จูเซปเป อาร์ชิมโบลโด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จูเซปเป อาร์ชิมโบลโด
Giuseppe Arcimboldo.jpg
ภาพเหมือนตนเอง


วันเกิด ค.ศ. 1527
มิลาน, ประเทศอิตาลี
วันเสียชีวิต 11 กรกฎาคม ค.ศ. 1593
มิลาน, ประเทศอิตาลี
เชื้อชาติ อิตาลี
สาขา จิตรกรรม
ประเภทงาน ภาพเหมือนลักษณะเหนือจริง
ยุค เรอเนซองส์
งานสำคัญ The Librarian, ค.ศ. 1566
Vertumnus, ค.ศ. 1590-1591
Flora, ราว ค.ศ. 1591
อิทธิพลต่อ ชิเกโอะ ฟูคูดะ

จูเซปเป อาร์ชิมโบลโด (อังกฤษ: Giuseppe Arcimboldo หรือ Giuseppe Arcimboldi) (ค.ศ. 1527 - 11 กรกฎาคม ค.ศ. 1593) เป็นจิตรกรชาวอิตาลีผู้มีชื่อเสียงว่าเป็นผู้เขียนภาพเหมือนแบบมีจินตนาการเช่นเขียนเป็นภาพที่ใช้ผลไม้, ผัก, ดอกไม้, ปลา และหนังสือ ที่จัดประกอบเข้าด้วยกันจนเป็นหน้าตาที่ทราบว่าเป็นภาพเหมือนของผู้ใด

ประวัติ[แก้]

อาร์ชิมโบลโดเกิดที่มิลานในประเทศอิตาลีเมื่อปี ค.ศ. 1527 เป็นลูกของจิตรกรบิอาจิโอผู้ทำงานที่มหาวิหารมิลาน[1]ในปี ค.ศ. 1549 อาร์ชิมโบลโดได้รับจ้างให้ออกแบบหน้าต่างประดับกระจกสีให้แก่มหาวิหารที่รวมทั้งหน้าต่างที่เป็นเรื่องราวของนักบุญแคทเธอรินแห่งอเล็กซานเดรีย ต่อมาในปี ค.ศ. 1556 อาร์ชิมโบลโดก็ทำงานร่วมกับจุยเซ็ปเป เมดาเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่มหาวิหารมอนซา ในปี ค.ศ. 1558 ก็ได้ร่างภาพสำหรับทอพรมทอแขวนผนังที่เป็นภาพการสิ้นพระชนม์ของพระแม่มารี ซึ่งยังแขวนอยู่บนผนังของมหาวิหารที่โคโมมาจนกระทั่งทุกวันนี้[1]

ในปี ค.ศ. 1562 จุยเซ็ปเปก็ได้รับตำแหน่งเป็นช่างเขียนภาพเหมือนประจำราชสำนักของสมเด็จพระจักรพรรดิเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเวียนนา และต่อมากับสมเด็จพระจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนที่ 2 และพระราชโอรสสมเด็จพระจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 ที่ราชสำนักในกรุงปราก นอกจากจะเป็นช่างเขียนแล้วก็ยังเป็นนักตกแต่ง และนักออกแบบเครื่องแต่งกาย พระเจ้าออกัสตัสแห่งแซกโซนีผู้เสด็จมาเยี่ยมเวียนนาระหว่างปี ค.ศ. 1570 และ ค.ศ. 1573 ได้ทรงมีโอกาสเห็นผลงาน พระองค์จึงมีพระบรมราชโองการให้วาดภาพ "The Four Seasons" ซึ่งเป็นภาพที่รวมสัญลักษณ์การเป็นพระมหากษัตริย์ของพระองค์

งานปกติของอาร์ชิมโบลโดที่เป็นหัวข้อทางศาสนาก็หมดความนิยมกันไป แต่งานที่เป็นภาพเหมือนที่เขียนจากผัก, ผลไม้, สัตว์ทะเล และรากไม้ที่เป็นที่ชื่นชมของผู้คนร่วมสมัยก็ยังเป็นที่นิยมกันจนถึงทุกวันนี้ นักวิพากษ์ศิลปะถกเถียงกันว่าการวาดภาพประเภทนี้เป็นการวาดของผู้ที่เพียงมีความคิดที่แปลก หรือเป็นเพราะเป็นผู้มีอาการผิดปกติทางจิต[1] นักวิชาการส่วนใหญ่มีความเห็นว่าสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาเป็นสมัยที่ผู้คนนิยมปริศนาและของแปลกต่างๆ ฉะนั้นพฤติกรรมของอาร์ชิมโบลโดก็คงจะเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมกับสมัยมากกว่าที่จะเป็นเรื่องของความผิดปกติทางจิต

อาร์ชิมโบลโดเสียชีวิตที่มิลานหลังจากที่ยุติการรับราชการในกรุงเวียนนา ในระหว่างช่วงหลังของอาชีพที่ได้ทำการเขียนภาพเหมือนของสมเด็จพระจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 และภาพเหมือนตนเองเป็นคนสี่ฤดู ชาวอิตาลีร่วมสมัยสรรเสริญเกียรติคุณของงานของอาร์ชิมโบลโดด้วยโคลงกลอนและบทสรรเสริญ

เมื่อกองทัพสวีเดนเข้าโจมตีกรุงปรากในปี ค.ศ. 1648 ระหว่างสงครามสามสิบปี ภาพเขียนหลายภาพของอาร์ชิมโบลโดก็ถูกนำไปจากงานสะสมของสมเด็จพระจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2

งานของอาร์ชิมโบลโดพบได้ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะในกรุงเวียนนาในประเทศออสเตรีย, ปราสาทอัมบราสในอินส์บรุค, พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในกรุงปารีสในประเทศฝรั่งเศส และในพิพิธภัณฑ์หลายพิพิธภัณฑ์ในสวีเดน, อิตาลี และ สหรัฐอเมริกา

ผลงาน[แก้]

งานอันมีลักษณะที่พิสดารของอาร์ชิมโบลโดโดยเฉพาะภาพซ้อนมาพบอีกครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยจิตรกรลัทธิเหนือจริงเช่นซัลบาดอร์ ดาลี ในปี ค.ศ. 1987 ก็ได้มีการแสดงนิทรรศการงานของอาร์ชิมโบลโดที่พาลัซโซกราสซิที่เวนิส ที่รวมทั้งงานหลายชิ้นที่เป็นภาพที่มีความหมายซ้อน อิทธิพลของงานเขียนของอาร์ชิมโบลโดพบในงานของชิเกโอะ ฟูคูดะ, อิสท์วาน โอโรสซ์, อ็อคตาวิโอ โอแคมโพ และ ซานโดร เดล เพรเท และในงานภาพยนตร์ของ Jan Švankmajer นอกจากจะปรากฏในงานจิตรกรรมแล้ว งานเขียนที่มีลักษณะไปในแนวเหนือจริงของอาร์ชิมโบลโดก็ยังปรากฏในนวนิยายด้วย เช่นในนวนิยาย “2666” ที่เขียนโดย Roberto Bolaño ที่เป็นเรื่องของตัวละครที่เป็นนักเขียนเยอรมันชื่อเบนโน ฟอน อาร์ชิมโบลดิ[ต้องการอ้างอิง] หรือในนวนิยาย “The Coming of Vertumnus” โดยเอียน วัตสัน

ระเบียงภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ จุยเซ็ปเป อาร์ชิมโบลโด