คลาวด์ แอตลาส หยุดโลกข้ามเวลา
| คลาวด์ แอตลาส หยุดโลกข้ามเวลา Cloud Atlas |
|
|---|---|
| กำกับโดย | |
| อำนวยการสร้างโดย |
|
| เขียนบทโดย |
|
| อ้างอิงจาก | เมฆาสัญจร โดย David Mitchell |
| นำแสดงโดย | |
| เพลงประกอบ ภาพยนตร์โดย |
|
| กำกับภาพโดย | |
| ตัดต่อโดย | Alexander Berner |
| ค่าย | Cloud Atlas Production X-Filme Creative Pool Anarchos Production |
| จัดจำหน่ายโดย | วอร์เนอร์บราเธอร์ส |
| ฉาย | 8 กันยายน 2012 (TIFF) ตุลาคม 26, 2012 (สหรัฐฯ) |
| ความยาว | 172 นาที[1][2] |
| ประเทศ | เยอรมนี[3][4][5] |
| ภาษา |
|
| งบประมาณ | $102 ล้าน[6] |
| รายได้ | $25 ล้าน[7] |
คลาวด์ แอตลาส หยุดโลกข้ามเวลา (อังกฤษ: Cloud Atlas) เป็นภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ผสมดราม่าสัญชาติเยอรมัน เขียนบทและกำกับโดย Lana และ Andy Wachowski และ Tom Tykwer ดัดแปลงจากหนังสือนิยาย เมฆาสัญจร (Cloud Atlas) ของเดวิด มิตเชลล์ ทุนสร้าง 102 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นภาพยนตร์อิสระที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดเรื่องหนึ่ง
เนื้อเรื่อง [แก้]
ภาพยนตร์รื่องนี้ประกอบด้วยเรื่องราวหกเรื่องซึ่งสอดประสานกันไปมาตลอดความยาวของภาพยนตร์ ย้อนไปตั้งแต่การเดินเรือในมหาสมุทรช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงอนาคตหลังอารยธรรมล่มสลาย โครงสร้างของการเล่าเรื่องในภาพยนตร์แตกต่างไปจากฉบับนิยายโดยภาพยนตร์เลือกใช้วิธีตัดสลับไปมาระหว่างเรื่องราวทั้ง 6 เรื่อง
เรื่องราวทั้งหกเรื่องได้แก่
- มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ค.ศ. 1849 ช่วงเวลาของการตื่นทองแห่งแคลิฟอร์เนีย อดัม อีวิง นักกฎหมายชาวอเมริกาจากซานฟรานซิสโกได้เดินทางมายังเกาะชาแธมเพื่อทำข้อตกลงทางธุรกิจกับ Reverend Gilles Horrox แทนพ่อตาของเขาคือ Haskell Moore ระหว่างนั้นได้เห็นการโบยทาสชาวโมริโอริชื่อเอาทัว ซึ่งต่อมาได้แอบขึ้นบนเรือลเดียวกับอีวิง และขอร้องให้อีวิงช่วยให้เขาได้หลบซ่อนตัวก่อนที่จะขอให้ได้เป็นคนเรือคนหนึ่งในฐานะเสรีชน ระหว่างดอกเตอร์เฮนรี่ กูส ที่เดินทางไปด้วยกัน กำลังค่อยๆ วางยาพิษให้อีวิง โดยอ้างว่ากำลังรักษาพยาธิ แต่มีเจตนาแท้จริงคือเพื่อขโมยของมีค่าของอีวิง ในขณะที่กูสกำลังจะให้ยาชุดสุดท้ายเพื่อให้ถึงแก่ชีวิตนั้นเองเอาทัวก็มาช่วยชีวิตอีวิงเอาไว้ได้ เมื่อไปถึงอเมริกาแล้วอีวิงและภรรยาก็แสดงเจตนาขอไม่เป็นส่วนหนึ่งของการเอาคนมาเป็นทาสของบิดาของทั้งสอง
- เคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และเอดินเบอระ สก็อตแลนด์ ค.ศ. 1936 โรเบิร์ต โฟรบิเชอร์
- ซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย ค.ศ. 1973 หลุยซา เรย์
- สหราชอาณาจักร ค.ศ. 2012 ทิโมธี คาเวนดิช บรรณาธิการสำนักพิมพ์อายุ 65 ปี ต้องประสบเคราะห์เมื่อนักเขียนอันธพาล Dermott Hoggins ที่เขียนหนังสือให้เขาได้ก่อเหตุฆาตกรรมนักวิจารณ์จนต้องเข้าคุก คาเวนดิชถูกข่มขู่จากญาติของ Hoggins เอากำไรจากการพิมพ์หนังสือ จนต้องไปขอความช่วยเหลือจากน้องชาย Denholme แต่ถูกหลอกให้เข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชราภายใต้การปกครองของพยาบาล Noakes จนทั้งคาเวนดิชและเพื่อนร่วม "คุก" ต้องวางแผนหลบหนี
- กรุงนีโอโซล (ชื่อเก่าแก่คือ "ประเทศเกาหลีใต้") ค.ศ. 2144 ซอนมี-451 มนุษยสังเคราะห์ (โคลนนิ่ง)บริกรที่ทำหน้าที่ในร้านอาหารแห่งอนาคต "ปาปา ซอง" กล่าวในรูปแบบของการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายของเธอ ก่อนที่จะถูก ประหาร เธอได้เล่าว่าเธอถูกปลดปล่อยจากชีวิตของการเป็นทาส โดย "แฮ-จู ชาง"สมาชิกของสหภาพ ระหว่างการซ่อนตัวของซอนมี เธอได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายและหนึงในนั่นคือ ภาพยนตร์ที่มีโครงเรื่องมาจาก "วิบากกรรมสยองของทิโมธี คาเวนดิช" จากนั่น ฝ่ายสหภาพก็พาซอนมีไปดูความโหดร้ายของระบอบการปกครองแบบบรรษัทแห่งนีโอโซลที่ว่าด้วย มนุษย์สังเคราะห์ทุกคนเหมือนอาหาร รีไซเคิล เพื่อเป็นอาหารให้มนุษย์สังเคราะห์ รุ่นต่อๆไป เธอตัดสินใจว่าระบบของสังคมบนพื้นฐานของความเป็นทาสและการแสวงหาผลประโยชน์จาก มนุษย์สังเคราะห์ เป็นเรื่องที่มากเกินไป จากนั้น เธอจึงถูกพาตัวไปที่เกาะ ฮาวาย เพื่อออกอากาศคำแถลงการของเธอต่อสาธารณะชน ต่อมา แฮ-จู และ พรรคพวกของสหภาพถูกฆ่าตาย ซอนมีถูกจับตัวไป หลังจากที่เล่าเรื่องของเธอเสร็จ เธอก็ถูกประหาร
- หมู่เกาะฮาวาย โลกหลังอารยธรรมล่มสลาย (ระบุวันที่ไว้ว่า "106 ฤดูหนาว หลัง อารยธรรมล่มสลายจากสงครามโลกครั่งที่ 3 ค.ศ. 2321) ชาวพื้นเมืองชื่อแซครี่ ชนเผ่าที่รักสันติ มนุษย์และสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ สูญสลายไปกับ "สงครามโลกครั้งที่ 3" ชาวชนเผ่ามีความเชื่อว่า "ซอนมี" คือ พระเจ้า ทำให้พืชผักเจริญเติบโตงอกงาม แต่ว่า การติดเชื้อ(ทางความคิด)มีนามว่า "เฒ่าจอรจี้"ผู้ทีนำความหายนะ ความกลัว สิ่งเลวร้ายมีสู่ชนเผ่า เพื่อนและหลานของแซครี่ทุกฆ่าโดย ชนเผ่าโคน่า (ชนเผ่ากินคน)วันหนึงมีชนเผ่าจากทางเหนือนามว่า "พีซรียน" ชนเผ่าที่มีเทคโนโลยี้ที่สุดในช่วงโลกล่มสลาย ในเหตุการณ์ ผู้หญิงนามว่า "เมโรนิม"ได้ช่วยหลานสาวของแซครี่ที่ชื่อ "แคทคิ้น" แชครี่จึงอาสานำทางเมโรนิมไปที่ ดาวเทียมของสหภาพ เพื่อส่งข้อความไปยังผู้คนที่มีอารย ที่ได้จากโลกไปอูย่ดาวดวงอื่นแล้ว ที่สถานี โมโรนิมได้บอก แชครี่ว่า ซอนมีไม่ใช้ พระเจ้า เป็นบุคคลที่ไม่ได้เกิดตามธรรมชาติอูย่อันห่างไกล มีชื่อ อาณาจักร์ว่า "นีโอโซล" เธอตายเพื่อจะเปลี่ยนความคิดของคนรุ่นหลัง แต่ เฒ่าจอรจี้ ได้กล่อมให้ฆ่าเมโรนิม ซะ แต่หลังจากดูวิดีโอของซอนมี ที่ได้ออกอากาศ ก็เปลี่ยนความคิด จากนั่นเฒ่าจอรจี้ก็หายไป หลังจากกลับมาที่หูมบ้าน ก็เกิดการสู้รบกันของชนเผ่าโคน่ากับชนเผ่ารักสันติ คนส่วนใหญตายหมดเหลือแต่ แคทคิ้น แซครี่จึงช่วยแคทคิ้นออกมา จากนั้นก็เกิดการสู้รบระหว่างแซครี่และหัวหน้าชนเผ่าโคน่า แต่ เมโรนิม ได้ช่วยแชครี่ไว้ หลังจากนั้น ทั้งสามก็ได้อูย่บนเรือของ พีซรียน จากนั่นก็ร่วมกันเดินทางสู่การผจญภัยบนโลกใหม่
ช่วงเวลาที่ 7 ไม่ได้มีการกล่าวอย่างแน่ชัดแต่มีการคาดการณ์ว่าเป็น โลกใบใหม่ ห่างไกลไปจากโลก แชครี่ได้เล่าเรื่องต่างให้เด็กๆฟังข้างกองไฟ อันมีพระจันทร์สองดวง โมโรนิมก้าวออกมาจากบนแล้วโอบกอดกันด้วยความรักซึ้งกันและกัน
รายชื่อนักแสดง [แก้]
| Actor | "บันทึกท่องแปซิฟิกของอดัม อีวิง" (1849) | "จดหมายจากเซเดลเกม" (1936) | "ครึ่งชีวิต: เรื่องลึกลับครั้งแรกของหลุยซา เรย์" (1973) | "วิบากกรรมสยองของทิโมธี คาเวนดิช" (2012) | "คำให้การของซอนมี~451" (2144) | "ช่องสลูชาและเรื่องต่อมาหลังจากนั้น" (2321) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| Tom Hanks | Dr. Henry Goose | Hotel Manager | Isaac Sachs | Dermot Hoggins | Cavendish Look-a-like Actor | Zachry |
| Halle Berry | Native Woman | Jocasta Ayrs | Luisa Rey | Indian Party Guest | Ovid | Meronym |
| Jim Broadbent | Captain Molyneux | Vyvyan Ayrs | N/A | Timothy Cavendish | Korean Musician | Prescient 2 |
| Hugo Weaving | Haskell Moore | Tadeusz Kesselring | Bill Smoke | Nurse Noakes | Boardman Mephi | Old Georgie |
| Jim Sturgess | Adam Ewing | Poor Hotel Guest | Megan's Dad | Highlander | Hae-Joo Chang | Adam/Zachry's Brother in Law |
| Doona Bae | Tilda Ewing | N/A | Megan's Mom, Mexican Woman | N/A | Sonmi~451, Sonmi~351, Sonmi Prostitute | Zachry's First Wife |
| Ben Whishaw | Cabin Boy | Robert Frobisher | Store Clerk | Georgette | N/A | Tribesman |
| James D'Arcy | N/A | Young Rufus Sixsmith | Old Rufus Sixsmith | Nurse James | Archivist | N/A |
| Zhou Xun | N/A | N/A | Talbot/Hotel Manager | N/A | Yoona~939 | Rose |
| Keith David | Kupaka | N/A | Napier | N/A | An-Kor Apis | Prescient |
| David Gyasi | Autua | N/A | Lester Rey | N/A | N/A | Duophysite |
| Susan Sarandon | Madame Horrox | N/A | N/A | Older Ursula | Yosouf Suleiman | Abbess |
| Hugh Grant | Reverend Giles Horrox | Hotel Heavy | Lloyd Hooks | Denholme Cavendish | Seer Rhee | Kona Chief |
อ้างอิง [แก้]
- ↑ "CLOUD ATLAS (15)". British Board of Film Classification. 2012-10-08. สืบค้นเมื่อ 2012-10-08.
- ↑ "Cloud Atlas Movie Tickets, Reviews, and Photos". Fandango.com. สืบค้นเมื่อ 2012-11-02.
- ↑ Debruge, Peter (September 8, 2012). "Variety Reviews - Cloud Atlas - Toronto Film Fest Reviews - - Review by Peter Debruge". Variety. สืบค้นเมื่อ October 29, 2012.
- ↑ Bailey, Cameron. "Cloud Atlas". Toronto International Film Festival. สืบค้นเมื่อ October 29, 2012.
- ↑ Pidd, Helen (June 22, 2011). "Cloud Atlas to be filmed in Berlin as city eyes starring role in movies". The Guardian.
- ↑ Kaufman, Amy (October 25, 2012). "'Silent Hill' sequel likely to lead lackluster weekend at box office". Los Angeles Times.
- ↑ "Cloud Atlas (2012)". Box Office Mojo. 2012-10-28. สืบค้นเมื่อ 2012-11-02.