ช้างศรีลังกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Elephas maximus maximus)
ช้างศรีลังกา
Male elephant at A-15, Sri Lanka.JPG
ช้างพลายในธรรมชาติ
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Proboscidea
วงศ์: Elephantidae
สกุล: Elephas
สปีชีส์: E.  maximus
ชนิดย่อย/noitalics: E.  m. maximus
Trinomial name
Elephas maximus maximus
Linnaeus, 1758
Elephant range.jpg
แผนที่กระจายพันธุ์ของช้างศรีลังกา

ช้างศรีลังกา (อังกฤษ: Sri Lankan elephant; สิงหล: ශ්‍රි ලංකා‍ අලියා; ชื่อวิทยาศาสตร์: Elephas maximus maximus) เป็นช้างเอเชียชนิดย่อยชนิดหนึ่ง มีถิ่นกระจายพันธุ์เฉพาะบนเกาะซีลอน หรือประเทศศรีลังกาในปัจจุบันเท่านั้น

ช้างศรีลังกา ได้ถูกอนุกรมวิธานแยกออกจากช้างเอเชียชนิดอื่น ๆ โดยคาโรลัส ลินเนียส นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนเมื่อปี ค.ศ. 1758 โดยถือว่าเป็นชนิดต้นแบบของช้างเอเชียด้วย[2]

ช้างศรีลังกา มีลักษณะรูปร่างที่ใหญ่โตกว่าช้างเอเชียชนิดอื่น ๆ มีผิวหนังสีคล้ำหรือสีดำ ขนาดใบหูใหญ่และมีสีกระจายมากบริเวณใบหู ใบหน้า งวงและลำตัว ตัวผู้หรือช้างพลายส่วนใหญ่จะเป็น ช้างสีดอ คือ ไม่มีงา มีแต่ขนายซึ่งเป็นงาขนาดเล็กโตประมาณเท่าข้อมือ (เส้นรอบวงประมาณ 15-20 เซนติเมตร) ยาวไม่พ้นปากหรืออาจยาวพ้นปากเพียงเล็กน้อย มีน้อยตัวที่มีงา ส่วนตัวเมียหรือช้างพังมีลักษณะเหมือนกับช้างเอเชียชนิดอื่น ๆ คือไม่มีงา มีแต่ขนายเท่านั้น[3]

ช้างศรีลังกา มีความผูกพันกับมนุษย์เป็นอย่างมาก โดยชาวศรีลังกาเชื่อว่า ด้วยความที่เป็นสัตว์ใหญ่และมีผิวสีคล้ำ จึงเป็นสัญลักษณ์ของเมฆฝน ช้างศรีลังกาจึงใช้ในงานแห่เพื่อขอฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานเทศกาลเอสสะลา เพราเฮรา (ඇසළ පෙරහර) หรืองานฉลองพระเขี้ยวแก้วของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเทศกาลแห่ไปตามท้องถนนที่ยิ่งใหญ่ของศรีลังกา ช้างศรีลังกาถือเป็นหลักของเทศกาลนี้ ช้างที่ถูกเลือกให้เป็นพาหนะและร่วมไปในขบวนเทศกาลนี้ จะเป็นช้างที่ถูกเลือกคัดสรรเป็นอย่างยิ่ง หากเป็นช้างพลายต้องเป็นช้างที่ไม่อยู่ในอาการตกมัน มี

ช้างศรีลังกาในเทศกาลเอสสะลา เพราเฮรา

อากัปกิริยาที่สงบเรียบร้อย เชื่อฟังคำสั่งของมนุษย์ ช้างตัวที่ถูกคัดเลือกจะได้รับการตรวจสภาพร่างกายและบำรุงให้มีความพร้อมจากสัตวแพทย์ และถูกพาไปกินอาหารที่หลังภูเขาอันเป็นแหล่งที่มีอาาหรช้างอุดมสมบูรณ์ ต่อจากนั้นจะถูกตกแต่งร่างกายด้วยสีสันต่าง ๆ รวมถึงผ้าหลากสี และหลอดไฟประดับตามส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น โดยเฉพาะช้างตัวที่ต้องเป็นพาหนะในการอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งถือเป็นช้างประธาน โดยมีคติว่า แสงไฟและแสงสว่างจะเป็นสิ่งช่วยป้องกันพระเขี้ยวแก้วจากสิ่งชั่วร้ายที่มาคุกคามต่าง ๆ นานา[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Elephas maximus". IUCN Red List of Threatened Species. Version 2010.4. International Union for Conservation of Nature. 2008. http://www.iucnredlist.org/apps/redlist/details/7140. 
  2. Linnaei, C. (1760) Elephas maximus In: Caroli Linnæi Systema naturæ per regna tria naturæ, secundum classes, ordines, genera, species, cum characteribus, differentiis, synonymis, locis. Tomus I. Halae Magdeburgicae. Page 33
  3. "ประเภทและสายพันธุ์". pirun.ku.ac.th/. 17 April 2014. http://pirun.ku.ac.th/~b521030266/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 17 April 2014. 
  4. "เรื่องเล่าจากเทศกาล : เอสสะลา เพราเฮรา ตอนที่ 2". ไทยพีบีเอส. 16 April 2014. http://clip.thaipbs.or.th/file-11366. เรียกข้อมูลเมื่อ 17 April 2014. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]