คราสสยุมพร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับภาพยนตร์ ดูที่ แวมไพร์ ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์
คราสสยุมพร  
Eclipse book.jpg
ปกหนังสือ คราสสยุมพร ฉบับภาษาไทย
ผู้ประพันธ์ สเตเฟนี เมเยอร์
ชื่อต้นฉบับ Eclipse
ผู้แปล พิมพ์ครั้งที่แรกโดย นพดล เวชสวัสดิ์
พิมพ์ครั้งที่ 2 โดย อาทิตยา
ประเทศ สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
ชุด ทไวไลท์
ประเภท นวนิยายแฟนตาซี, นิยายความรัก
ผู้เผยแพร่ ไทย สำนักพิมพ์ปราชญ์เปรียว
จำนวนหน้า 580
ISBN 978-974-518-151-9
ฉบับก่อนหน้า นวจันทรา
ฉบับถัดมา รุ่งอรุโณทัย

คราสสยุมพร (อังกฤษ: Eclipse) เป็นนิยายภาคต่อเล่มที่สาม ของชุดทไวไลท์ เขียนโดยสเตเฟนี เมเยอร์ เป็นเนื้อเรื่องตอนต่อของสาวน้อยอายุ 18 เบลล่า สวอนและแวมไพร์ หนุ่มคนรักของเธอ เอ็ดเวิร์ด คัลเลน พิมพ์จำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 2007 มียอดขายมากกว่า 150,000 เล่มใน 24 ชั่วโมง และขายได้ถึง 1 ล้ามเล่มในการพิมพ์ครั้งแรก

เนื้อเรื่อง[แก้]

เปิดเรื่องมาด้วยฆาตกรรมต่อเนื่องในเมืองซีแอตเติลที่ยังตามจับฆาตกรไม่ได้ ซึ่งเอ็ดเวิร์ดสงสัยว่าเกิดจากแวมไพร์อายุน้อยที่ยังควบคุมความกระหายไว้ไม่ได้ ขณะที่เอ็ดเวิร์ดและเบลล่าได้สมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เบลล่าได้บอกเอ็ดเวิร์ดว่าเธอต้องการจะพบเจคอบ แบล็ค เพื่อนมนุษย์หมาป่าของเธอ แม้ว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นห่วงความปลอยภัยของเบลล่า เธอก็ยังยืนกรานว่าเจคอบและฝูงหมาป่าของเขาไม่มีทางทำอันตรายเธอและเธอยังแอบไปพบเจคอบในบางครั้ง ขณะที่อลิซ คัลเลนได้มองเห็นอนาคตว่าวิคตอเรีย แวมไพร์ที่ต้องการแก้แค้นเบลล่าได้กลับมาที่ฟอร์กสแล้ว สองสามวันหลังจากนั้น เอ็ดเวิร์ดเสนอกับเบลล่าว่าให้แต่งงานกันก่อนที่จะทำให้เธอกลายเป็นแวมไพร์ เบลล่าตกลงแม้ว่าเธอจะไม่ชอบก็ตาม

เบลล่าและครอบครัวคัลเลนได้พบว่าฆาตกรรมต่อเนื่องในเมืองซีแอตเติลนั้นแท้จริงเกิดจากกองทัพแวมไพร์แรกเกิดที่ควบคุมโดยวิคตอเรีย ทำให้ครอบครัวคัลเลนต้องร่วมมือกับฝูงหมาป่าแห่งควิลยูตเพื่อต่อสู้กับความคุกคามนี้ ขณะที่ทุกคนเตรียมจะต่อสู้ เอ็ดเวิร์ด, เบลล่า และ เจคอบได้เดินทางไปพักแรมในภูเขาเพื่อซ่อนตัวจากการต่อสู้

ในตอนเข้า เจคอบอารมณ์เสียเมื่อได้ยินเอ็ดเวิร์ดและเบลล่าคุยกันถึงการต่อสู้และต้องการเข้าร่วมในการต่อสู้นั้น เพื่อหยุดเขาเบลล่าได้จูบเจคอบและรู้ความจริงว่าเธอรักเขา ในระหว่างการต่อสู้ วิคตอเรียได้ตามกลิ่นเอ็ดเวิร์ดจนมาถึงที่ซ่อนตัวของเบลล่า ทำให้เอ็ดเวิร์ดต้องต่อสู้กับเธอ หลังจากวิคตอเรียและกองทัพของเธอถูกทำลาย เธออธิบายกับเจคอบว่าถึงเธอจะรักเขาแต่เธอนั้นรักเอ็ดเวิร์ดมากกว่า และหลังจากได้ยินเรื่องแต่งงาน เจคอบได้กลายร่างเป็นหมาป่าแล้ววิ่งหนีไปเพื่อหลีกหนีจากความเจ็บปวดและโกรธเบลล่าที่ตัดสินใจเป็นแวมไพร์

กระแสตอบรับ[แก้]

เมื่อ คราสสยุมพร ออกตีพิมพ์ ส่วนมากจะได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกจากนักวิจารณ์

  • แอนนี่ รูเยอร์ แห่ง วารสารห้องสมุดโรงเรียน กล่าวว่า "เมเยอร์รู้ว่าแฟนๆของเธอต้องการอะไร ความตื่นเต้น, ความเย็นชา, และความโรแมนติกอย่างมาก ที่เธอนำมาเขียนรวมไว้ด้วยกัน"[1]
  • เซลบี กิบสัน-บอยซ์ แห่ง ทัลซา เวิร์ลด เขียนว่า "ฉันอ่านโดยไม่หยุดพักจนกระทั่งจบ หนังสือของเมเยอร์นั้นอ่านแบบวางไม่ลง เหมือนอย่างใน แรกรัตติกาล และ นวจันทรา"[2]
  • เคลแลน ไรซ์ แห่ง บลาซ์ต แมกกาซีน หนังสือที่กีดกันเพศ กล่าวว่า "เมเยอร์ให้ตัวละครสองตัวมีความสัมพันธ์กัน ที่ไม่ถูกต้องอันล่อแหลม ไม่เพียงแค่เบลล่าและเอ็ดเวิร์ดเท่านั้น ยังมีเบลล่าและเจคอบอีกด้วย ซึ่งเธอก็ทำได้เย้ายวนใจไม่มีที่ติ"[3]

ภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายคราสสยุมพร มีกำหนดฉายวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2010 เป็นลำดับที่สามในภาพยนตร์ชุดทไวไลท์[4]ที่เขียนโดยสเตเฟนี เมเยอร์ ต่อจากแรกรัตติกาลที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2008 และนวจันทราที่ซัมมิตเอนเตอร์เทนเมนต์ให้ไฟเขียวถ่ายทำในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009[4] กำกับโดย เดวิด เซลด มีเมลิซซา โรเซนเบิร์กเป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์[5] คาดว่าภาพยนตร์จะเริ่มถ่ายทำในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2009[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. Anne Rouyer (2007-09-05). "Eclipse". School Library Journal. สืบค้นเมื่อ 2008-11-16. 
  2. Shelby Gibson-Boyce (2007-08-10). "Free radical: J.K. who? Hottest new series is vamp fantasy". Tulsa World. สืบค้นเมื่อ 2008-11-16. 
  3. Kellan Rice (2008-08-16). "'Twilight' Sucks... And Not In A Good Way". Blast Magazine. สืบค้นเมื่อ 2008-11-16. 
  4. 4.0 4.1 Joshua Rich (2009-02-20). "'Twilight': Third film in series, 'Eclipse,' set for June 2010". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ 2009-02-20. 
  5. "David Slade to Direct Summit Entertainment's The Twilight Saga: Eclipse" (Press release). Summit Entertainment. 2009-04-22. สืบค้นเมื่อ 2009-04-22. 
  6. Eric Ditzian (2009-04-27). "'Twilight' Star Robert Pattinson Lands Lead Role In 'Remember Me'". MTV. สืบค้นเมื่อ 2009-04-27. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]