ดาวเทียมพ้องคาบโลก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ดาวเทียมพ้องคาบโลก (อังกฤษ: Geosynchronous satellite) เป็นดาวเทียมที่มีเส้นทางวงโคจรที่เวียนมาซ้ำจุดเดิมอยู่เสมอเป็นประจำ ถ้าวงโคจรของดาวเทียมประเภทนี้อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรและมีและโคจรเป็นวงกลม เรียกว่า ดาวเทียมประจำที่ (Geostationary satellite) วงโคจรของดาวเทียมจึงมีชื่อเรียกสองอย่างคือ วงโคจรพ้องคาบโลก และ วงโคจรประจำที่ วงโคจรพ้องคาบโลกอีกประเภทหนึ่งได้แก่ วงโคจรวงรีทรุนดา (Tundra elliptical orbit) โครงข่ายพ้องคาบโลก คือโครงข่ายของการสื่อสารที่ขึ้นอยู่กับ หรือ ยิงสัญญาณผ่านดาวเทียมพ้องข้ามโลกนั่นเอง

นิยาม[แก้]

ตาม "กฎของเคปเลอร์" ข้อที่สาม คาบการโคจรของดาวเทียมที่เป็นวงกลมจะเพิ่มตามระยะความสูงที่เพิ่ม

สถานีอวกาศและกระสวยอวกาศ ชนิดวงโคจรต่ำระหว่าง 320 - 640 กิโลเมตรเหนือผิวโลกจะโคจรรอบโลกวันละ 15 - 16 รอบต่อวัน ดวงจันทร์ที่อยู่ห่างจากผิวโลก 385,000 กิโลเมตรจะใช้เวลาโคจรรอบโลก 30 วันต่อรอบ และในระหว่างความสูงของวงโคจรดังกล่าวนี้เอง จะมีความสูง "พิศวง" ณ ระดับ 35,786 กิโลเมตร ที่วงโคจรรอบโลกของดาวเทียมจะเท่าการหมุนของโลกพอดี เท่ากับวันดาราคติ (sidereal day) คือ 23 ชั่วโมง 56 นาที เรียกว่า วงโคจรพ้องคาบโลก

แต่ถ้า วงโคจรของดาวเทียมพ้องคาบโลก ไม่เข้าแนบเส้นศูนย์สูตรพอดี เรียกว่า วงโคจรเอียง และถ้ามองจากพื้นดิน จะเห็นเหมือนว่า ดาวเทียมแกว่งกวัดที่จุดตายตัวจุดหนึ่งบนท้องฟ้าและถ้ามุมระหว่างวงจรและเส้นศูนย์สูตรแคบลง การแกว่งกวัดจะลดลงจนถ้าทับแนวเส้นศูนย์สูตรพอดี ดาวเทียมจะเข้าตำแหน่งสัมพันธ์ประจำที่กับจุดหนึ่งบนพื้นผิวโลก เรียกว่า ดาวเทียมประจำที่

การประยุกต์[แก้]

ปัจจุบันมีดาวเทียมพ้องคาบโลกโคจรและใช้งานอยู่ประมาณ 300 ดวง ดาวเทียมประจำที่จะดูเหมือนอยู่นิ่งตายตัว ที่ตำแหน่งหนึ่งเหนือผิวโลก การรับและส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ จึงไม่ต้องใช้จานรับสัญญาณ ที่ต้องคอยหันเหติดตามดาวเทียม การก่อสร้างจึงสามารถประจำตำแหน่งโดยตายตัวได้ ทำให้ค่าก่อสร้างและค่าใช้จ่ายปฏิบัติการต่ำกว่าดาวเทียมรูปแบบหันเหติดตามมาก ดาวเทียมประเภทนี้ปฏิวัติระบบการสื่อสาร ทั้งการส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ การพยากรณ์อากาศ และการสอดแนมป้องกันประเทศ

ข้อเสียของการใช้ดาวเทียมรูปแบบนี้คือ ระดับความสูงที่มาก สัญญาณจึงต้องใช้เวลาเดินทางไปและกลับประมาณ 0.25 วินาที่ ทำให้เกิดการเหลื่อมเวลาที่สร้างปัญหาแก่สัญญาณวิทยุสื่อสารและสัญญาณโทรศัพท์ที่ต้องโต้ตอบกันไปมา แต่ก็ไม่มีปัญหาใดๆ สำหรับสัญญาณโทรทัศน์เพราะเป็นสัญญาณทางเดียว

ประวัติ[แก้]

แนวคิดนี้เกิดจากข้อเสนอของนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อ อาเทอร์ ซี. คลาร์ก ที่เคยเสนอบทความเรื่อง "โลกไร้สาย" เมื่อ พ.ศ. 2488

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]