ผลต่างระหว่างรุ่นของ "นวทุรคา"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เพิ่มขึ้น 86 ไบต์ ,  3 ปีที่แล้ว
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
==ภูมิหลังและความเป็นมา==
การสำแดงของพระแม่ทุรคา เป็นที่รู้จักในชื่อของพระนางในการคุ้มครองจักรวาลโดยการภวานา (ปกติ108ครั้งในแต่ละคืนในเทศกาลรวราตรี)
* '''พระแม่ไศลปุตรี'''
ประวัติความเป็นมาของพระองค์: หลังจากที่พระสตีได้เผาตัวเองตาย พระแม่อทิศักติได้แบ่งภาคลงมาเป็นบุตรีของท้าวหิมวัตแห่งเทือกเขาหิมาลัยและพระนางเมนนา
 
ภาพลักษณ์ของพระองค์: พระแม่ไศลปุตรีมีพระหัตถ์สองข้างและมีพระจันทร์เสี้ยวบนพระเศียรของพระองค์ พระองค์ทรงถือตรีศูลในพระหัตถ์ขวาและทรงถือดอกบัวในพระหัตถ์ซ้าย และพระองค์ทรงประทับบนโคนันทิ
 
* '''พระแม่พรหมาจาริณี'''
ประวัติความเป็นมาของพระองค์: พระแม่กูษามาณฑาหรือพระแม่อทิศักติ ได้แบ่งภาคลงมาเป็นบุตรีของท้าวทักษะประชาบดีและมหารานีประสูติเป็นพระสตี ผู้ที่ได้วิวาห์กับพระศิวะ ดังนั้นรูปลักษณ์ที่ยังไม่วิวาห์ของเทวีองค์นี้ ได้รับการบูชาเป็นเทวีแห่งความโสด ''พระแม่พรหมาจาริณี''
 
ภาพลักษณ์ของพระองค์: พระองค์ทรงเดินพระบาทเปล่า ในพระหัตถ์ขวาทรงถือสร้อยจปามาลาหรือสร้อยเมล็ดรุทรักษะ และ ทรงถือหม้อน้ำกมัณฑลุในพระหัตถ์ซ้ายของพระองค์
 
* '''พระแม่จันทรกัณฏา'''
ประวัติความเป็นมาของพระองค์: พระแม่จันทรกัณฏา เป็นรูปลักษณ์ที่วิวาห์แล้วของพระแม่ปารวาตีต่อไปนี้จากพระแม่ไศลปุตรีและพระแม่มหาเคารี พระองค์ประดับประดาพระนาลาฏของพระองค์ด้วยพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว(จันทรา)คล้ายรูประฆัง(กัณฏา)จากนี้ไปพระองค์จะกลายเป็นที่รู้จักในนามของ ''พระแม่จันทรกัณฏา''
 
พลังศักติของพระองค์: รูปลักษณ์ของเทวีพระองค์นี้พร้อมสำหรับทำสงครามกับอาวุธในพระหัตถ์ของพระองค์เพื่อปกป้องความสงบสุขและสวัสดิภาพของผู้ที่บูชาพระองค์ เชื่อว่าเสียงระฆังบนพระนลาฏของพระองค์สามารถปราบสิ่งชั่วร้ายทุกประเภทออกจากผู้ที่บูชาพระองค์
 
* '''พระแม่กูษามาณฑา''' หรือ '''พระแม่อทิศักติ'''
ประวัติความเป็นมาของพระองค์: ช่วงที่พระองค์ทรงสร้างจักรวาลขึ้นมา พระแม่อทิศักติทรงสร้างเทพตรีมูรติขึ้นมาซึ่งมี พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ และทรงสร้างเทวีตรีศักติขึ้นมาซึ่งมี พระสุรัสวดี พระลักษมี และพระอุมา และพระแม่อทิศักติเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับพระสุริยเทพอีกด้วย
 
พลังอำนาจศักติของพระองค์: พระองค์ทรงสร้างจักรวาลด้วยแสงแห่งรอยแย้มพระสรวลของพระองค์และเชื่อว่าพระองค์จะให้พลัง สิทธิ(พลังเหนือธรรมชาติ)และ นิทธิ(ความมั่งคั่ง) ให้กับผู้ที่บูชาพระองค์
 
* '''พระแม่สกันทมาตา'''
ประวัติความเป็นมาของพระองค์: ในรูปลักษณ์ของพระองค์ในฐานะพระมารดาของเทพเจ้าแห่งสงคราม พระสกันทะ (หรือที่เรียกว่า กรรติเกยะหรือขันทกุมาร) พระองค์ทรงเป็นที่รู้จักกันในนาม ''พระแม่สกันทมาตา''
 
พลังศักติของพระองค์: ผู้ที่นับถือบูชาเทวีองค์นี้จะได้รับพรจากพระสกันทะ (หรือที่เรียกว่า กรรติเกยะ) เทพแห่งสงคราม
 
* '''พระแม่กาตญายนี''' หรือ '''พระแม่ทุรคา''' หรือ '''พระแม่มหิษาสุรมรรทินี'''
ประวัติความเป็นมาของพระองค์: พระองค์ถือกำเนิดมาเพื่อมาปราบอสูรที่มีชื่อว่า '' มหิษาสูร'' พระองค์เป็นบุตรีของพระเจ้ากาฏญาญัณ เรื่องราวมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งกาฎญาญัณได้บำเพ็ญตบะอย่างเคร่งครีด เพื่อที่จะให้ นางฟ้าหรือมหาเทวี ได้จุติลงมาเกิดเป็นบุตรีของตน ด้วยเหตุนี้ พระแม่ทุรคาได้จุติลงมาเป็นบุตรีของกาฏญาญัณ และได้พระนามที่เรียกขานว่า ''พระนางกาตญายนี''
 
รูปลักษณ์ของพระองค์: พระแม่กาตญายนีหรือพระแม่ทุรคา ทรงประทับบนสิงห์ที่มีชื่อว่า''สีหะพานาราช'' เมื่อพระแม่เสด็จไปที่ไหน พวกเหล่าอสูรจะเกรงกลัวเป็นอันมาก มีพระกร2พระกร พระหัตถ์ขวาทำมือภัยมุทรา พระหัตถ์ซ้ายถือดาบ พระหัตถ์ขวาบนทรงทำมือวราทามุทราและพระหัตถ์ซ้ายบนถือดอกบัว บางแห่งนิยมบูชาพระแม่กาตญายนีในรูปของพระแม่ทุรคาหรือพระแม่มหิษาสุรมรรทินี ทรงปราบมหิษาสูร มีพระกร10พระกร ถือจักร สังข์ ดาบ คฑา ธนู ลูกศร งู ดอกบัว ถ้วยไฟ และตรีศูล
 
* '''พระแม่กาลราตรี''' หรือ '''พระแม่กาลี'''
ประวัติความเป็นมาของพระองค์: ครั้งหนึ่งมีอสูรสองพี่น้อง คือ ''สุมภ'' และ ''นิสุมภ'' ต้องการต่อกลอนกับพระแม่ทุรคาในรูปของพระแม่เกาศิกีหรือพระแม่อัมพิกา จึงได้ส่งอสูรชื่อ จันและมุนเป็นแม่ทัพไปล้อมจับพระแม่อัมพิกา พระแม่อัมพิกาทรงพิโรธมาก จึงมีเทวีองค์สีดำผุดออกมาจากพระนลาฏของพระองค์ เทวีองค์นั้นคือพระแม่กาลีหรือกาลราตรี ได้ฆ่าอสูรทั้งสอง พระแม่กาลีจึงได้อีกชื่อว่า ''พระแม่จามุนดา'' เนื่องจากได้ฆ่าอสูรจันและมุนได้นั่นเอง ดังนั้นเหล่าคณะเทวีจึงได้ทำลายกองทัพอสูรสุมภและนิสุมภ โดยมีอสูรที่มีชื่อว่า ''รัตภีต'' เมื่อพระแม่จามุนดาได้ตัดหัวของรัตภีต เลือดของรัตภีตก็จะหยดลงสู่แผ่นดิน แล้วผุดออกมาเป็นร่างโคลนอีกนับร้อยนับพัน เมื่อกำจัดไม่ได้ พระแม่กาลีจึได้ดูดเลือดของรัตภีตตามพื้นจนไม่ผุดขึ้นมาอีก ดังนั้นพระแม่กาลีจึงโสมนัสมาก บางตำราก็บอกว่าพระองค์เมาเลือดอสูร เมื่อพระองค์โสมนัสมาก พระองค์ก็กระโดดโลดเต้นไปมาจนแผ่นดินสั่นสะเทือน จนทำให้พระศิวะเกรงว่าโลกจะถูกทำลายเมื่อพระกาลีเหยียบลงบนผิวโลก จึงใช้ตัวของพระองค์ไปรองรับ จากนั้นพระแม่กาลีก็เหยียบลงบนกลางพระอุระของพระศิวะ เมื่อพระแม่กาลีเห็นพระสวามีของพระองค์เองถูกเหยียบ ก็สำนึกได้ จึงแลบพระชิวหา(ลิ้น)ออกมา เพื่อแสดงความเขินอาย จากนั้นพระแม่ก็กลับร่างเดิมนั่นเอง
 
รูปลักษณ์ของพระองค์: พระแม่กาลราตรีทรงประทับบนลา พระฉวีวรรณสีดำ พระเกศายาวสยาย กระเซิงไม่เป็นระเบียบ สังวาลย์เป็นหัวกะโหลกหรือแขนอสูร มีระกร4พระกร พระหัตถ์ขวาล่างทำมือวราทามุทรา พระหัตถ์ขวาบนทำมืออภัยมุทรา พระหัตถ์ซ้ายบนทรงถือดาบ พระหัตถ์ซ้ายล่างทรงถือวชิราวุธ นุ่งผ้าหนังสัตว์ ยืนบนซากศพหรือพระศิวะ บางแห่ง นิยมบูชาพระแม่กาลราตรีในรูปของพระแม่กาลี คือมีพรระกร4พระกร ทรงถือ ดาบ หัวของอสูรรัตภีต ทำมืออภัยมุทราและวราทามุทรา ใส่สังวาลย์เป็นหัวกะโหลกหรือแขนของอสูรหรือ สังวาลย์ดอกชบาแดง ทรงฉลองพระองค์ด้วยพระภูษาสีแดงเลือด หรือไม่ทรงฉลองพระองค์ เปลือยเปล่า กายสีดำ เหยีบพระศิวะ แลบพระชิวหา(ลิ้น)ยาวถึงทรวงอก มีเขี้ยวงอกตามพระโอษฐ์
 
* '''พระแม่มหาเคารี'''
ประวัติความเป็นมาของพระองค์: ครั้งหนึ่ง พระแม่อุมาทรงสรงน้ำในอุทยานแล้วพระฉวีวรรณของพระองค์เปลี่ยนเป็นสีคล้ำ จึงทำให้พระศิวะขบขันเป็นอย่างมากและคอยล้อพระองค์ พระองค์จึงหนีพระศิวะไปบำเพ็ญตบะเพื่อขอพรจากพระพรหมเทพเพื่อที่จะให้พระฉวีวรรณของพระนางได้กลับมาเป็นสีขาวผุดผ่องเหมือนเดิม จากนั้นพระพรหมก็ให้พรแก่พระองค์ให้พระฉวีวรรณพระองค์กลับมาเป็นสีขาวผุดผ่องดั่งทองคำเหมือนเดิมนั่นเอง คำว่า เคารีนั้นตรงข้ามกับคำว่ากาลี โดยคำว่า เคารี แปลว่า สุกสว่าง แต่คำว่า กาลี แปลว่า ดำมืดมน เหมือนหยินกับหยาง
 
รูปลักษณ์ของพระองค์: พระแม่มหาเคารีทรงประทับบนหลังโค มี4พระกร พระหัตถ์ขวาบนถือตรีศูล พระหัตถ์ขวาล่างทรงทำมืออภัยมุทรา พระหัตถ์ซ้ายบนทำมือวราทามุทรา และพระหัตถ์ซ้ายลงทรงถือกลองบัณเฑาะว์ และทรงฉลองพระองค์ด้วยพระภูษาสีขาวบริสุทธิ์
 
* '''พระแม่สิทธิธาตรี''' หรือ '''พระแม่อทิปราศักติ'''
ประวัติความเป็นมาของพระองค์: ช่วงเริ่มต้ของจักรวาล พระรุธราหรือพระศิวะได้บูชาพระแม่อทิปราศักติที่ได้รับการบูชา ขณะที่พระแม่อทิปราศักติเป็นพลังงานบริสุทธิ์และไม่มีรูปร่าง พระองค์จึงปรากฏในรูปของพระแม่สิทธิธาตรีจากครึ่งหนึ่งของพระศิวะ ซึ่งพระแม่สิทธิธาตรีเป็นร่างดั้งเดิมของพระแม่อทิศักติ
 
ผู้ใช้นิรนาม

รายการนำทางไซต์