จอห์น วิลค์ส บูธ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จอห์น วิลค์ส บูธ
John Wilkes Booth-portrait.jpg
จอห์น วิลค์ส บูธ
เกิด 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1838(1838-05-10)
เบล แอร์, แมริแลนด์, สหรัฐ
เสียชีวิต 26 เมษายน ค.ศ. 1865 (26 ปี)
พอร์ทรอยัล, เวอร์จิเนีย, สหรัฐ
อาชีพ นักแสดง
รู้จักในสถานะ ผู้ลอบสังหารอับราฮัม ลินคอล์น
บิดามารดา จูเนียส บรูตัส บูธ
และ แมรี แอนน์ โฮล์มส
ลายมือชื่อ John Wilkes Booth Signature2.svg

จอห์น วิลค์ส บูธ (อังกฤษ: John Wilkes Booth; 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1838 - 26 เมษายน ค.ศ. 1865) เป็นนักแสดงละครเวทีชาวอเมริกันที่เป็นคนลอบสังหารประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์นที่โรงละครฟอร์ดส, กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.. ในวันที่ 14 เมษายน 1865 บูธเป็นสมาชิกจากครอบครัวนักแสดงละครเวทีที่โด่งดังจากรัฐแมริแลนด์ และในทศวรรษที่ 1860 นั้นเอง เขาก็กลายเป็นนักแสดงที่โด่งดังเช่นกัน [1] บูธมีความคิดเห็นโน้มเอียงเข้าข้างฝ่ายสมาพันธ์และประณามการบริหารของลินคอล์นอย่างรุนแรง และคับแค้นเป็นอย่างมากเมื่อฝ่ายใต้แพ้สงครามกลางเมืองอเมริกัน เขาต่อต้านแนวคิดที่จะล้มล้างระบบทาสในสหรัฐฯ และข้อเสนอของลินคอล์นที่จะขยายสิทธิ์เลือกตั้งไปยังทาสที่เป็นไทแล้ว

บูธและกลุ่มผู้ก่อการวางแผนที่จะสังหารลินคอล์น, รองประธานาธิบดี แอนดรูว์ จอห์นสันและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วิลเลียม เอช. ซูเวิร์ดเพื่อช่วยเหลือในความพยายามของฝ่ายใต้ แม้ว่ากองทัพเวอร์จิเนียเหนือของนายพลโรเบิร์ต อี. ลีจะยอมแพ้ไปแล้วเมื่อสี่วันก่อนหน้านี้ ตัวบูธเองเชือว่าสงครามยังไม่สิ้นสุดลงเพราะนายพลโจเซฟ อี. จอห์นสตันของฝ่ายสหพันธ์ยังคงสู้รบกับกองทัพของสหรัฐฯ อยู่ ในบรรดาผู้ก่อการทั้งหมด บูธเป็นคนเดียวที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามแผนการได้สำเร็จ เนื่องจากซูเวิร์ดเพียงแค่บาดเจ็บ แต่ก็พักฟื้นจนหายดีในเวลาต่อมา ส่วนลินคอล์นได้ถึงแก่อนิจกรรมในเช้าถัดมาหลังจากถูกบูธใช้ปืนยิงหนึ่งนัดเข้าที่ด้านหลังของศีรษะ

หลังจากการลอบสังหาร บูธขี่ม้าหนีไปยังรัฐแมริแลนด์ทางตอนใต้ ก่อนจะเดินทางไปยังไร่ในแถบชนบทในรัฐเวอร์จิเนียทางตอนเหนือในอีก 12 วันต่อมา ก่อนที่เขาจะถูกตามสะกดรอยมาถึงที่ และถูกบอสตัน คอร์เบ็ท ทหารสหรัฐฯ ยิงโดยฝ่าฝืนคำสั่งที่ให้จับเป็น ผู้ก่อการอีก 8 คนที่เหลือถูกจับกุม ไต่สวนและถูกตัดสินว่าผิดจริง โดยที่ในนั้นมี 4 คนที่ถูกแขวนคอ หลายปีต่อมา มีคนเขียนหนังสือที่เสนอทฤษฎีว่าบูธสามารถหลบหนีผู้จับกุมได้ และเสียชีวิตภายใต้ชื่อใหม่ในอีกหลายปีต่อมา

อ้างอิง[แก้]

  1. Clarke, Asia Booth (1996). Terry Alford, ed. John Wilkes Booth: A Sister's Memoir. Jackson, Miss.: University Press of Mississippi. p. ix. ISBN 0-87805-883-4.