คนเล็กหมัดเทวดา
| คนเล็กหมัดเทวดา | |
|---|---|
โปสเตอร์ภาพยนตร์ |
|
| กำกับ | โจว ซิงฉือ |
| ผลิต | โจว ซิงฉือ ชุย เป่าจู หลิว เจิ้นเหว่ย |
| เขียน | โจว ซิงฉือ เฉิง จิ้นชาง ฮั่วซิน เฉิน เหวินเฉียง |
| แสดง/ พากย์ |
โจว ซิงฉือ หยวน หัว หยวน ชิว เฉิน กั๋วคุน เหลียง เสี่ยวหลง |
| เพลง | หวง ยิงหัว |
| กำกับภาพ | พัน เหิงเชิง |
| ตัดต่อ | แองจี้ แลม |
| เผยแพร่ | โคลัมเบียพิคเจอร์สฟิล์มโปรดักชันเอเชีย (ฮ่องกง) โซนี่พิคเจอร์สเอนเตอร์เทนเมนท์ (สหรัฐฯ) โซนี่พิคเจอร์สคลาสสิค (สหรัฐฯ) |
| ฉาย | แคนาดา: 14 กันยายน ค.ศ. 2004 จีน: 23 ธันวาคม ค.ศ. 2004 สหรัฐอเมริกา: 23 มกราคม ค.ศ. 2005 สหราชอาณาจักร: 24 มิถุนายน ค.ศ. 2005 |
| ยาว | 95 นาที |
| ประเทศ | |
| ภาษา | ภาษากวางตุ้ง ภาษาจีนกลาง |
| งบประมาณ | 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| รายได้ | 101,104,669 ดอลลาร์สหรัฐ |
คนเล็กหมัดเทวดา (จีน: 功夫; อังกฤษ: Kung Fu Hustle) เป็นภาพยนตร์จีนกำลังภายในแนวตลก ที่กำกับและนำแสดงโดย โจวซิงฉือ โดยเป็นเรื่องราวของเซี่ยงไฮ้ช่วงยุค 1930 ซึ่งเป็นช่วงที่มีแก๊งอันธพาลขวานซิ่งครองเมือง พวกเขาได้เข้าไปก่อกวนในย่านที่เรียกว่า "ตรอกเล้าหมู" แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากมีจอมยุทธซ่อนอยู่ในตรอกนี้ หลังจากนั้น ซิง (โจว ซิงฉือ) โจรไร้ฝีมือที่ได้เข้ามาก่อกวนยังตรอกหมู แต่ไม่สำเร็จเพราะเขาคิดว่าเขามีวิทยายุทธเนื่องจากเขาได้ซื้อหนังสือกำลังภายในจากชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ที่บอกเขาว่าเขาน่าจะฝึกวิชาในหนังสือนี้ได้โดยเขาซื้อในราคา 10 เหรียญ หลังจากนั้นเขาได้ฝึกฝนเรื่อยมา และได้เข้าไปช่วยเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นใบ้ (หวง เซิงอี้) จากพวกเด็กอันธพาล แต่เขากลับถูกพวกนั้นทำร้ายร่างกายจนสะบักสะบอม หลังจากนั้น เขาได้เข้าไปเป็นสมาชิกแก๊งขวานซิ่งในที่สุด แต่เกิดหักหลังกันขึ้น ซิงกลับถูกหัวหน้าแก๊งคนใหม่ซึ่งฆ่าหัวหน้าแก๊งคนเก่าตายเล่นงานจนปางตาย แต่โชคดีได้สามีภรรยาเจ้าของหอพักช่วยรักษา และในที่สุดเขาก็สามารถเอาชนะหัวหน้าแก๊งขวานซิ่งได้สำเร็จ
เนื้อหา |
[แก้] นักแสดงนำ
- โจว ซิงฉือ รับบทเป็น ซิง
- หยวน หัว รับบทเป็น เฮียแหลม
- หยวน ชิว รับบทเป็น เจ๊สี่
- เฉิน กั๋วคุน รับบทเป็น หัวหน้าแก๊งขวานซิ่ง
- เหลียง เสี่ยวหลง รับบทเป็น เทพเมฆาอัคคี
- จ้าว จื้อหลิง รับบทเป็น แนนซี่
[แก้] การสร้าง
คนเล็กหมัดเทวดา เป็นผลงานร่วมผลิตจากเป่ยจิงฟิล์มสตูดิโอและฮ่องกงสตาร์โอเวอร์ซี[1] ภายหลังจากประสบความสำเร็จในภาพยนตร์ นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ ของ โจว ซิงฉือ เขาก็ไดรับการทาบทามในปี ค.ศ. 2002 โดยโคลัมเบียพิกเจอร์สฟิล์มโปรดักชั่นเอเชีย ซึ่งได้เสนอที่จะร่วมกับเขาในโครงการ โจว ซิงฉือ ยอมรับข้อเสนอ และโครงการนี้ก็ได้กลายเป็น คนเล็กหมัดเทวดา ในที่สุด[2] โดยแรงดลบันดาลใจสำคัญของภาพยนตร์ชุดนี้ มาจากภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้ที่ โจว ซิงฉือ ได้ดูตอนเป็นเด็ก รวมถึงความใฝ่ฝันเมื่อเยาว์วัยที่ต้องการจะเป็นนักต่อสู้ป้องกันตัว[3]
[แก้] การตอบรับ
ภาพยนตร์ชุดนี้ได้รับการตอบรับโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีจากนักวิจารณ์ โดยได้รับคะแนนสูงสุดที่ 90% ที่เว็บไซต์รอทเทนโตเมโต้ ซึ่งอิงจาก 166 ความคิดเห็น[4] ผู้กำกับฮ่องกงและกาเบรียล หว่อง ซึ่งเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์ยกย่องสำหรับความเป็นละครตลกเสียดสี ตลอดจนเทคนิคพิเศษและการหวนระลึกถึงการหวนกลับมาของนักแสดงกังฟูที่อำลาวงการไปในช่วงยุคทศวรรษ 1970 [5] และโรเจอร์ เบิร์ท ซึ่งเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์ได้กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเหมือนกับ เฉินหลง กับ บัสเตอร์ คีตัน พบ เควนติน ทาแรนติโน และ บั๊กส์ บันนี่ ที่เทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์[6] ซึ่งความคิดเห็นนี้ได้รับการพิมพ์ลงบนโปสเตอร์ภาพยนตร์ คนเล็กหมัดเทวดา ในสหรัฐอเมริกา[7][8]
[แก้] บ็อกซ์ออฟฟิศ
คนเล็กหมัดเทวดา ได้เปิดตัวที่ฮ่องกง ณ วันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 2004 และทำรายรับที่ 4,990,000 เหรียญฮ่องกงในวันเปิดตัว ภาพยนตร์ชุดนี้ติดอันดับต้นๆของบ็อกซ์ออฟฟิศในช่วงที่เหลืออยู่ของปี ค.ศ. 2004 และเป็นจำนวนมากในช่วงต้น ค.ศ. 2005 โดยในท้ายที่สุดทำรายได้ 61.27 ล้านเหรียญฮ่องกง บ็อกซ์ออฟฟิศในครั้งดังกล่าวจัดเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดของประวัติศาสตร์ฮ่องกง[9] กระทั่งถูกทำลายสถิติลงโดยภาพยนตร์ชุด You Are the Apple of My Eye ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2011 ด้วยรายรับที่ 61.3 ล้านเหรียญฮ่องกง[10]
[แก้] ภาคต่อ
ใน ค.ศ. 2005 โจว ซิงฉือ กล่าวว่าจะมีภาคต่อของ คนเล็กหมัดเทวดา แม้ว่าจะยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกนักแสดงนำหญิงก็ตาม โดยจะมีตัวละครใหม่เป็นจำนวนมากในภาพยนตร์ รวมทั้งมีการกล่าวถึงจำเป็นต้องมีนักแสดงใหม่เป็นจำนวนมาก มันเป็นไปได้ว่าเราจะมองหาคนที่อยู่ต่างประเทศนอกเหนือจากการคัดเลือกนักแสดงในประเทศ[11] การสร้าง คนเล็กหมัดเทวดา 2 เกิดความล่าช้าเนื่องจาก โจว ซิงฉือ ติดภาระการถ่ายทำภาพยนตร์ผจญภัยแนวนิยายวิทยาศาสตร์ชุด คนเล็กของเล่นใหญ่ เป็นผลให้ คนเล็กหมัดเทวดา 2 มีกำหนดการเปิดตัวใน ค.ศ. 2012 [11]
[แก้] อ้างอิง
- ^ Szeto, Kin-Yan. "The politics of historiography in Stephen Chow’s Kung Fu Hustle". Jump Cut. Archived from the original on 2007-09-25. http://web.archive.org/web/20070925122214/http://www.ejumpcut.org/currentissue/Szeto/index.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-05-05.
- ^ "Kung Fu Hustle production notes". Sensasian. http://www.sensasian.com/view/catalog.cgi/EN/1030. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-05-08.
- ^ Stephen Chow. Interview with Stephen Chow [Online video]. Hong Kong: iFilm.
- ^ "Kung Fu Hustle". Rotten Tomatoes. http://www.rottentomatoes.com/m/kung_fu_hustle/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-05-17.
- ^ Wong, Gabriel (2004-12-28). "周星驰显大将风范" (ในภาษาSimplified Chinese). Xinhua. http://news.xinhuanet.com/ent/2004-12/28/content_2387471.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-04-14.
- ^ Ebert, Roger. "Kung Fu Hustle Review", Roger Ebert, 2005-04-21. สืบค้นวันที่ 2007-05-13
- ^ "Kung Fu Hustle promotional poster in the United States", Chicago Sun-Times, 2005-04-22. สืบค้นวันที่ 2007-05-13
- ^ "Kung Fu Hustle". MovieWeb. Archived from the original on 2007-09-30. http://web.archive.org/web/20070930204701/http://www.movieweb.com/movies/film/78/2678/poster1.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-05-13.
- ^ "Kung Fu grosses HK$60.8 million in 45 days, creating a new box office record for Hong Kong", Ming Pao, 2005-02-07. สืบค้นวันที่ 2007-05-02 (ในChinese)
- ^ "九把刀微博宣布《那些年,我們一起追的女孩》香港地区华语电影总票房超越《功夫》". http://weibo.com/1774955084/xEAEcmrpc. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-12-31-19:02.
- ^ 11.0 11.1 "Stephen Chow Talks "Kung Fu Hustle" Sequel". Rotten Tomatoes. 2005-08-31. http://www.rottentomatoes.com/news/comments/?entryid=236002. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-06-27.
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- คนเล็กหมัดเทวดา ที่ ไอเอ็มดีบี
- Kung Fu Hustle 2 ที่ ไอเอ็มดีบี
- Kung Fu Hustle at LoveHKFilm.com
- The Six Degrees of Stephen Chow and Kung Fu Hustle