พระราชินีแห่งชีบา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระราชินีแห่งชีบา ภาพช่วงศตวรรษที่ 15

พระราชินีแห่งชีบา (อาหรับ: ملكة سبأMalikat Sabaʾ, กีเอซ: ንግሥተ ሳባ Nigista Saba, ฮีบรู: 'מלכת שבאMalkat Shva) เป็นพระราชินีนาถที่ปรากฏในพระคัมภีร์ไบเบิลที่ว่านางได้เสด็จไปเข้าเฝ้ากษัตริย์ซาโลมอน[1] ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้แพร่หลายในหมู่ชาวยิว, อาหรับ และเอธิโอเปีย และกลายเป็นตำนานที่แพร่หลายที่สุดเรื่องหนึ่งของโลกตะวันออก[2] ตามคติชนยิวว่า พระราชินีแห่งชีบาปกครองอียิปต์และเอธิโอเปียสลับกัน[3] บ้างก็ว่าเป็นกษัตริย์บุรุษเพศปกครองอาณาจักรชีบาแถบอาระเบียใต้ (ปัจจุบันคือบริเวณประเทศเยเมน)[2]

ในคติชนเอธิโอเปียว่า พระราชินีแห่งชีบาทรงมีสัมพันธ์สวาทกับกษัตริย์ซาโลมอน ดังปรากฏใน เกแบรแนแกสต์ (กีเอซ: ክብረ ነገሥት, kəbrä nägäst) อันเป็นวรรณกรรมของเอธิโอเปีย กล่าวถึงผลจากความสัมพันธ์ดังกล่าวทำให้นางตั้งพระหน่อประสูติกาลเป็นจักรพรรดิเมเนลิกที่ 1 จักรพรรดิพระองค์แรกแห่งเอธิโอเปีย[4]

ในศิลปะ[แก้]

เรื่องราวของพระราชินีแห่งชีบาได้รับความนิยมในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาในอิตาลี ดังปรากฏในงานศิลป์ อาทิ บานประตูของหอศีลจุ่มซันโจวันนี ผลงานของโลเรนโซ กีแบร์ตี, จิตรกรรมฝาผนังที่กัมโปซันโตโมนูเมนตาเล และห้องราฟาเอล ผลงานของเบนอซโซ กอซโซลี และในศตวรรษที่ 17 โกลด ลอแร (Claude Lorrain) ได้เขียนภาพ การเดินทางของพระราชินีแห่งชีบา (The Embarkation of the Queen of Sheba)[5]

นอกจากนี้เรื่องราวของนางยังได้รับการดัดแปลงเป็นวรรณกรรม, ภาพยนตร์ และเพลง เป็นต้น

อ้างอิง[แก้]

  1. สุทัศน์ ยกส้าน (9 กันยายน 2554). "อัศวประวัติ". ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2558. 
  2. 2.0 2.1 E. Ullendorff (1991), "BILḲĪS", The Encyclopaedia of Islam 2 (2nd ed.), Brill, pp. 1219–1220 
  3. Yosef Tobi (2007), "QUEEN OF SHEBA", Encyclopaedia Judaica 16 (2nd ed.), Gale, p. 765 
  4. "อาณาจักรโบราณแห่งแอฟริกา (ตอนที่ 2: แหล่งอารยธรรมอักซุม)". กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ. 28 พฤศจิกายน 2554. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2558. 
  5. Samuel Abramsky; S. David Sperling; Aaron Rothkoff; Haïm Zʾew Hirschberg; Bathja Bayer (2007), "SOLOMON", Encyclopaedia Judaica 18 (2nd ed.), Gale, pp. 755–763 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]