ่งในปัจจุบันมีสถาบันฝึกอบรมในระดับนี้ 5 แห่ง ได้แก่ [6]

  1. สาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  3. ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  4. แผนกผิวหนัง กองอายุรกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
  5. สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ในแต่ละปีจะมีแพทย์ที่จบหลักสูตรการอบรมและสอบผ่านจนได้รับ “วุฒิบัตร” แสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาตจวิทยา จากแพทยสภา ประมาณ 20 คนเท่านั้น แพทย์ที่มีวุฒิบัตรฯ หรือ หนังสืออนุมัติฯ สาขาตจวิทยา นี้เท่านั้นที่จะเป็น Dermatologist หรือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง หรือ ตจแพทย์ ตามระเบียบของแพทยสภา และเป็นสมาชิกสามัญของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย แพทย์ในกลุ่มนี้สามารถทำการตรวจรักษาโรคผิวหนังและดูแลปัญหาด้านผิวพรรณความงามได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน

การบำบัด[แก้]

Facial cleansing pores in Meditec at ITESM CCM(2012)

ตจแพทย์ใช้วิธีรักษาตจโทษต่างๆหลากหลายวิธีโดยวิธีหลักๆมี:

  • การฉีดสารเติมเต็มเชิงสำอาง
  • การกำจัดขนโดยใช้เลเซอร์หรือวิธีการอื่น
  • การปลูกผม
  • การบำบัดแบบ Intralesional โดยใช้สเตียรอยด์หรือเคมี
  • การใช้เลเซอร์เพื่การจัดการปานและความผิดปกติของผิวหนังอื่นๆ เช่นการลดสิว และลบรอยสัก การชลอวัย
  • การบำบัดด้วยแสงเชิงพลวัติ ใช้สำหรับการรักษามะเร็งผิวหนังและป้องกันการเกิดมะเร็ง
  • การบำบัดด้วยแสง โดยรวมถึงการใช้รังสีเหนือม่วงบีความถี่กว้าง ความถี่แคบ และอื่นๆ
  • การดูดไขมัน โดยจะใช้ในการชลอวัยและการกำจัดไขมันเฉพาะจุด วิธีนี้ยังใช้กันในหมู่ศัลยแพทย์พลาสติกและแพทย์เวชศาสตร์ชลอวัยด้วย[7]
  • การผ่าตัดด้วยความเย็น สำหรับการรักษาหูด มะเร็ง และความผิดปกติอื่นๆ
  • การรักษาด้วยรังสี
  • การผ่าตัดโรควงด่างขาว
  • การวินิฉัยภูมิแพ้
  • การบำบัดเชิงระบบ โดยใช้ยา
  • การบำบัดเฉพาะที่

อ้างอิง[แก้]

  1. Random House Webster's Unabridged Dictionary. Random House, Inc. 2001. Page 537. ISBN 037572026.
  2. "What is a dermatologist; what is dermatology. DermNet NZ". Dermnetnz.org. 2009-06-15. สืบค้นเมื่อ 2012-10-28. 
  3. http://www.aad.org/public/specialty/what.html
  4. "What is a Dermatologist". Dermcoll.asn.au. สืบค้นเมื่อ 2012-10-28. 
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Fitz
  6. http://dst.or.th/know_details.php?news_id=26&news_type=kno
  7. "Liposuction - Who Invented Liposuction?". Inventors.about.com. 2012-04-09. สืบค้นเมื่อ 2012-10-28.