ดีพวัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ดีพวัน (อังกฤษ: Deep One) เป็นอมนุษย์ในงานประพันธ์ชุดตำนานคธูลูของเอช. พี. เลิฟคราฟท์ โดยปรากฏตัวครั้งแรกในเรื่องสั้น The Shadow Over Innsmouth (พ.ศ. 2474) มีลักษณะคล้ายกับกบและปลา อาศัยอยู่ในทะเล และสามารถสืบพันธุ์กับมนุษย์ได้

สิ่งที่ปรากฏในเรื่องชุดตำนานคธูลูมากมายที่เกี่ยวโยงกับดีพวัน เช่น เมือง Innsmouth นครใต้สมุทร Y'ha-nthlei กลุ่มภาคีแห่งดากอน และอสุรกายซึ่งเรียกว่า เจ้าพ่อดากอนกับเจ้าแม่ไฮดรา หลังจากที่ปรากฏตัวในงานของเลิฟคราฟท์แล้ว ดีพวันยังปรากฏตัวในงานประพันธ์ของนักเขียนคนอื่นๆ โดยเฉพาะออกัสต์ เดอเลธ[1].

ลักษณะโดยรวม[แก้]

เลิฟคราฟท์บรรยายลักษณะของดีพวันไว้ใน The Shadow Over Innsmouth ว่ามีโทนสีเทาอมเขียว แต่บริเวณท้องจะเป็นสีขาว ผิวหนังมีลักษณะเรียบและลื่น แต่ส่วนหลังจะเป็นเกล็ด รูปร่างคล้ายกับมนุษย์ซึ่งมีส่วนหัวเหมือนปลา ดวงตามีลักษณะถลนออกมาและหลับตาไม่ได้ บริเวณคอจะมีเหงือก ง่ามมือและเท้าเป็นพังผืด ดีพวันเคลื่อนไหวด้วยการกระโดดซึ่งบางครั้งจะใช้เพียงขาทั้งสองข้างแต่บางครั้งก็จะใช้มือด้วย ใช้เสียงในการสื่อสารแบบภาษาพูด

โดยปกติแล้วดีพวันจะอาศัยอยู่ในส่วนลึกของมหาสมุทรซึ่งเป็นที่มาของชื่อ แต่ก็สามารถขึ้นมาบนบกได้ในระยะเวลาหนึ่ง ดีพวันเป็นอมนุษย์ซึ่งไม่มีอายุขัยและจะเสียชีวิตเพราะถูกฆ่าหรืออุบัติเหตุเท่านั้น ดีพวันเป็นเผ่าพันธุ์ซึ่งรับใช้อสุรกายซึ่งเรียกว่า เจ้าพ่อดากอนกับเจ้าแม่ไฮดรา และคธูลู.[2] มีศัตรูสำคัญคือสิ่งที่เรียกว่า โอลด์วัน ซึ่งใช้เวทมนตร์ควบคุมเหล่าดีพวันไว้ได้

ลูกครึ่งดีพวัน[แก้]

เรื่องที่เป็นภูมิหลังของ The Shadow Over Innsmouth นั้นระบุถึงการต่อรองระหว่างดีพวันกับมนุษย์ โดยดีพวันจะทำให้ทะเลมีปลาอุดมสมบูรณ์และมอบทองคำกับอัญมณีลักษณะประหลาดให้ แต่มนุษย์จะต้องทำการสังเวยชีวิตและให้มีการจับคู่ระหว่างมนุษย์และดีพวัน ลูกครึ่งของดีพวันนั้นจะเกิดมาเหมือนมนุษย์ธรรมดา แต่เมื่ออายุย่างเข้าวัยกลางคนก็จะค่อยๆกลายสภาพไป ใบหูจะหดเล็กลง ดวงตาถลนและไม่สามารถกะพริบตาได้ หัวล้านและหดเล็กลง ผิวหนังเริ่มหยาบกร้านซึ่งต่อมาจะกลายเป็นเกล็ด และหนังรอบๆคอจะห้อยพับและกลายเป็นเหงือก ซึ่งเมื่อลูกครึ่งดีพวันกลายสภาพไปแล้วก็มักอับอายจนต้องหลบไปจากสังคมมนุษย์ ก่อนจะลงไปหาดีพวันด้วยกันในทะเลตามสัญชาตญาณ

เจ้าพ่อดากอนกับเจ้าแม่ไฮดรา[แก้]

ดากอน

เจ้าพ่อดากอนกับเจ้าแม่ไฮดรา เป็นอสุรกายซึ่งเชื่อว่าเป็นเกรทโอลด์วัน แต่ก็อาจเป็นเพียงดีพวันที่มีร่างกายใหญ่โตผิดปกติ เจ้าแม่ไฮดรานั้นเป็นคู่ของเจ้าพ่อดากอน ซึ่งทั้งคู่และคธูลูเป็นเทพเจ้าที่ดีพวันนับถือ ชื่อ ดากอน (Dagon)มาจากเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ของเซมิติก

นครของดีพวัน[แก้]

เลิฟคราฟท์เองได้กล่าวถึงนครของดีพวันเพียงแห่งเดียวคือ Y'ha-nthlei ซึ่งชื่อนี้อาจมีที่มาจากตัวละครชื่อ Yoharneth-Lahai ในงานประพันธ์ของลอร์ด ดุนซานี[3] ใน The Shadow Over Innsmouth ระบุว่า Y'ha-nthlei เป็นมหานครในมหาสมุทรใต้เดวิลรีฟ นอกชายฝั่งของรัฐแมสซาชูเซตส์ใกล้เมือง Innsmouth ซึ่งในเรื่องไม่ได้ระบุว่าเมืองนี้มีอายุเท่าใด แต่ก็มีดีพวันซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองนี้ถึง 80,000 ปีแล้ว [4].

ในภายหลัง นักประพันธ์คนอื่นๆจึงได้เพิ่มนครของดีพวันในส่วนอื่นของมหาสมุทร เช่น Ahu-Y'hloa ใกล้กับคอร์นวอล และ G'll-Hooใกล้กับหมู่เกาะภูเขาไฟ Surtsey นอกชายฝั่งของไอซ์แลนด์.[5]

ในวัฒนธรรมสมัยนิยม[แก้]

  • เผ่าเมอร์ล็อกในเกมชุด Warcraft มีลักษณะคล้ายกับดีพวัน ซึ่งใน World of Warcraft ระบุถึงเทพโบราณใต้น้ำ Dagun ซึ่งเมอร์ล็อกบูชา

References[แก้]

Primary source[แก้]

  • Lovecraft, Howard P. (1984) [1931]. "The Shadow Over Innsmouth". In S. T. Joshi (ed.). The Dunwich Horror and Others (9th corrected printing ed.). Sauk City, WI: Arkham House. ISBN 0-87054-037-8.  Definitive version.

Secondary sources[แก้]

  • Harms, Daniel (1998). "Dagon". The Encyclopedia Cthulhiana (2nd ed. ed.). Oakland, CA: Chaosium. p. 73. ISBN 1-56882-119-0. 
—"Deep Ones", pp. 81-82. Ibid.
—"Hydra (Mother Hydra)", p. 143. Ibid.
—"Y'ha-nthlei", p. 340. Ibid.
  • Petersen, Sandy. Call of Cthulhu (5th ed. ed.). Oakland, CA: Chaosium. ISBN 1-56882-148-4. 

Notes[แก้]

  1. The Deep Ones are a popular fixture in Derleth's Cthulhu Mythos fiction, appearing in about half of his tales. ("Derleth's Use of the Words 'Ichthic' and 'Batrachian'", Crypt of Cthulhu #9.)
  2. Robert M. Price suggests that "Dagon" and Cthulhu are actually the same entity, Dagon being "the closest biblical analogy to the real object of worship of the deep ones"--The Innsmouth Cycle, Robert M. Price, ed., p. ix.
  3. Price makes this suggestion in the introduction of Dunsany's "Of Yoharneth-Lahai", The Innsmouth Cycle, p. 1.
  4. "For eighty thousand years Pht'thya-l'yi had lived in Y'ha-nthlei" (ibid).
  5. Brian Lumley, "Rising With Surtsey".

อ้างอิง[แก้]

External links[แก้]