ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ฟร็องซิส ปีกาบียา"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
 
=== การเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว ===
ในปี 1912 ปีกาบียาได้แสดงออกทางงาน [[Cubism]] อย่างรุนแรงขึ้น ภาพวาดของเขามาจากความทรงจำและประสบการณ์มากกว่าการได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ จากการเข้าร่วม ''Armory Show'' ที่ นิวยอร์ก เขาแสดงผลงาน ''Danses à la source I'' (1912),''Souvenir de Grimaldi'' (1912), ''La Procession Seville'' (1912)และ'' ปารีส'' (1912). ผลงานของเขาถูกวิจารณ์ในหลายๆด้าน เช่นนักข่าวบางส่วนที่วิจารณ์สีสันที่ประสานกันอย่างลงตัวของเขาว่าเป็นสิ่งจอมปลอม แม้ว่าจะได้รับคำวิจารณ์เช่นนั้นในอเมริกา แต่เขาก็เลือกที่จะอยู่ต่อไปอีก 2 สัปดาห์กับ ''อัลเฟรด สติกกลิซ'' และแกลอรี 291 ของเขา เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 จบลง ปีกาบียาได้หนีหลบซ่อนตัวไปอยู่ที่ [[บาร์เซโลนา]], [[นิวยอร์ก]]และ[[แคริบเบียน]] ตามลำดับ ผลจากสงครามทำให้เขาค้นพบงานแนวใหม่ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนแห่งยุคอุตสาหกรรม เขาได้แสดงเครื่องวาดภาพเป็นครั้งแรกในปี 1916 ที่ ''Modern Gallery'' ในนิวยอร์กความสัมพันธ์ระหว่างเขาและภรรยาเริ่มจืดจางลงเมื่อเขาได้พบกับเจอเมน เอเวอร์ลิง
 
ในปี 1917 สภาพจิตใจของเขาเริ่มที่จะอยู่ในภาวะซึมเศร้า ในช่วงระหว่างการพักฟื้นปีกาบียาเปลี่ยนความสนใจในการวาดภาพเป็นการเขียนแทน เขาตีพิมพ์บทกวีในปี 1917 โดยใช้ชื่อว่า Cinquante-deux miroirs และเริ่มเขียนงานวิจารณ์งานที่ชื่อว่า 391 ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเขียน[[ดาดา]] แม้ว่าเขาจะได้รับการสนับสนุนจากสาธารณะเหมือนกับ ''อ็องเดร เบรอตง'' ที่เขียนวรรณกรรมและบทความเสียดสีออกมาถึง 3 ภาพ คือ Poèmes et dessins de la fille neé sans mère (1918), L'athlète des pompes funèbres (1918), และ Rateliers platoniques (1918).
 
ในปี 1919 ปีกาบียาและภรรยาของเขาได้หย่าร้างกันในที่สุด ถึงตอนนี้ผลงานภาพวาดแนวเครื่องจักรของเขาก็เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีผ่านสำนักพิมพ์ที่เกี่ยวกับงานอาว็อง-การ์ด ในปี 1920 ดาดาได้ดำเนินมาจนถึงจุดสูงสุด ซึ่งผลงานมีทั้ง [[Happening]] งานนิทรรศการ หนังสือ และนิตยสาร หลังจากการเผยแพร่ความเคลื่อนไหวของการต่อต้านงานศิลปะเป็นไปอย่างต่อเนื่องหลายปี ปีกาบียาเริ่มรู้สึกว่าดาดาได้กลายเป็นแค่ระบบทั่วๆไปของการก่อตั้งความคิด ในปี 1921 เขาโจมตีศิลปินดาดาคนอื่นๆในประเด็นพิเศษใน 391 ที่ชื่อว่า Phihaou-Thibaou
 
=== บั้นปลายชีวิต ===
ในปี 1928 ปีกาบียาแสดงผลงานภาพวาดของเขาในขื่อ ''Transparency (c.1928-31)'' ที่ ''Galerie Theophile Briant'' กัสตัน ราเวล, นักวิจารณ์ภาพยนตร์ เรียก Sur-impressionism ในฐานะที่เป็นภาพลักษณ์แบบ[[นีโอโรมานซ์]] ของฉากในภาพยนตร์ ''Transparency (ค.ศ.1928-31)'' ได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้ชมของเขา โดยเฉพาะ Duchamp
หลังจากนั้นเลออองซ์ โรเซนเบิร์ก ผู้ซื้อผลงานของเขาก็ได้ให้คำนิยามว่า “สมาคมแห่งสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น...มันเป็นความคิดในขณะหนึ่งของช่วงเวลาที่ถือว่าเป็นกฎเกณฑ์อันแม่นยำของศิลปะของคุณ มันเหนือกว่าการดำเนินต่ออย่างฉับพลันทันทีอย่างไม่มีที่สุด ซึ่งคืออุดมการณ์ของคุณ” ระหว่างการใช้ชีวิตอยู่ที่คานส์ เขาค่อนข้างเป็นที่โด่งดังในท้องถิ่นนั้น มีเพื่อนที่มีชื่อเสียงมาเยี่ยมเขาบ่อยครั้งอย่าง [[ฌาคส์ ดูเซต์]], [[ปีแยร์ เดอ มาโซ]] และมาเซล ดูช็องป์. ปีกาบียามีความสุขกับช่วงเวลานั้นมาก เขาทั้งซื้อของรถหรูหราราคาแพงและเรือยอช์ต
 
 
===แนวความคิดสำคัญ===
''the Transparency'' (c.1928-31)ชุดผลงานใน 1920s ของศิลปะที่ไร้ค่า, ภาพเปลือยอิโรติกในต้น1940s. นอกจากนี้ปีกาบีย่า ยังเป็นผู้ที่ได้รับการเคารพนับถือยกย่องจากจิตรกรร่วมสมัยให้เป็น 1 ในศิลปินที่มีความลึกลับและน่าสนใจที่สุดคนหนึ่งในศตวรรษอีกด้วยใน 1910s, ปีกาบีย่า มีส่วนรวมในจำนวน ของศิลปินผู้มีความสนใจในการออกมาแสดงออกในลัทธิ[[บาศกนิยม]], และผู้ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวของรูปแบบวิธีการนำเสนอที่เป็นที่มาซึ่งวิธีการที่ทำให้เกิดคุณภาพของรูปแบบที่ทันสมัย , สังคมเมือง, และขั้นต้นของโลกจักรกล, และความสนใจนี้บอกให้รู้ถึงภาพวาดแบบนามธรรมของเขา,แต่เสน่ห์ของเขาในเครื่องจักรกลเองก็เป็นตัวกำหนดผลงานในช่วงต้นใน[[ดาดา]] ของเขาเองด้วย โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ผลงาน ''mechanomorphs'' ภาพของเครื่องจักรประดิษฐ์ และ ชิ้นส่วน ของเครื่องจักรกลที่มีเจตนา เป็นเหมือนการล้อเลียนเสียดสีในผลงานของพิคาเบียว่า,มนุษย์ไม่ใช่อะไรนอกจากเพียงเครื่องจักร, ไม่ได้ถูกกำหนดโดยจิตใจที่มีเหตุผล, แต่ถูกควบคุมบังคับจากความกระหายหิว
ปีกาบีย่าเป็นศูนย์กลางของการเคลื่อนไหวใน[[ดาดา]] เมื่อมันเริ่มกำเนิดขึ้นในปารีสในช่วงต้นของ1920s, และงานของเขาได้ละทิ้งเทคนิคและความสนใจเดิมๆหลายสิ่งที่เคยทำในงานชิ้นก่อนหน้านี้ไปอย่างรวดเร็ว. เขาเริ่มต้น การใช้ตัวอักษรในภาพของเขา นอกจากนี้เขายังเริ่มสะสมและสร้างผลงานที่มีความอื้อฉาว อย่างชัดเจน โจมตีความคิดทั่วๆไปเกี่ยวกับคุณธรรม,ความเชื่อทางศาสนา, และกฏหมาย.ขณะที่งานที่ถูกสร้างโดยกลุ่มเคลื่อนไหว ใน[[ดาดา]]เพื่อต่อต้านวัฒนธรรมที่กลุ่มผู้นำยุโรปใน[[สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง]]สนับสนุน,การโจมตีของเขามักมีชีวิตชีวา, ตลกขบขันที่หยาบคาย. มันสะท้อนให้เห็นว่าศิลปินไม่ได้มีความเคารพนับถือคุณธรรม, หรือแม้กระทั่งศิลปะ, ตั้งแต่ที่เขาปฏิเสธความคิดเดิมๆและมองศิลปะเป็นเพียงแง่มุมหนึ่งของวัฒนธรรมที่กว้างขึ้นของสังคม
ภาพที่เป็นรูปเป็นร่าง คือผลงานหลักของงานช่วงกลาง-1920s ถึงกลาง-1940sของปีกาบีย่า, และเมื่อเขาได้รับแรงบันดาลใจ จากสเปน, แหล่งงานโรมาเนส และเรอเนสซอง,ภาพประหลาดต่างๆ, และภายหลัง, ภาพนู้ดเปลือยบนนิตยสารโป๊. ในช่วงต้นเขารวบรวมลวดลายที่แตกต่างกันไว้ใน ''the Transparency'' (c.1928-31),และซ้อนทับไว้หลายชั้นเพื่อ ยั่วยุให้เกิดความสับสนและความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาด.นักวิจารณ์ ได้อธิบายภาพ the Transparencies (c.1928-31) เป็นวิสัยทัศน์ที่ลึกลับ, หรือภาพความฝันแบบ[[ลัทธิเหนือจริง]], แต่อย่างไรก็ตามพิคาเบียได้ปฏิเสธความเชื่อมโยงกับภาพแบบลัทธิเหนือจริง,เขามุ่งมั่นที่จะปฏิเสธในการอธิบายรูแปบบเหล่านี้ ปีกาบีย่ามักจะจัดการกับลวดลายต่างๆในงานของเขาด้วยความขี้เล่นและรูปแบบงานแบบอนาธิปไตยในงานแบบ[[ดาดา]]ของเขาเสมอ.
ปีกาบีย่าเรียนรู้ว่า[[ศิลปะนามธรรม]] สามารถ ที่จะนำมาซึ่งงานที่ไม่เพียงแค่เฉพาะคุณภาพของเครื่องจักรกล,แต่ยังนำมาซึ่งความลึกลับและการเร้าอารมณ์ เพื่อให้แน่ใจ ว่าถาพแบบ[[ศิลปะนามธรรม]]จะเป็น1ในภาพหลักของผลงานในอาชีพของเขา. เขาได้ย้อนกลับไปทำมันอีกแม้จะเป็นปีสุดท้าย, ระหว่างที่เขารวบรวมแรงบันดาลใจภายในจิตใจเหมือนอย่างที่เขามักจะทำมันเสมอ
ผู้ใช้นิรนาม

รายการนำทางไซต์