ผลต่างระหว่างรุ่นของ "มิดิ"

ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(r2.7.2+) (โรบอต แก้ไข: it:Musical Instrument Digital Interface)
{{}}
[[ไฟล์:NoteNamesFrequenciesAndMidiNumbers.svg|thumb|ชื่อโน้ตและหมายเลขโน้ตมิดิ]]
 
'''มิดิ''' หรือ '''มาตรฐานการประสานเครื่องดนตรีแบบดิจิทัล''' <ref>[http://rirs3.royin.go.th/coinages/webcoinage.php ศัพท์บัญญัติ ราชบัณฑิตยสถาน] (สืบค้นออนไลน์)</ref> ({{lang-en|Music Instrument Digital Interface: MIDI}}) เป็น[[โพรโทคอล]]มาตรฐานที่คิดค้นขึ้นเมื่อปี [[พ.ศ. 2525]]<ref>http://mustech.net/2006/09/15/midi-standards-a-brief-history-and-explanation</ref> โดยเป็นระบบการติดต่อสื่อสารทางดนตรี ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางดนตรี เช่น คอมพิวเตอร์ [[ซินธิไซเซอร์]] ซีเควนเชอร์ ซาวด์โมดูล [[แซมเพลอร์]] ซึ่งใช้สัญญาณไฟฟ้าแบบดิจิตอล ในการส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ โดยจะมีความหมายเป็นโน้ตดนตรี และค่าการควบคุมลักษณะเสียงต่างๆ
 
มีอะไรอยู่ในไฟล์ MIDI ?
ไฟล์ MIDI ไม่ได้มีการเก็บเสียงดนตรีใดๆไว้เหมือนอย่างเทปเพลงหรือซีดีเพลง ข้อมูลทั้งหมดจะอยู่ในรูปของคำสั่งที่จะไปสั่งเครื่อง ดนตรีว่า ให้เปล่งเสียงโน้ตตัวใด(Note ON), ด้วยระดับความดังแค่ใหน(Velocity) และคำสั่งอื่นๆ ตามคุณสมบัติเฉพาะของเครื่องดนตรีแต่ละชนิด ด้วยเหตุที่เป็นไฟล์คำสั่งนี่เองทำให้มันมีขนาดที่เล็กมากๆ แผ่นดิสก์ 3.5 นิ้วเพียงแผ่นเดียวก็สามารถเก็บไฟล์ MIDI ได้หลายสิบเพลง และจากความที่มันเป็นไฟล์คำสั่งแบบดิจิตอลนี่เอง นักคอมพิวเตอร์จึงสามารถนำข้อมูลดิจิตอลนี้มาพัฒนาด้วย จนในที่สุดทั้งคอมพิวเตอร์และเครื่องดนตรีก็สื่อสารกันได้อย่างสมบูรณ์โดย ผ่านระบบ MIDI นี่เอง
 
== GM ==
GM คืออะไร ?
ราวๆ ปี 1983 ระบบ MIDI ได้เปิดประตูแห่งการสื่อสารระหว่างเครื่องดนตรีต่างๆรวมไปถึงกับคอมพิวเตอร์ ด้วยแต่ในเวลานั้นหลายๆ บริษัทที่ผลิตเครื่องดนตรีต่างก็มุ่งหน้าพัฒนาแต่ระบบของตัวเองให้มีความ สามารถก้าวล้ำนำหน้าบริษัทคู่แข่งให้มากที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีขณะนั้นจะ อำนวย กลายเป็นผลเสียต่อวงการดนตรีเป็นอย่างมากเพราะถ้าลองได้เลือกใช้เครื่อง ดนตรีของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แล้ว ก็ไม่สามารถที่จะนำเครื่องดนตรีของบริษัทอื่นๆมาร่วมใช้งานผ่านระบบ MIDI นี้ได้อีก เพราะต่างคนต่างก็มีรูปแบบในการคิดค้น และใช้งานคำสั่งต่างๆที่ไม่เหมือนกัน พูดง่ายๆก็คือหากใช้งานระบบ MIDI จะไปใช้เครื่องดนตรีผสมกันระหว่างหลายๆ บริษัทไม่ได้เพราะ ว่ามาตรฐานคำสั่งต่างๆยังไม่มีก็เลยสร้างความอึดอัดใจให้กับนักดนตรีทั่วๆไป มากพอสมควร
จน กระทั่งในปี 1991 ได้มีการประกาศใช้มาตรฐาน เกี่ยวกับ MIDI อันแรกออกมาโดยมีชื่อเรียกว่า The General MIDI System Level 1 หรือเรียกกันทั่วไปว่า GM Format อันเกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทางประเทศญี่ปุ่นที่เรียกตัวเองว่า Japanese MIDI Standards Committee (JMSC) กับกลุ่มทางประเทศอเมริกาที่ชื่อว่า American MIDI Manufacturers Association (MMA)
ใน ที่สุดเครื่องดนตรีต่างๆทั่วโลกของทุกๆบริษัทผู้ผลิตก็สามารถนำมาผสมผสานกัน เพื่อใช้งานในระบบ MIDI โดยใช้มาตรฐาน GM นี้เป็นหลัก นอกจากมาตรฐาน GM นี้จะถูกใช้กับเครื่องดนตรีของบริษัทต่างๆแล้ว ในวงการคอมพิวเตอร์ก็มาร่วมใช้มาตรฐานนี้ด้วยเหมือนกันซึ่งก็คือในส่วนของ ซาวด์การ์ดที่จะต้องระบุมาด้วยว่ารองรับมาตรฐาน GM นี้ด้วย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะสร้างเพลงจาก เครื่องดนตรีแล้วนำมาเล่นในคอมพิวเตอร์ หรือสร้างเพลงจากคอมพิวเตอร์แล้วนำไปเล่นกับเครื่องดนตรี ถ้าอยู่ในมาตรฐาน GM เหมือนกัน เสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดก็จะตรงกันอย่างไม่มีปัญหาใดๆ
 
== GS ==
GS คืออะไร ?
มาตรฐาน GM ถูกใช้งานกันมานานด้วยความเรียบร้อยดี อยู่ต่อมาเมื่อบทเพลงต่างๆเริ่มต้องการเสียงที่วิจิตรพิศดารมากขึ้นพิสดารมากขึ้น บริษัทผู้ผลิตเครื่องดนตรีชั้นนำของโลกบริษัทหนึ่งที่ชื่อว่า ROLAND CORPERATION เริ่มรู้สึกว่าเสียงของเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ ในมาตรฐานเดิมนั้นไม่พอใช้เสียแล้ว จึงได้ทำการเพิ่มเติมเสียงของเครื่องดนตรีบางชนิดเข้าไปกับมาตรฐาน GM อีก โดยใช้ชื่อมาตรฐาน อันใหม่นี้ว่า มาตรฐาน GS ซึ่งยังคงมีกลุ่มเสียงทั้งหมด 16 กลุ่มเท่าเดิม แต่ในแต่ละกลุ่มจะมีเสียงเพิ่มเข้ามาอีก จากเดิม 128 เสียง เพิ่มมาเป็น 189 เสียง
 
จาก ความแตกต่างของ GM และ GS นี่เองทำให้เกิดปัญหาเล็กๆตามมา นั่นก็คือหากใครมีเพลงรุ่นใหม่ๆที่สร้างขึ้นภายใต้มาตรฐาน GS แล้ว เมื่อนำไปเล่นกับเครื่องดนตรีหรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้มาตรฐาน GM อยู่อาจจะให้เสียงไม่ครบหรือไม่ถูกต้องตาม ต้นฉบับก็ได้ แต่ถ้าหากเพลงนั้นถูกสร้างขึ้นภายใต้มาตรฐาน GM เมื่อนำไปเล่นบนเครื่องที่เป็นมาตรฐาน GS ก็ยังคงให้เสียงได้ครบถ้วนอยู่เหมือนเดิม เพราะว่าในมาตรฐาน GS ยังคงมีเสียงจากมาตรฐาน GM อยู่ครบนั่นเอง
130,352

การแก้ไข

รายการนำทางไซต์