จอกศักดิ์สิทธิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
How at the Castle of Corbin a Maiden Bare in the Sangreal and Foretold the Achievements of Galahad: ภาพวาดโดย Arthur Rackham ค.ศ. 1917

ตามตำนานความเชื่อในศาสนาคริสต์ จอกศักดิ์สิทธิ์ (อังกฤษ: Holy Grail) เป็นจาน ชาม หรือถ้วย ซึ่งพระเยซูทรงใช้ในพระกระยาหารมื้อสุดท้าย เล่าว่ามีอำนาจวิเศษสถิตย์อยู่ มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ โจเซฟ แห่ง อริมาเทีย และตำนานจอกศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏในงานเขียนของโรเบิร์ต เดอ โบรอน เรื่อง Joseph d'Arimathie (ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12) โดยโจเซฟได้รับจอกมาจากพระเยซูหลังฟื้นคืนพระชนม์ และได้เดินทางพร้อมผู้ติดตามไปยังเกาะบริเตนใหญ่ จากโครงเรื่องนี้ งานเขียนในยุคต่อมาจึงต่อเติมว่า โจเซฟใช้จอกรองรับพระโลหิตของพระเยซู และได้จัดเตรียมตระกูลผู้ภักดีเพื่อคอยพิทักษ์รักษาจอกเอาไว้ให้ปลอดภัย ภารกิจการค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์นับเป็นหัวใจสำคัญส่วนหนึ่งในตำนานกษัตริย์อาเธอร์ โดยปรากฏครั้งแรกในงานเขียนของ เครเตียง เดอ ทรัวส์[1] ตำนานได้นำเอาเรื่องราวในความเชื่อของชาวคริสเตียนมาประสมประสานกับตำนานเคลติกว่าด้วยเรื่องอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์

นักประวัติศาสตร์ศึกษาวิวัฒนาการของตำนานจอกศักดิ์สิทธิ์โดยสืบค้นย้อนหลังไป ในตอนแรกมันเป็นเพียงตำนานที่มาพร้อมกับวรรณกรรมโรแมนซ์ ในราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 โดยเก็บเอาเกร็ดจากตำนานพื้นบ้านยุคก่อนคริสเตียนมาใช้ วรรณกรรมโรแมนซ์เกี่ยวกับจอกในช่วงแรกๆ เป็นเรื่องของเพอร์ซิวาล ต่อมาจึงค่อยๆ ถักทอเข้าไปในเนื้อหาของตำนานกษัตริย์อาเธอร์ นอกจากนี้ยังตำนานจอกศักดิ์สิทธิ์บางเรื่องเข้าไปเกี่ยวพันกับตำนานเหยือกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Chalice) ด้วย บางตำนานได้เล่าว่าเมื่อใครได้ครอบครองจอกศักดิ์สิทธ์แล้วนั้นจะมีอำนาจมากและเมื่อใครได้ดื่มน้ำจากจอกศักดิ์สิทธ์แล้วจะเป็นอมตะ แต่ว่าบางตำนานก็บอกว่าถ้าได้ดื่มน้ำจากจอกศักดิ์สิทธ์แล้วเมื่อมีโรคภัยไข้เจ็บหรือเป็นอะไรทางร่างกาย เช่น โดนธนูยิงใส่เมื่อดื่มน้ำผ่านจอกนี้แล้วแล้วเอาน้ำนั้นมาราดลงบนแผลที่เป็นแล้วแผลนั้นจะหายเป็นปลิดทิ้ง

อ้างอิง[แก้]

  1. Loomis, Roger Sherman (1991). The Grail: From Celtic Myth to Christian Symbol. Princeton. ISBN 0-691-02075-2 [1]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]