กริกอรี รัสปูติน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เกรกอรี เอฟีโมวิช รัสปูติน
เจ้าชายอะเลคเซย์ คนไข้ที่พลิกชีวิตรัสปูติน
เจ้าชายเฟลิกซ์ (ซ้าย) คนสำคัญที่วางแผนสังหารรัสปูติน
แกรนด์ดยุกดิมิทรี พัฟโลวิช คนสำคัญที่ร่วมวางแผนสังหารรัสปูติน

เกรกอรี เอฟีโมวิช รัสปูติน[1][ก] (รัสเซีย: Григо́рий Ефи́мович Распу́тин (Grigoriy Efimovič Rasputin); อังกฤษ: Grigori Yefimovich Rasputin) เป็นนักบวช ผู้ที่มีพลังจิตพิเศษที่มีบทบาทในยุคปลายราชวงศ์โรมานอฟของประเทศรัสเซีย แต่การมีบทบาทและอิทธิพลของเขานั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ

ก่อนเข้ามามีบทบาทในราชสำนัก[แก้]

รัสปูตินเกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 1869 ที่หมู่บ้านโปครอฟสกี เมืองโตบอลส์ก (ปัจจุบันคือเขตปกครองทยูแมนโฮบลาสต์) ในไซบีเรีย ในครอบครัวเกษตรกร สันนิษฐานว่าเขามีความเชื่อในนิกายคริสติ และค็อปสตี ซึ่งในสมัยนั้นเป็นนิกายที่นอกรีต ต่อมาในวัยเด็ก รัสปูติน ก็ดูมีความสามารถพิเศษในการทำนายอนาคตได้อย่างค่อนข้างถูกต้อง

ในวัยเด็กและวัยหนุ่ม การที่รัสปูตินมีพลังพิเศษที่อธิบายไม่ได้ ประกอบกับอุปนิสัยที่เงียบขรึม และบางครั้งก็ชอบทำอะไรแปลกๆ ทำให้คนรอบข้างหวาดกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่กล้าพูดด้วย จนใน ค.ศ. 1887 รัสปูตินได้เข้าถือพรตเป็นนักพรตในศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย พำนักอยู่ในอาราม Verkhoturye และมีมาคาเรีย (Makariy) เป็นอาจารย์ ในช่วงแรก ผู้คนในเมืองที่รัสปูตินพำนัก ต่างนับถือ แต่ต่อมา เมื่อผู้คนพบกับธาตุแท้ ต่างเรียกรัสปูตินว่า Icha หรือ "นักพรตวิปลาส"

ค.ศ. 1889 รัสปูตินแต่งงานกับปราสโกเวีย เฟโอโดรอฟนา ดูโบรวินา (Praskovia Fyodorovna) และมีลูกด้วยกัน 4 คน แต่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเป็นทารก 1 คน ส่วนอีก 3 คน ได้แก่ Dmitri เกิดใน ค.ศ. 1897 , Matryona เกิดใน ค.ศ. 1898 และ Varvara เกิดใน ค.ศ. 1900

ค.ศ. 1901 รัสปูตินออกเดินทางแสวงบุญไปยังกรีกและเยรูซาเลม เป็นเวลา 2 ปี

ค.ศ. 1903 รัสปูตินเดินทางกลับมาถึงรัสเซีย และอ้างตนเป็นผู้มีพลังพิเศษ สามารถทำนายอนาคตและรักษาโรคได้

ค.ศ. 1904 เจ้าชายอะเลคเซย์ พระราชโอรสองค์สุดท้องในพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ประสูติ แต่มีพระอาการประชวรด้วยโรคฮีโมฟีเลีย (Haemophillia) หรือพระโลหิตไหลออกง่ายและหยุดยาก เนื่องจากพระโลหิตผิดปกติ ซึ่งในสมัยนั้นโรคนี้สามารถคร่าชีวิตคนได้ พระเจ้าซาร์หาหมอมือดีมาหลายคนก็ไม่สามารถรักษาพระอาการได้

ค.ศ. 1905 รัสปูตินเดินทางมาในพระราชวัง และสามารถรักษาพระอาการป่วยของเจ้าชายอะเลคเซย์ได้ (ซึ่งปัจจุบัน ข้อสันนิษฐานที่นักประวัติศาสตร์คิดว่าเป็นไปได้มากที่สุดของวิธีที่รัสปูตินใช้ คือ สะกดจิตให้เจ้าชายหลับไป และปล่อยให้ระบบในพระวรกายเยียวยาเจ้าชายอย่างเงียบๆ จนมีพระอาการดีขึ้น) จักรพรรดินีอเล็กซานดรา เฟโอโดรอฟนาแห่งรัสเซีย (เจ้าหญิงอลิกซ์แห่งเฮสส์และไรน์) พระมารดาของเจ้าชายอะเลคเซย์ และพระมเหสีในพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 จึงขอให้รัสปูตินเข้ามาอยู่ในวัง เพื่อดูแลอะเลคเซย์ต่อ ทำให้ชีวิตของรัสปูติน เริ่มมีบทบาทและอำนาจขึ้นมา

รัสปูตินในวังหลวง[แก้]

หลังจากรัสปูตินอยู่ในวังหลวงได้สักพัก รัสปูตินก็เริ่มจัดงานเลี้ยงเพื่อล้างบาป ซึ่งงานเลี้ยงแต่ละครั้ง ก็ใช้เงินมาก และยิ่งนานวัน รัสปูตินยิ่งสั่งจัดงานเลี้ยงล้างบาปบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนดูพร่ำเพรื่อ และคนภายนอกเริ่มมองว่ารัสปูตินต้องการเสวยสุขจากงานเลี้ยงมากกว่า

ค.ศ. 1914 สถานการณ์โลกไม่ค่อยดีนัก มีแววว่าสงครามโลกกำลังจะเกิดขึ้น รัสเซียเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนอดอยากแร้นแค้น พระเจ้าซาร์ทรงให้รัสปูตินลดๆ การจัดงานล้างบาปลงเสียบ้าง เพราะจะได้นำเงินไปใช้ทำสงคราม และดูแลประชาชน รัสปูตินไม่พอใจ เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 รัสปูตินก็แกล้งทำนายพระเจ้าซาร์ว่า พระเจ้าซาร์ต้องไปบัญชาการรบเอง รัสเซียจึงจะมีชัย เพื่อให้พระเจ้าซาร์ออกไปรบ และจักรพรรดินีอเล็กซานดรา ซึ่งเชื่อรัสปูตินแทบทุกอย่างได้ปฏิบัติหน้าที่แทน เพื่อรัสปูติน จะได้ทำตามใจตนเอง

ความเดือดร้อนที่ประชาชนแบกรับ ต่อมา ได้เกิดเป็นการประท้วง ตามด้วยการจลาจล และการก่อการปฏิวัติ ทำให้พระเจ้าซาร์ ต้องกลับมาจากสนามรบ เมื่อกลับมา รัสปูตินก็ปรนเปรอพระเจ้าซาร์ด้วยงานเลี้ยงรื่นเริงเข้าไปอีก ทำให้พระเจ้าซาร์เริ่มปฏิบัติงานน้อยลง และฝากงานต่างๆ ให้รัสปูตินมากขึ้น จนแทบจะเรียกได้ว่า พระเจ้าซาร์ และจักรพรรดินีอเล็กซานดร้าเป็นหุ่นเชิดของรัสปูติน

การบริหารงานของรัสปูติน เริ่มสร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชน จนเริ่มมีแววว่าจะเกิดความวุ่นวายในรัสเซีย

จุดจบของรัสปูติน[แก้]

ค.ศ. 1916 เจ้าชายเฟลิกซ์ ยูซ์ป็อป (Felix Yussupov) เห็นว่าเก็บรัสปูตินไว้จะเป็นภัยต่อชาติ จึงร่วมมือกับแกรด์ดยุกดมิทรี พัฟโลวิช (Grand Duke Dmitri Pavlovich) ลวงสังหารรัสปูติน โดยจะเชิญรัสปูตินไป โดยอ้างว่าเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ในวังเจ้าชาย และจะวางยาพิษไซยาไนด์ในเครื่องดื่มและเค้กของรัสปูติน

เมื่อรัสปูตินทานเค้กจนหมด ก็ดูไม่เป็นอะไร เหมือนไม่ได้ถูกยาพิษใดๆ เจ้าชายเฟลิกซ์จึงยิงปืนใส่รัสปูตินหลายนัด รัสปูตินก็ยังไม่เสียชีวิต เดินออกมาข้างนอกวัง กลุ่มข้าราชบริพารของเจ้าชายเฟลิกซ์ที่เจ้าชายเตรียมไว้ ก็ระดมยิงปืนใส่ ก็ยังไม่เสียชีวิต ผลสุดท้าย ข้าราชบริพารจึงยิงปืนใส่ตารัสปูตินจนตกลงไปในน้ำ เสียชีวิตในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1916 รวมอายุ 47 ปี

3 วันต่อมา ศพของรัสปูตินถูกพบ และถูกส่งไปชันสูตร ผลการชันสูตร พบสารไซยาไนด์และกระสุนปืนจำนวนมากในร่างของรัสปูติน แต่ร่างกายของรัสปูตินเสียชีวิตเพราะการจมน้ำ ส่วนไซยาไนด์และกระสุนปืนนั้นไม่ใช่สาเหตุของการเสียชีวิต


ข่าวความตายของรัสปูตินแพร่กระจายไปทั่วอาณาจักรสร้างความโศกแก่อเล็กซานดรายิ่งนัก ไม่ใช้เพราะเสียคนสนิท แต่เนื่องจากก่อนหน้าที่รัสปูตินจะตายไม่นาน เขาได้บันทึกสั้นๆ ถึงพระองค์ว่า

"ขอได้ทรงรับรู้ว่า หากคนที่ฆ่าหม่อมชั้นตายเป็นคนสามัญธรรมดา ราชวงศ์โรมานอฟก็จะยั่งยืนต่อไป แต่ถ้าหากเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ทำให้หม่อมชั้นตาย พระองค์และครอบครัวจะต้องสิ้นพระชนม์ในสองปี จากฝีมือของประชาชนในรัสเซีย" เกรกอรี รัสปูติน

มีนาคม 1917 ไม่ถึง 3 เดือน หลังการตายของรัสปูติน กระแสการปฏิวัติเริ่มหลั่งไหลเข้าสู่นครหลวงของรัสเซีย ขบวนชาวนาและคนงานอุตสาหกรรมแห่กันมาถวายฏีกาให้ปรับปรุงระบบการบริหารประเทศ แต่องค์รักษ์วังหลวงกลับต่อต้านด้วยอาวุธปืน ความจลาจลวุ่นวายเกิดขึ้น และผลสุดท้ายซาร์จำใจต้องสละราชบัลลังก์ พระองค์และเชื้อพระวงศ์ถูกควบคุมตัว และไปกักขังไว้ ณ ไซบีเรียอันห่างไกลและทุรกันดาล

หลังการตายของรัสปูติน[แก้]

ก่อนเสียชีวิต รัสปูตินสามารถทำนายอนาคตตนเองได้ว่ากำลังจะเสียชีวิตเร็วๆ นี้ และได้พบกับคำทำนายบางสิ่ง จึงเขียนคำทำนายฉบับสุดท้ายฝากคนรับใช้ให้ไปส่งให้พระเจ้าซาร์ ฉบับนั้น เขียนไว้ในทำนองว่า ถ้าตัวเขาเองถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของสามัญชน ราชวงศ์โรมานอฟจะปกครองรัสเซียไปได้อีกหลายร้อยปี แต่ถ้าตัวเขาเองถูกฆ่าตายโดยเชื้อพระวงศ์ หรือบรรดาศักดิ์ ราชวงศ์โรมานอฟจะถูกโค่นล้มในอีก 2 ปีข้างหน้า นองจากนี้ยังเขียนทำนองว่า รัสปูตินจะเสียชีวิตก่อนที่จดหมายฉบับนี้จะไปถึงพระเจ้าซาร์

ทุกอย่างในคำทำนายเป็นจริง รัสปูติน เสียชีวิตก่อนที่คนใช้จะนำจดหมายคำทำนายไปถึงพระเจ้าซาร์ และเมื่อคนที่ฆ่ารัสปูตินเป็น "เจ้าชาย" ดังนั้น ค.ศ. 1917 เกิดการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์โรมานอฟจริงๆ หนำซ้ำ ค.ศ. 1918 ราชวงศ์โรมานอฟถูกตัดสินโทษประหารชีวิต

เชิงอรรถ[แก้]

ก.   ^  ที่ถูก คำ "Rasputin" ตามสำเนียงรัสเซีย อ่านว่า "ระสฺปูติน" ("ระ-สฺปู-ติน") โดย "ระ" กับ "สฺปู" นั้นเป็นคนละพยางค์กัน (/rʌˈsputyɪn/; Ra·spu·tin) ส่วนสำเนียงอังกฤษว่า "แรสพฺยูทิน" (ræˈspyutɪn) อนึ่ง ชื่อเต็มคือ "Grigori Yefimovich Rasputin" นั้น สำเนียงรัสเซียว่า "กริกอรี ยิฟีเมอวิช ระสฺปูติน" (/gryɪˈgɔryi yɪˈfyiməvyɪtʃ rʌˈsputyɪn/) ส่วนสำเนียงอังกฤษว่า "กริกอรี อิฟีเมอะวิช แรสพฺยูทิน" (/grɪˈgɔri ɪˈfiməvɪtʃ ræˈspyutɪn/)

อ้างอิง[แก้]

หนังสืออ่านเพิ่มเติม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]