ช็อน จี-ฮย็อน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ช็อน จี-ฮย็อน
Jun Ji-hyun 2012 BIFF 02.jpg
ช็อน จี-ฮย็อน ในปี ค.ศ. 2012
ชื่อเกิด วัง จี-ฮย็อน
เกิด 30 ตุลาคม ค.ศ. 1981 (32 ปี)
โซล ประเทศเกาหลีใต้
คู่สมรส ชเว จุน-ฮย็อก[1]
(ค.ศ. 2012-ปัจจุบัน)
ชื่ออื่น เจียนนา ช็อน
อาชีพ นักแสดง, นางแบบ
ปีที่แสดง ค.ศ. 1997-ปัจจุบัน

ช็อน จี-ฮย็อน (ฮันกึล: 전지현; ฮันจา: 全智賢; อาร์อาร์: Jeon Ji-hyeon; เอ็มอาร์: Chŏn Chihyŏn; 30 ตุลาคม ค.ศ. 1981) หรืออาจรู้จักในชื่อ เจียนนา ช็อน (Gianna Jun; 지아나 전) เป็นนักแสดงและนางแบบชาวเกาหลีใต้ ที่มีชื่อเสียงจากการรับบทเป็น "หญิงสาว" จากภาพยนตร์เรื่อง ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม[2]

ทั้งยังมีชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่องถัดมา อาทิ ยัยตัวร้ายกับนายเซ่อซ่า, ยัยตัวร้ายกับโต๊ะผี, ล่าหัวใจ ยัยตัวร้าย และ ยัยตัวร้าย สายพันธุ์อมตะ และยังมีชื่อเสียงจากซีรีส์ เรื่อง ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว[3][4]

วัยเยาว์และการศึกษา[แก้]

ช็อน จี-ฮย็อน เกิดที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ มีชื่อแต่แรกเกิดว่า วัง จี-ฮย็อน (ฮันกึล: 왕지현; ฮันจา: 王智賢) ในวัยเยาว์เธอมีความฝันว่าอยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แต่ขณะที่เธอมีอายุ 16 ปี ได้มีบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นพบเธอโดยบังเอิญที่กลางถนน[5] หลังจากการติดต่อของบรรณาธิการดังกล่าว เธอเริ่มอาชีพเป็นนางแบบถ่ายแบบลงนิตรสารอีโคล (Ecole Magazine) เมื่อปี ค.ศ. 1997 โดยใช้ชื่อ "ช็อน จี-ฮย็อน" ภายหลังเธอได้เล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษาสาขาการแสดงและภาพยนตร์จากมหาวิทยาลัยทงกุก

อาชีพนักแสดง[แก้]

ช่วงเริ่มต้นและยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม[แก้]

ภายหลังจากการปรากฏตัวผ่านโทรทัศน์และเป็นนางแบบโฆษณามาบ้างแล้ว เธอก็เริ่มเข้าสู่วงการภาพยนตร์ โดยแสดงนำในเรื่อง ยัยตัวร้าย หัวใจติดปีก ในปี ค.ศ. 1999 แต่เธอกลับมีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมขึ้นจากงานโฆษณาของซัมซุงมายเจ็ตพรินเตอร์ (Samsung My Jet Printer) ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นสัญรูป (icon) ของกลุ่มชาวเกาหลีวัยยี่สิบต้น ๆ และวัยรุ่นตอนปลาย[6]

หลังจากนั้นเธอได้แสดงบทนำในภาพยนตร์เรื่อง ลิขิตรัก ข้ามเวลา ในปี ค.ศ. 2000 ซึ่งถ่ายทำบนเกาะคังฮวา ภาพยนตร์ดังกล่าวได้ผลตอบรับดีในบ็อกซ์ออฟฟิศ ทำให้เธอเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงขึ้น[6] ทั้งนี้ภาพยนตร์ดังกล่าวได้ถูกรีเมคเป็นเวอร์ชันอเมริกาโดยใช้ชื่อว่า บ้านทะเลสาบ บ่มรักปาฏิหาริย์ ซึ่งออกฉายเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 2006

อย่างไรก็ตามผลงานภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของเธอคือ ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม (ค.ศ. 2001) ซึ่งเป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในเกาหลีและประเทศในเอเชีย โดยเป็นเรื่องราวของหนุ่มมหาวิทยาลัยใจง่ายกับแฟนสาวกึ่งวิกลจริต ภาพยนตร์ดังกล่าวติดอันดับหนึ่งในฮ่องกงถึงสองสัปดาห์ และเธอเองก็เป็นนักแสดงเกาหลีที่กลุ่มผู้ชมที่ใช้ภาษาจีนรู้จักมากที่สุด[7][8][9] ส่งผลให้เธอได้รับรางวัลแกรนด์เบล (Grand Bell Awards) สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม เมื่อปี ค.ศ. 2002

ช่วงตกต่ำ[แก้]

ช็อน จี-ฮย็อน ขณะโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง ยัยตัวร้าย สายพันธุ์อมตะ เมื่อปี 2009

สองปีต่อมาเธอได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง ยัยตัวร้ายกับโต๊ะผี ซึ่งเป็นหนังสยองขวัญ อันได้รับคำชมจากผู้วิจารณ์ภาพยนตร์ แต่กลับไม่ได้รับความนิยมจากผู้ชมเท่าใด[10] กระนั้นช่วงเวลาดังกล่าว เธอก็ยังคงปรากฏตัวอย่างต่อเนื่องตามโฆษณาทางโทรทัศน์หรือแม้แต่ป้ายโฆษณา ทั้งในประเทศและประเทศอื่นในเอเชีย[6][11][12]

ในปี ค.ศ. 2004 เธอได้กลับมาแสดงอีกครั้งภายใต้ผู้กำกับ กวัก แจ-ยง ที่เคยร่วมงานกันในเรื่อง ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม ในภาพยนตร์เรื่อง ยัยตัวร้ายกับนายเซ่อซ่า เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีโรแมนติกคอมเมดี้ โดยเธอรับบทเป็นตำรวจหญิง ที่ผู้ชมจำนวนมากมองว่าบทบาทดังกล่าวแทบไม่แตกต่างกับบท "หญิงสาว" จากภาพยนตร์ก่อนหน้า[13][14] แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จด้านรายได้รวมเป็นอันดับที่แปดของภาพยนตร์เกาหลีในปี ค.ศ. 2004 และเป็นภาพยนตร์เกาหลีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในญี่ปุ่น ขณะที่ ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม ไม่ใคร่เป็นที่รู้จักนัก[6][15][16] ในปี ค.ศ. 2005 จากการสำรวจของผู้ผลิตภาพยนตร์ผู้ทรงอิทธิพล พบว่าเธอติดอันดับนักแสดงทำเงินสูงสุด 1 ใน 10 ของเกาหลี[17]

ในปี ค.ศ. 2006 เธอมีผลงานแสดงในภาพยนตร์เรื่อง ล่าหัวใจ ยัยตัวร้าย ร่วมแสดงกับช็อง อู-ซ็อง ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้มีความน่าสนใจ เนื่องจากถ่ายทำในประเทศเนเธอร์แลนด์ทั้งหมด โดยมีหลิว เหว่ยเฉียง เป็นผู้กำกับ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับไม่ได้รับการตอบรับจากบ็อกซ์ออฟฟิศและผู้ชมเท่าที่ควร[6][18]

ช็อน จี-ฮย็อน และหลี่ ปิงปิง ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองกาน 2011

ปลายปี ค.ศ. 2006 ได้มีการประกาศว่าช็อนจะเข้าร่วมกับฮอลิวูดเพื่อแสดงบทนำในเรื่อง ยัยตัวร้าย สายพันธุ์อมตะ[19] ที่มีหลายประเทศร่วมผลิต ถ่ายทำในประเทศจีนและอาร์เจนตินาใน ค.ศ. 2007 ส่วนโครงเรื่องดัดแปลงมาจากอะนิเมะญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น[6] โดยเธอต้องเข้าอบรมการเป็นวีรสตรีผู้ใช้ดาบในการต่อสู้อย่างหนักสามเดือน[20] ก่อนออกฉายในปี ค.ศ. 2009[21][22][23] โดยเธอใช้ชื่อในการแสดงแบบตะวันตกว่า เจียนนา ช็อน (Gianna Jun)[24][25]

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง ยัยตัวร้ายกับนายซูเปอร์แมน เธอรับบทเป็นนักข่าวทำสารคดีเกี่ยวกับมนุษย์ จนพบกับชายผู้หนึ่งที่อ้างตนเป็นซูเปอร์แมนคอยช่วยเหลือคนอื่น ช็อนค่อนข้างกดดัน เพราะต้องมาแสดงคู่กับ ฮวัง จ็อง-มิน นักแสดงที่มีชื่อเสียง เธอกล่าวว่า "แม้กระนั้นก็มีความโชคดีเข้ามาฉันคิดว่ามันเป็นโชคชะตาที่ทำให้นักแสดงพบกับงานใหม่ ในวันแรกที่ฉันพบเขาฉันพบว่ามีหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้จากเขาไม่เพียงแต่การแสดงของเขาแต่เป็นที่การวางตัวด้วย"[26][27]

ในปี ค.ศ. 2010 เธอได้ประชันบทบาทกับหลี่ ปิงปิง ในภาพยนตร์ภาษาอังกฤษเรื่อง จดหมายลับไป่เหอ โดยนำโครงเรื่องมาจากนิยายขายดีของลิซา ซี กำกับการแสดงโดยเวย์น หวัง เป็นเรื่องราวย้อนไปในประเทศจีนช่วงศตวรรษที่ 19 มีมิตรภาพของหญิงสองคนคือ ไป่เหอและเสว่ฮวาที่เป็นเหล่าถงกัน โดยใช้อักษรพิเศษ "หนี่ซู" สื่อความรักและอารมณ์กับเหล่าถง[28][29][30][31] และในปีนั้นเอง แอนนี ลีเบอวิตซ์ ได้ถ่ายรูปเธอลงในนิตยสารโวคอเมริกันประจำเดือนกรกฎาคม ถือเป็นนักแสดงหญิงเกาหลีคนแรกที่ได้ลงนิตยสารแฟชั่นที่มีชื่อเสียงโดดเด่น[32][33]

กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง[แก้]

ช็อน จี-ฮย็อน และคิม ซู-ฮย็อน ในงานประกาศผลรางวัลแพ็กซัง 2014

ในปี ค.ศ. 2012 เธอได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง 10 ดาวโจรปล้นโคตรเพชร เป็นเรื่องราวของหัวขโมยที่มาจากจีนและเกาหลีรวมตัวกันเพื่อจะขโมยเพชรมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เก็บอยู่ในห้อง ๆ หนึ่งภายในคาสิโนหรูแห่งหนึ่งของมาเก๊า[34][35][36][37][38][39][40][41] ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าวติดอันดับภาพยนตร์เกาหลีขายดีที่สุดอันดับสอง[42] ในปีถัดมาเธอได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง เบอร์ลิน รหัสลับระอุเดือด รับบทเป็นล่ามที่ต่อมาได้สมรสกับชายซึ่งเป็นตัวแทนหน่วยสืบราชการลับของเกาหลีเหนือ โดย รยู ซึง-วัน ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้ออกมาชื่นชมเธอในด้านการแสดงฉากแอ็กชั่นและสำเนียงเกาหลีเหนือของเธอ[43][44][45][46]

หลังทิ้งงานแสดงละครทางโทรทัศน์มานาน 14 ปี เธอได้กลับมาแสดงในซีรีส์โรแมนติกแฟนตาซีเรื่อง ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว โดยเป็นเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวที่ลงมาบนโลกมนุษย์เมื่อ 400 ปีก่อน ช่วงยุคราชวงศ์โชซ็อน รับบทโดย คิม ซู-ฮย็อน มาพบกับนักแสดงสาวที่มีชื่อเสียงที่ช็อนเป็นผู้รับบท[47][48] ซีรีส์ดังกล่าวประสบความสำเร็จในด้านการจัดอันดับ[49] ด้วยเหตุนี้ช็อนจึงได้รับ "รางวัลใหญ่" ของรางวัลแพ็กซัง ประจำปี 2014 อันเป็นรางวัลโทรทัศน์สูงสุด[50][51][52][53] กระนั้นคิม กู-รา และฮอ จี-วุง พิธีกรรายการ Ssul Jeon ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การแสดงของเธอว่า "มันน่าเบื่อหน่ายสิ้นดี เพราะเธอมักเลือกเล่นแต่บทเดิม ๆ..." และเธอควรเลือกบทใหม่[54]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ช็อน จี-ฮย็อน สมรสกับชเว จุน-ฮย็อก เมื่อวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2012[1] ทั้งนี้ชเวผู้สามี เป็นหลานชายของ อี ย็อง-ฮี นักออกแบบชุดฮันบก[55] และเป็นบุตรชายของนักออกแบบเสื้อผ้า อี จ็อง-อู[56][57][58][59][60][61] การนี้ช็อนได้ลงปกนิตยสาร ELLE ของเกาหลีฉบับเดือนพฤษภาคม เช่นเดียวกับฉบับจีน, ไต้หวัน และสิงคโปร์ โดยเป็นภาพเธอในชุดแต่งงานชุดเดียวกันแต่ต่างอิริยาบท[62]

ช็อน โปรดปรานการทำอาหาร โดยทำอาหารเกาหลีเป็นหลัก และเธอมักออกไปจ่ายตลาดบ่อย ๆ[63]

ผลงาน[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ปี ชื่อเรื่อง รับบท
1999 จ็อง-มิน
2000 อึน-จู
2001 หญิงสาว
2003 ย็อน
2004 โย คย็อง-จิน
2006 ฮเย-ย็อง
2008 ซง ซู-จ็อง
2009 ซะยะ โอะโตะนะชิ
2011 โซเฟีย/เสว่ฮวา
2012 เยนีคอล
2013 รย็อง จ็อง-ฮี
2014
  • 암살
  • Assassination
[64]
อัน อก-ยุน

สื่อโทรทัศน์[แก้]

ปี ชื่อเรื่อง/รายการ บทบาท
1997 The Season of Puberty
1998
  • SBS อินกีกาโย
  • SBS 인기가요
  • Popular Song
พิธีกร
  • แน มาอึมมึล แปซอบวา
  • 내 마음을 뺏어봐
  • Fascinate My Heart
วัง กา-ย็อง
1999
  • แฮปีทูเกทอ
  • 해피투게더
  • Happy Together
โซ ยุน-จู
2013-2014 ช็อน ซง-อี

มิวสิกวิดีโอ[แก้]

ปี เพลง ศิลปิน
1999
  • ซารังงี ชีจัก
  • 사랑의 시작
  • The Beginning of Love
หลี่ หมิง
2000
  • เฮย์เกิร์ล
  • HEY GIRL
จัง ฮย็อก
(T.J Project)
  • อิร็อลจีแอ
  • 일월지애
  • January Love
2002
  • ซารังงึน อ็อนเจนา มกมารึดา
  • 사랑은 언제나 목마르다
  • Love Is Always Thirsty
ยูมี

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "ยัยตัวร้าย! 'จวน จีฮุน' วิวาห์หนุ่มแบงก์ชื่นมื่น คนบังเทิงเกาหลีร่วมงานเพียบ". ไทยรัฐ. 13 เมษายน 2555. สืบค้นเมื่อ 7 มีนาคม 2557. 
  2. "เกาหลีฟีเวอร์". ASTV ผู้จัดการรายวัน. 21 ธันวาคม พ.ศ. 2547. สืบค้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2557. 
  3. "เมื่อยัยตัวร้าย'จวน จีฮุน'กระโดดลงจอแก้ว". คมชัดลึก. 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557. สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2557. 
  4. "ยัยตัวร้าย "จอนจีฮุน" 32 สุดแจ๋ว! โกยรายได้เฉพาะโฆษณา รวยเละคนเดียว 640 ล้านบาท!". มติชน. 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557. สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2557. 
  5. Wang, Ping (23 January 2006). "New image for sassy Girl". CCTV International. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 6.4 6.5 Paquet, Darcy. "Actors and Actresses of Korean Cinema: Jeon Ji-hyun". Koreanfilm.org. สืบค้นเมื่อ 2012-04-18. 
  7. Yeo, Shi-dong (24 November 2002). "My Bizarre Girlfriend Gets Highest Model Contract Ever". The Chosun Ilbo. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  8. Jeong, Hyeon-seok (10 February 2004). "One Interview After the Other for Jeon Ji-hyun". The Chosun Ilbo. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  9. "Top Korean Female Star Makes Waves in the Chinese Mobile Market". The Chosun Ilbo. 7 May 2004. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  10. "A Tale of Two Jeons". The Chosun Ilbo. 1 April 2004. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  11. Hong Joo-hyun, Wohn Dong-hee (20 January 2005). "Beauty brands seek Korean faces". Korea JoongAng Daily. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  12. Shim, Seo-hyun (10 December 2011). "Jun Ji-hyun replaced as Elastine’s go-to girl". Korea JoongAng Daily. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  13. "Jeon Ji-hyun Cedes Advertising Power to Jang Dong-gun". The Chosun Ilbo. 30 March 2007. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  14. "When Stars Bank on Advertising Only". The Chosun Ilbo. 5 September 2009. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  15. "Windstruck to Premiere in Hong Kong". The Chosun Ilbo. 28 May 2004. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  16. Walsh, Bryan (31 May 2004). "A Force to Reckon With". Time. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  17. "Jang Dong-gun Voted Korea's Most Bankable Star". The Chosun Ilbo. 20 October 2005. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  18. "Jeon Ji-hyun Vehicle Aims Straight for the Tear Ducts". The Chosun Ilbo. 19 March 2006. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  19. "Jeon Ji-hyun Looks to Confound Critics in Vampire Film". The Chosun Ilbo. 18 May 2009. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  20. "Korean Stars Make Beeline for Hollywood". The Chosun Ilbo. 9 July 2009. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  21. "Jun hypes vampire movie". Korea JoongAng Daily. 5 June 2009. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  22. Yoon, Susan (24 September 2009). "Taking a shot at Hollywood". Korea JoongAng Daily. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  23. Garcia, Cathy Rose A. (5 June 2009). "Jun Ji-hyun Shines but Blood Disappoints". The Korea Times. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  24. Frater, Patrick (22 May 2007). "Korean star reborn in Blood: Jun Ji-hyun changes name". Variety. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  25. Mike, Fury (22 January 2010). "Interview with Gianna Jun – Jade Screen". MikeFury.net. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  26. Lee, Hyo-won (8 January 2008). "Jun, Hwang Become Super Heroes". The Korea Times. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  27. "Actress Jeon Ji-hyun Making Korean Comeback". The Chosun Ilbo. 28 September 2007. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  28. "Jun Ji-hyun Cast in Snow Flower". The Korea Times. 7 January 2010. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  29. "Jeon Ji-hyun to Star in Chinese Movie". The Chosun Ilbo. 5 February 2010. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  30. "Jun Ji-Hyun Interview at Cannes (By Dispatch)". Soompi. 23 May 2011. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  31. "Jeon Ji-hyun Narrates Hollywood Trailer". The Chosun Ilbo. 28 March 2011. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  32. "Jeon Ji-hyun to feature in July Issue of Vogue". The Chosun Ilbo. 28 March 2011. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  33. Powers, John (28 June 2011). "Eastern Promise: Gianna Jun and Li Bing Bing". Vogue. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  34. Lee, Jin-ho (13 June 2012). "Jun Ji Hyun Talks about Kissing with Kim Soo Hyun for The Thieves". enewsWorld. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  35. Hong, Grace Danbi (5 July 2012). "Jun Ji Hyun is Just Getting Started as an Actress". enewsWorld. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  36. "'The Thieves' Jun Ji Hyun, "A Competition With Kim Hye Soo? I Can't Even Compete With Her Breasts."". Korea Portal. 11 July 2012. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  37. Lee, Hye-ji (11 July 2012). "Jun Ji-hyun "The success of My Sassy Girl gave me both light and shadow"". 10Asia. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  38. Lee, Jin-ho (15 July 2012). "Star Dictionary 2.0: Jun Ji Hyun, "My Sassy Girl Was A Sweet Disaster". enewsWorld. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  39. "Jeon Ji-hyeon satisfied with her role in new movie". The Korea Herald. 23 July 2012. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  40. Lee, Jin-ho (22 July 2012). "Interview: Jun Ji Hyun Invites Everyone Into Her Veil of Secrecy". enewsWorld. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  41. "Jeon Ji-hyun Gets Back into Groove with The Thieves". The Chosun Ilbo. 4 August 2012. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  42. "The Thieves Emerges as Most Popular Korean Movie". The Chosun Ilbo. 4 October 2012. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  43. Sunwoo, Carla (5 January 2013). "Jun Ji-hyun injured in action scene". Korea JoongAng Daily. สืบค้นเมื่อ 2013-01-09. 
  44. Oh, Mi-jung (9 January 2013). "Jun Ji Hyun Says She Had to Pretend She was Awkward in Action Scenes for The Berlin File". enewsWorld. สืบค้นเมื่อ 2013-01-09. 
  45. Lee, Jin-ho (3 February 2013). "Interview: Jun Ji Hyun Says She's Become More Confident Following Her Marriage". enewsWorld. สืบค้นเมื่อ 2013-02-04. 
  46. Jeong, Ji-won (7 February 2013). "Jun Ji-hyun starts anew". Korea JoongAng Daily. สืบค้นเมื่อ 2013-02-07. 
  47. Bae, Ji-sook (17 December 2013). "Gianna Jun proves aging is good: Actress to return to small screen with Kim Soo-hyun on My Love from the Star". The Korea Herald. สืบค้นเมื่อ 2014-01-08. 
  48. Won, Ho-yeon (26 December 2013). "Jun Ji-hyun back on TV, sassier, flashier than ever". Korea JoongAng Daily. สืบค้นเมื่อ 2014-01-08. 
  49. Chung, Ah-young (2 March 2014). "My Love sparks hallyu sensation". The Korea Times. สืบค้นเมื่อ 2014-03-04. 
  50. Chung, Joo-won (27 May 2014). "Song Gang-ho, Jun Ji-hyun get top nods at Baeksang Awards". The Korea Herald. สืบค้นเมื่อ 2014-05-28. 
  51. Hong, Grace Danbi (28 May 2014). "Jun Ji Hyun and Song Kang Ho Receive Highest Honors at the Baeksang Arts Awards". enewsWorld. สืบค้นเมื่อ 2014-05-28. 
  52. Jeon, Su-mi (28 May 2014). "Jun Ji Hyun Sends a Love Call to Kim Soo Hyun". enewsWorld. สืบค้นเมื่อ 2014-05-28. 
  53. Sunwoo, Carla (29 May 2014). "My Love stars sweep Baeksang Arts Awards". Korea JoongAng Daily. สืบค้นเมื่อ 2014-05-29. 
  54. ""คิมกูรา" บ่นเบื่อการแสดงของ "จวนจีฮุน"". สยามดารา. 20 มกราคม 2557. สืบค้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2557. 
  55. Sunwoo, Carla (23 March 2012). "Designer talks about actress granddaughter-in-law Jun Ji-hyun". Korea JoongAng Daily. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  56. Cho, Chung-un (13 April 2012). "Actress Jun Ji-hyun ties the knot". The Korea Herald. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  57. Kwon, Mee-yoo (13 April 2012). "Actress Jun ties knot with designer's grandson". The Korea Times. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  58. "Today's Photo: April 14, 2012". The Chosun Ilbo. 14 April 2012. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  59. Lee, Jin-ho (14 April 2012). "Jun Ji Hyun Ties Knot With Banker". enewsWorld. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  60. Han, Ah-yeong (14 April 2012). "Jun Jihyun reveals her love story and propose". StarN News. สืบค้นเมื่อ 2012-12-26. 
  61. "Jeon Ji Hyun marries Choi Jun Hyuk in lavish ceremony". Channel NewsAsia. 16 April 2012. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  62. Sunwoo, Carla (20 April 2012). "Jun Ji-hyun to star in wedding pictorial for Elle Asia". Korea JoongAng Daily. สืบค้นเมื่อ 2012-11-18. 
  63. "จอนจีฮยอน (Jeon Ji Hyun) เผย "ชอบทำอาหาร มักทำอาหารเกาหลีกินเองบ่อยๆ"". popcornfor2.com. 12 มีนาคม พ.ศ. 2557. สืบค้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2557. 
  64. "Assassination หนังใหม่ยัยตัวร้าย! "จอนจีฮยอน" ร่วมภารกิจลอบสังหาร". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 12 กันยายน พ.ศ. 2557. สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2557. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]