สกุลงูอนาคอนดา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก งูอนาคอนดา)
งูอนาคอนดา
งูอนาคอนดาเขียว (Eunectes murinus)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
Kingdom: Animalia
Phylum: Chordata
Class: Reptilia
Order: Squamata
Suborder: Serpentes
Family: Boidae
Subfamily: Boinae
Genus: Eunectes
Wagler, 1830
ชนิด
4 ชนิด (ดูในเนื้อหา)
Commons

งูอนาคอนดา หรือ งูโบอาน้ำ (อังกฤษ: Anaconda, Water Boa) เป็นชื่อสามัญและสกุลของงูขนาดใหญ่ 4 ชนิดที่อยู่ในวงศ์ย่อย Boinae ในวงศ์ใหญ่ Boidae ใช้ชื่อสกุลว่า Eunectes

อาศัยอยู่ในหนอง บึง และแม่น้ำในป่าดิบชื้นในทวีปอเมริกาใต้และเกาะตรินิแดด

โดยที่คำว่า Eunectes มาจากภาษากรีกคำว่า Eυνήκτης หมายถึง "ว่ายน้ำได้ดี"

เนื้อหา

[แก้] การจำแนกและลักษณะทั่วไป

  • งูอนาคอนดาเขียว หรือ งูอนาคอนดาธรรมดา (Eunectes murinus) จัดเป็นชนิดที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด โดยมีรายงานว่ามีความยาวถึง 10 เมตร แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีความยาวเฉลี่ย 4.5 เมตร แม้จะมีความยาวน้อยกว่างูเหลือมซึ่งเป็นงูชนิดที่มีบันทึกว่ายาวที่สุด แต่ก็ยังมีน้ำหนักมากกว่า จัดว่าเป็นงูที่หนักที่สุดในโลกที่ยังดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ อาจมีน้ำหนักถึง 250 กิโลกรัม และมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำตัวมากกว่า 30 เซนติเมตร ตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ โดยตัวเมียจะมีความยาวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6.6-7.8 เมตร ขณะที่ตัวผู้มีความยาวเฉลี่ย 3.6-4.8 เมตร พบทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ อย่างเช่นในเวเนซุเอลา, โคลัมเบีย, บราซิล, เอกวาดอร์, ทางตอนเหนือของโบลิเวีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเปรู, กายอานา และตรินิแดด แม้ว่าจะเป็นที่สนใจมาก แต่ก็ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับงูชนิดนี้อยู่น้อยมาก จนกระทั่งปี ค.ศ. 1992 จึงได้มีการศึกษาในทางชีววิทยาเป็นครั้งแรกในเวเนซุเอลา โดย ดร.เฮซุส ริวาซ
  • งูอนาคอนดาโบลิเวีย (Eunectes beniensis) พบเป็นครั้งแรกในโบลิเวีย ได้รับการตั้งชื่อเมื่อปี ค.ศ. 2002 โดย ลุตซ์ เดิร์กเซน และกำลังอยู่ระหว่างการศึกษา[1][2]

โดยรวมแล้วงูอนาคอนดาที่มีหัวขนาดใหญ่และลำคอหนา ตาและรูจมูกอยู่ที่ส่วนบนของหัว ทำให้สามารถหายใจและมองเห็นเหยื่อในขณะที่อยู่ใต้น้ำได้ ฆ่าเหยื่อโดยใช้ลำตัวบีบรัด เป็นงูที่ไม่มีพิษ แต่ยังมีฟันและขากรรไกรที่แข็งแรงที่ใช้กัดเหยื่อ โดยจะคาบเหยื่อแล้วลากลงไปในน้ำเพื่อให้เหยื่อจมน้ำตาย

ด้วยความที่มีน้ำหนักมากทำให้เมื่ออยู่บนบกงูอนาคอนดาจะเคลื่อนไหวได้ช้าและงุ่มง่ามมาก แต่จะเคลื่อนไหวได้ดีและรวดเร็วผิดกับรูปร่างเมื่ออยู่ในน้ำ ในบางครั้งอาจลอยตัวนิ่ง ๆ อยู่บนผิวน้ำปล่อยให้กระแสน้ำพัดไป

โดยปกติแล้ว จะกินสัตว์จำพวกหนูขนาดใหญ่ เช่น คาปรีบารา รวมถึงสัตว์ขนาดใหญ่อย่างอื่น เช่น สมเสร็จ, กวาง, หมูป่า, ปลา, เต่า, นก, แกะ, สุนัข และสัตว์เลื้อยคลานในน้ำอย่าง จระเข้ไคแมน ส่วนตัวที่ยังไม่โตเต็มที่จะกินหนูขนาดเล็ก, ลูกไก่, กบ และปลา โดยการใช้อวัยวะรับรู้คลื่นความร้อนหรืออินฟาเรดที่เป็นแอ่งบริเวณหน้าผากตรวจจับ โดยสัญชาตญาณแล้ว เมื่องูอนาคอนดาพบมนุษย์จะหนีไป การตายของมนุษย์ที่เกิดจากงูอนาคอนดาจึงเกิดขึ้นได้ยาก แม้จะเป็นงูขนาดใหญ่และอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร แต่กระนั้นงูอนาคอนดาขนาดเล็กหรือตัวที่อ่อนแอหรือบาดเจ็บก็จะตกเป็นเหยื่อของสัตว์กินเนื้ออย่างอื่นได้ง่าย เช่น เสือจากัวร์, จระเข้ไคแมน, งูอนาคอนดาด้วยกัน หรือ ปลาปิรันยา

งูอนาคอนดาทุกชนิดขยายพันธุ์ด้วยการออกลูกเป็นตัว ครั้งละประมาณ 20-40 ตัว หรือมากกว่านั้น เป็นงูที่นิยมเลี้ยงกันในสวนสัตว์เพื่อการศึกษา และเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินส่วนตัว[3]

[แก้] ในวัฒนธรรม

ด้วยความที่งูอนาคอนดาเป็นงูขนาดใหญ่ ทำให้แลดูน่าสะพรึงกลัว ชาวพื้นเมืองอเมริกาใต้จึงให้ความนับถือดุจเทพเจ้า เช่น ชาวแอซเท็ค ให้ความนับถือเทพที่ชื่อว่า "เกวตซัลโกอัตล์" ที่มีรูปลักษณ์เป็นงูขนาดใหญ่ เป็นเทพเจ้าที่สร้างโลกและมนุษย์ให้เกิดขึ้นมาจากเถ้ากระดูก[4]

นอกจากนี้แล้วยังมีเรื่องเล่าลือถึงงูอนาคอนดาขนาดยักษ์ ที่มีขนาดใหญ่กว่างูอนาคอนดาตามปกติ ซึ่งมีชื่อเรียกในภาษาสเปนว่า "cobra grande" แปลว่า "งูยักษ์" โดยในปี ค.ศ. 1906 พันเอกเพอร์ซี ฟาลเคตต์ ซึ่งเป็นนักสำรวจผู้เขียนแผนที่ป่าอเมซอนได้เขียนลงในบันทึกของเขาว่าเขามีหนังงูที่มีความยาว 62 ฟุต และกล่าวว่า เขาได้สังหารงูตัวนี้ด้วยปืนไรเฟิลด้วยกระสุนขนาด .44 ในกระดูกสันหลังของมัน ซึ่งมันโจมตีใส่เรือของคณะเขา เส้นผ่าศูนย์กลางของลำตัวมันเกินกว่า 12 นิ้ว และอาจจะใหญ่ได้มากกว่านี้ถ้าได้กินอาหารเข้าไป

นอกจากนี้แล้วยังมีความเชื่อของชนพื้นเมืองในป่าดิบชื้นของอเมซอนที่เรียกงูอนาคอนดาขนาดยักษ์ว่า "matatoro" แปลว่า "ตัวกินวัว" โดยมีความยาวกว่า 80 ฟุต[5]

ซึ่งจากความเชื่อและเรื่องเล่าลือนี้ทำให้ในวัฒนธรรมร่วมสมัยเช่น ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดได้สร้างเรื่องเกี่ยวกับงูอนาคอนดายักษ์มาในปี ค.ศ. 1997 คือ Anaconda ซึ่งนำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ โลเปซ และจอน วอยต์ และได้มีภาคต่อมาอีกถึง 2 ภาค ในปีหลังจากนี้

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ Dirksen, L. (2002) (in German). Anakondas. Münster: Natur und Tier Verlag
  2. ^ Eunectes beniensis DIRKSEN, 2002
  3. ^ วีรยุทธ์ เลาหะจินดา, วิทยาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก หน้า 405-406 (พ.ศ. 2552) ISBN 978-616-556-016-0
  4. ^ สมฤทธี บัวระมวล. ตำนานแห่งศาสนา ลัทธินิยมและความเชื่อปรัมปรา. กทม. คุ้มคำ.มปป. หน้า 76
  5. ^ MEGACONDA จากAnimal Planet

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น