กบแอฟริกันบูลฟร็อก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บทความนี้แสดงถึงกบแอฟริกันบูลฟร็อกชนิดที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง สำหรับชนิดที่เลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจเพื่อการบริโภค ดูที่ กบบูลฟร็อก หรือ กบอเมริกันบูลฟร็อก (Lithobates catesbeianus)

กบแอฟริกันบูลฟร็อก
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Amphibia
อันดับ: Anura
วงศ์: Ranidae
สกุล: Pyxicephalus
ชนิด: P. adspersus
ชื่อทวินาม
Pyxicephalus adspersus
(Tschudi, 1838)

กบแอฟริกันบูลฟร็อก (อังกฤษ: African bullfrog; ชื่อวิทยาศาสตร์: Pyxicephalus adspersus) เป็นกบอีกชนิดหนึ่งที่มีความใหญ่ที่สุดในโลก ลำตัวมีสีน้ำตาลปนเขียว จุดสีน้ำตาล บริเวณส่วนหัวสีเขียวเคลือบน้ำตาล ขาทั้งสี่มีลายน้ำตาลดำ ขาหลังมีลายขวาง ลำตัวอ้วนข้างท้องมีลายน้ำตาลใต้ท้องเป็นสีขาว ผิวหนังส่วนใหญ่เรียบจะมีบ้างเป็นบางส่วนที่ขรุขระ

มีถิ่นกำเนิดที่ทวีปแอฟริกาแถบแอฟริกากลางจนถึงแอฟริกาใต้

ความแตกต่างระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย นอกจากอวัยวะเพศแล้วตัวผู้จะมีวงแก้วหูใหญ่กว่าตาและอยู่ทางด้านหลัง ลำตัวจะมีสีเข้มบริเวณใต้คางซึ่งมีสีจะเหลืองปนเขียวอย่างชัดเจนบริเวณใต้คางจะเป็นสีเหลือง แต่เพศเมียผิวหนังจะสดใสกว่าและมีวงแก้วหูเล็กกว่าตา

กบแอฟริกันบูลฟร็อกเมื่อโตเต็มวัยจะมีขนาดยาวประมาณ 8-10 นิ้ว พร้อมผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ 12-18 เดือน ตัวผู้จะเป็นผู้ออกอาการโดยส่งเสียบงร้องที่คล้ายวัวเพื่อเรียกหาคู่ จึงเป็นที่มาของชื่อ (บูลฟร็อก = กบวัว) หากตัวเมียที่มีความพร้อมบริเวณเอวจะพองโต ท้องอูมเมื่อพลิกด้านท้องขึ้นจะไม่เห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนัง เมื่อไข่ถูกผสมน้ำเชื้อแล้วจะฟักออกเป็นตัวภายในเวลา 3 วัน

กบแอฟริกันบูลฟร็อก ได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์แปลก ๆ เช่น สัตว์เลื้อยคลาน, สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ โดยเฉพาะวัยรุ่น โดยมีราคาขายประมาณ 1,500-2,000 บาทต่อตัว ด้วยความที่ใหญ่ในรูปร่างที่ใหญ่กว่ากบทั่วไป จึงอาจสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่จะก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต เนื่องจากกินกบหรือเขียดขนาดเล็ก, ลูกปลาและสัตว์ชนิดอื่นเป็นอาหาร[1]

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]