ซูเมอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อารยธรรมเมโสโปเตเมีย
Pergamon Museum Berlin 2007083.jpg
แม่น้ำไทกริสแม่น้ำยูเฟรทีส
เมือง / จักรวรรดิ
ซูเมอร์
เอลาม
จักรวรรดิแอกแคด
แอเมอไรต์:
บาบิโลเนีย: บาบิโลนแคลเดีย
ฮิตไทต์
อัสซีเรีย
ข้อมูลอารยธรรมเมโสโปเตเมีย
ประวัติศาสตร์เมโสโปเตเมีย
ประวัติชาวซูเมอร์ • รายพระนามพระมหากษัตริย์ชาวซูเมอร์
รายพระนามพระมหากษัตริย์อัสซีเรีย
รายพระนามพระมหากษัตริย์บาบิโลเนีย
ภาษา
ซูเมอร์แอกแคดฮิตไทต์

ซูเมอร์ (อังกฤษ: Sumer) เป็นอารยธรรมโบราณและเขตบริเวณเมโสโปเตเมียตอนใต้ ชาวซูเมอร์ หรือ สุเมเรียน เป็นชนชาติแรกที่สร้างความเจริญขึ้นในบริเวณดังกล่าว เข้ามาอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำไทกริสเมื่อประมาณ 4000 ปีก่อนคริสตกาล บริเวณที่เข้ามาตอนแรกคือ แคว้นซูเมอร์ซึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดของเมโสโปเตเมียติดกับอ่าวเปอร์เซีย มีลักษณะเป็นนครรัฐ แต่ละนครรัฐมีอิสระไม่ขึ้นต่อกัน เช่น ลากาซ บาบิโลน อูร์ อูรุก นิปเปอร์

Mesopotamia map.gif

อารยธรรมซูเมอร์[แก้]

เส้นทางของเกษตรกรที่ใช้ภาษานีโอลิทิกที่อพยพมาพร้อมกับอารยธรรมซามาราสู่บริเวณนี้เมื่อ ประมาณ 6,000ปีก่อน ค.ศ

การปกครองและกฎหมาย[แก้]

ผู้ปกครองนครรัฐเมโสโปเตเมียเป็นพระ พระมีอำนาจในการปกครองแผ่นดินและเป็นประมุขสูงสุดเรียกว่า Patesi ทำการปกครองในนามของพระเจ้าดูแลควบคุมกิจการภายในนครรัฐ ปกครองโดยถือว่าเป็นตัวแทนพระเจ้า มีอำนาจในการรบ ทำสงคราม ศาสนา ตลอดจนทางด้านการศาลได้มีประมวลกฎหมายแบบตอบสนอง ทำผิดอย่างไรจะต้องได้รับโทษอย่างนั้น และกลายเป็นรากฐานของกฎหมายที่มีชื่อเสียง


เศรษฐกิจและสังคม[แก้]

อาชีพหลักคือเกษตรกรรม มีความชำนาญ มีการใช้ระบบชลประทาน ขุดคลองระบายน้ำ ทำการเพาะปลูกโดยเป็นไร่ขนาดใหญ่ ปลูกผลไม้ ประดิษฐ์คันไถ เครื่องหยอดเมล็ด มีการเลี้ยงสัตว์ เครื่องปั้นดินเผา มีมาตราชั่งตวงวัด การทอผ้าและย้อมผ้า มีการแบ่งชนชั้นทางสังคมเป็น 3 กลุ่มคือ

  1. ชนชั้นสูง ได้แก่ กษัตริย์ พระราชวงศ์ พระชั้นผู้ใหญ่ ขุนนาง
  2. ชนชั้นสามัญ เป็นเสรีชน ลูกจ้างของขุนนาง
  3. ทาส ชาวต่างประเทศและเชลยสงคราม หรืออาชญากรที่ถูกลงโทษ

การเขียนหนังสือ[แก้]

ชาวซูเมอร์เป็นชนชนาติแรกในเมโสโปเตเมียที่รู้จักการเขียนหนังสือตั้งแต่ 3000 ปีก่อนคริสตกาล โดยการประดิษฐ์อักษรรูปลิ่ม หรือที่เรียกว่า คูนิฟอร์ม (Cuneiform) ภายหลังได้ดัดแปลงแก้ไข มีการคิดเครื่องหมายต่างๆ เพื่อใช้แทนภาพ

ศาสนา[แก้]

ซิกกุรัต

มีส่วนสำคัญมากในชีวิตของชาวซูเมอร์ พระดำรงตำแหน่งในการปกครองและตำแหน่งสำคัญอื่นๆ นับถือพระเจ้าหลายองค์พร้อม ๆ กัน มีการสร้างหอวิหารใหญ่โตเรียกว่า ซิกกุรัต (Ziggurat) เป็นวัดที่มีรูปร่างคล้ายพีระมิด ทำเป็นชั้น ๆ สร้างขึ้นด้วยอิฐ เพื่อเป็นที่ประทับของเทพเจ้า

สถาปัตยกรรม[แก้]

ส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยอิฐ เนื่องจากมีดินเหนียวบริเวณนี้มาก มีสองประเภทคือ อิฐตากแห้ง (Sun dried brick) และอิฐเผาไฟ (baked brick) ซึ่งป้องกันความชื้นได้ดี ใช้สร้างยกพื้น กำแพงและส่วนก่อสร้างที่ต้องการความมั่นคงถาวร

ปฏิทิน[แก้]

เป็นแบบจันทรคติ เดือนหนึ่งมีประมาณ 29.5 วัน ปีหนึ่งมี 12 เดือน ปีหนึ่งมี 354 วัน เดือนหนึ่งแบ่งออกเป็น 4 สัปดาห์ๆ ละ 7-8 วัน วันหนึ่งแบ่งเป็นกลางวัน 6 ชั่วโมง กลางคืน 6 ชั่วโมง (1 ช.ม. = 2 ช.ม. ในปัจจุบัน)


วรรณกรรม[แก้]

มีนิยาย กาพย์ กลอน ซึ่งท่องจำต่อๆกันมา งานส่วนใหญ่เกี่ยวกับศาสนา เช่น บทสวด คำโคลงสดุดีเทพเจ้า ฯลฯ ที่เด่นที่สุดคือ มหากาพย์กิลกาเมช ซึ่งเป็นเรื่องราวของวีรบุรุษกิลกาเมซซึ่งเป็นกษัตริย์ชาวอูรุก

ชาวซูเมอร์มีอำนาจปกครองบริเวณซูเมอร์เกือบพันปี ต่อมาพวกชนเผ่าเซมิติกแทรกซึมทางตะวันตก ผู้นำชนเผ่าคือ พระเจ้าซาร์กอนแห่งแอกแคดได้ยกกำลังกองทัพลงมาในเชตซูเมอร์ ทำให้นครรัฐซูเมอร์ยอมแพ้

ดูเพิ่ม[แก้]