โมโม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับโมโม (วรรณกรรมเยาวชน) สำหรับโมโม ดูที่ โมโม (แก้ความกำกวม)
โมโม  
ผู้ประพันธ์ มิชาเอล เอนเด้
ชื่อต้นฉบับ Momo
ผู้แปล ชินนรงค์ เนียวกุล
ประเทศ เยอรมัน
ภาษา เยอรมัน
ประเภท นวนิยายแฟนตาซี
ผู้เผยแพร่ Flag of Germany.svg Thienemann Verlag
วันเผยแพร่ Flag of Germany.svg 1 มกราคม ค.ศ. 1973

โมโม (อังกฤษ: Momo) เป็นนวนิยายแฟนตาซีและวรรณกรรมเยาวชน ภาษาเยอรมัน ของมิชาเอล เอ็นเด ตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ. 1973 เนื้อหาเป็นแนวคิดเกี่ยวกับเวลา และการใช้เวลาของมนุษย์ในสังคมสมัยใหม่ มีตัวละครเอกคือ "โมโม"

เนื้อเรื่อง[แก้]

ในซากปรักหักพังของอัฒจันทร์นอกเมืองเป็นที่อาศัยของโมโม สาวน้อยที่มีความเป็นมาลึกลับ เธอเหมือนเด็กเร่ร่อนที่สวมเสื้อใหญ่กว่าตัว เธอไม่รู้หนังสือและไม่สามารถนับเลขได้ เธอไม่รู้วิธีการนับอายุของเธอว่านับอย่างไร อายุของเธอคือเท่าไร เมื่อถูกถาม เธอจะตอบว่า “ฉันจำได้ว่า ฉันอยู่ที่นั่นตลอด” เธอเป็นคนโดดเด่นในหมู่เพื่อนบ้านใกล้เคียง เพราะเธอมีความสามารถพิเศษที่จะรับฟัง – ฟังอย่างแท้จริง ซึ่งทำให้เธอสามารถชี้แนะคำตอบสำหรับปัญหาของพวกเขาได้อย่างถูกต้อง จึงได้มีการแนะนำหรือบอกต่อว่า “ไปดูโมโม” ซึ่งกลายเป็นวลีที่ใช้ในครัวเรือน ทำให้โมโมได้รับคำชื่นชมจากเพื่อนๆที่มารับคำปรึกษาอยู่เสมอ

แต่บรรยากาศอันน่ารื่นรมย์นี้ได้ถูกทำลายโดยการมาถึงของชายสีเทา ผู้ชอบเกาะกินผู้คนเหมือนปรสิตและมีชีวิตอยู่เหนือกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของธนาคารประหยัดเวลา ซึ่งส่งเสริมแนวคิดของ การประหยัดเวลา โดยมองว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง ใครปล่อยเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์นั้นจะหาความสุขไม่ได้ เพราะฉะนั้นจงหาเงินให้มากขึ้นเพื่อหาซื้อความสุข หลังจากชายสีเทาจากไปผู้คนต่างหลงลืมถึงตัวตนของพวกเขา แต่ยังคงยึดถือแนวคิดในการประหยัดเวลาของพวกเขา

แนวคิดนี้ค่อยๆแผ่ขยายอิทธิพลจนส่งผลกระทบต่อคนทั้งเมือง ผู้คนเริ่มแล้งน้ำใจเพราะเห็นว่าเป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ กิจกรรมทางสังคม นันทนาการ การพักผ่อนหย่อนใจ และงานศิลปะได้ถูกยกเลิก อาหาร เสื้อผ้า และสิ่งของต่างๆถูกปรับให้เหมือนกันหมดเพื่อประหยัดเวลาในการผลิต แต่ยิ่งประหยัดเวลาไปเท่าไรพวกเขาจะยิ่งสูญเสียเวลาเหล่านั้นไป เวลาที่เราสูญเสียนั้นได้กลายมาเป็นซิการ์ ซึ่งหากปราศจากซิการ์เหล่าชายสีเทาก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้

แต่ด้วยบุคคลิกพิเศษของโมโมทำให้ชายสีเทาเห็นถึงอันตรายจากการกระทำของเธอ จึงได้พยายามที่จะเปลี่ยนเธอเป็นพวกแต่พวกเขาก็ล้มเหลวทั้งหมด ถึงแม้ว่าเพื่อนสนิทของเธอจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของชายสีเทา โมโมได้เข้าพบศาสตราจารย์ “เซ็คคุนดุส มินูทุส ฮอร่า” (“Secundus Minutus Hora” หมายถึง ชั่วโมง, นาที, วินาที) ซึ่งเป็นตัวแทนของเวลา และได้รับรู้ถึงวิกฤตการที่โลกทั้งหมดจะหยุดนิ่งหากปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินอยู่ต่อไป ศาสตราจารย์ “เซ็คคุนดุส มินูทุส ฮอร่า” ได้มอบพลังในการมองเห็นอนาคตล่วงหน้า 30 นาทีให้แก่เธอ เพื่อให้เธอลักลอบเข้าไปยังที่หลบซ่อนของชายสีเทาเพื่อช่วยปลดปล่อยเวลาออกมาจากเซฟ

ประเด็นหลัก[แก้]

ตามที่รู้จักกันดีในงานของเขา จินตนาการไม่รู้จบ (อังกฤษ: The Neverending Story; เยอรมัน: Die unendliche Geschichte) มิชาเอล เอนเด้ ใช้จินตนาการและสัญลักษณ์ในการอธิบายปัญหาของโลกแห่งความเป็นจริง เช่น ความสำคัญของเวลา ความสัมพันธ์ของคน การขาดจินตนาการ การมองข้ามคุณค่าของสิ่งเล็กๆน้อยๆ โดยอาศัยโลกในจินตนาการของเด็กเพื่อแสดงถึงสิ่งที่เราหลงลืมไป

หัวใจหลักของโมโม คือการตั้งคำถามกับการใช้เวลาโดยมองถึงมูลค่าเหมือนเป็นสินค้านั้นถูกต้องแล้วหรือ การทำงานที่เสร็จไวแต่ขาดความใส่ใจต่อคนรอบข้างนั้นคุ้มค่าแน่หรือ เราจะประหยัดเวลาเพื่อไปหาความสุขหรือจะหาความสุขได้ในทุกช่วงเวลา เราต่างใช้เวลาไปเพื่อสร้างความเจริญทางวัตถุ แต่ขณะเดียวกันเราได้หลงลืมอะไรไปบ้าง การที่เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน เราควรจะทำตัวเช่นไรเพื่อไม่ให้ถูกกลืนหายไปกับกระแสสังคม

มิซาเอล เอนเด้ ได้เสนอโลกในมุมมองของโมโม โดยแบ่งประเด็นของเรื่องออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็นเรื่องของความสามารถในการรับฟังอย่างแท้จริงของโมโม ส่วนที่สองเป็นเรื่องกระแสวัตถุนิยมและค่านิยมของคนเมือง ส่วนที่สามจะเป็นเรื่องการเข้าใจถึงธรรมชาติของเวลาและผลที่เกิดขึ้นเมื่อเราใช้เวลาเป็นเหมือนสิ่งของ


คำติชม[แก้]

เมื่อหนังสือได้ตีพิมพ์ในสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1985 นักข่าว นาตาลี บั๊บบิท จากหนังสือพิมพ์วอชิงตัน ให้ความเห็นว่า “มันเป็นหนังสือสำหรับเด็กใช่ไหม? ไม่ใช่ในอเมริกา”

ฉบับแปล[แก้]

  • ภาษาไทย : โมโม่. มิชาเอล เอ็นเด้. ชินนรงค์ เนียวกุล. แปลจากภาษาเยอรมัน. แพรวเยาวชน. ISBN 9748368572

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]