นักคณิตศาสตร์ประกันภัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก แอคชัวรี)

นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (อังกฤษ: actuary) คือผู้เชี่ยวชาญในการประเมินผลกระทบทางด้านการเงินของความไม่แน่นอนในอนาคต โดยทำให้การตัดสินใจทางด้านการเงินเป็นไปด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้นด้วยการ[1]

  1. วิเคราะห์อดีต
  2. จำลองอนาคต
  3. ประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
  4. สื่อสารถึงผลลัพธ์ที่ออกมา ในความหมายทางด้านการเงิน

ถ้าจะให้ความหมายของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยเป็นประโยคสั้นๆ เพียงแค่ประโยคเดียว แอคชัวรีก็คือนักแก้ปัญหา นักวิเคราห์ธุรกิจ ที่ปรึกษา และผู้ที่ประเมินความเสี่ยงทางการเงิน ซึ่งมองลงไปที่อดีตและข้อมูลในปัจจุบัน เพื่อที่จะสร้างและสื่อสารภาพของอนาคต [2]

ในประเทศไทยจะเรียกแอคชัวรีเป็นอีกชื่อหนึ่งว่า "นักคณิตศาสตร์ประกันภัย" เนื่องจากความสามารถของแอคชัวรีที่กล่าวมาได้กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่งยวดสำหรับธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย โดยใช้พื้นฐานของหลักการทางคณิตศาสตร์ สถิติประยุกต์ เศรษฐศาสตร์มหภาค เศรษฐศาสตร์จุลภาค ทฤษฎีการเงิน ทฤษฎีดอกเบี้ย การโมเดลความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆ การสร้างสมการถดถอย หรือแม้กระทั่งวิชาที่ว่าด้วยธุรกิจประเภทต่างๆ ที่แอคชัวรีต้องเอาไปใช้ประยุกต์ เช่น ธุรกิจประกันชีวิต ธุรกิจประกันวินาศภัย ธุรกิจประกันกลุ่ม ธุรกิจประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ การจัดการความเสี่ยงในด้านการเงิน การประกันต่อ และ การจัดการกองทุนบำเน็จบำนาญ เป็นต้น

นักคณิตศาสตร์ประกันภัย เป็นอาชีพที่น่ากลัวมากที่สุดในอนาคต ว่าจะตกงานกันเกลื่อน เห็นการ โปรโมท การพูดถึงแล้วน่าตกอกตกใจมาก ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย หรือที่เรียกว่าactuary เป็นสายงานที่มีมานานแล้ว แต่ปัจจุบันกำลังขาดแคลน ข้อนี้จริง แต่ที่ว่าขาดแคลน เค้าขาดแคลนนักคณิตศาสตร์ประกันภัยระดับ fellow ไม่ใช่ขาดแคลนนักศึกษา สายประกันภัย หรือ ขาดแคลน ผู้ทำอาชีพทางด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ต้องนิยามให้ถูกด้วย เนื่องจากการสอบให้ได้ระดับ fellow เป็นทางเดินที่ยากลำบากมาก จึงมีผู้ที่ได้เป็น fellow จำนวนน้อยมากๆ ตามกฎหมายที่ คปภ และสมาคมด้านประกันภัยในต่างประเทศได้กำหนดข้อบังคับต่าง ๆ มามากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ ทุกบริษัทประกันจะต้องมีนักคณิตศาสตร์ ซึ่งหมายถึงนักคณิตศาสตร์ระดับ fellow ฉะนั้นบุลคลากรทางด้านนี้จึงเป็นที่ต้องการมาก ย้ำ ต้องการมาก แต่อย่าเข้าใจผิดว่า เค้าต้องการเป็นจำนวนมาก เพราะระดับ fellow มีค่าจ้างแพงมาก จ้างมาเป็นกองทัพไม่ได้หรอก ข้อเท็จจริงคือ คนเดียวก็สามารถทำหน้าที่ได้ครบถ้วนแล้ว อาจจะมีลูกน้องบ้าง บริษัทประกันในประเทศไทยมีกี่บริษัทก็ลองนับดู นับได้แน่นอน ไม่ได้มีเยอะเท่าต่างประเทศเค้า อย่างที่ข่าวปล่อยออกมาว่า เป็นอาชีพติดอันดับที่เท่านั้นเท่านี้ของอเมริกา อันนี้จริง แต่อย่าเข้าใจผิดอีกว่า จะเป็นอาชีพติดอันดับในประเทศไทย บริษัทประกันในอเมริกามีจำนวนมากมายกว่าของไทยฉะนั้นไม่แปลกที่เค้าจะยังมีความต้องการบุคลากรด้านนี้อยู่ แต่ในประเทศไทย บริษัทประกันภัยที่เป็นของคนไทยมีกี่บริษัท นอกนั้นก็เป็นบริษัทต่างชาติซะเยอะ อีกอย่างความเจริญและการพัฒนายังต่างกันมาก ประกันภัยในอเมริกา คนจบการศึกษาต่างกัน อายุต่างกัน ก็เสียเบี้ยประกันต่างกัน ตามความน่าจะเป็นที่จะเกิดความเสียหายขึ้น โอกาสเกิดมาก ก็จ่ายมาก เช่น คนขับรถบรรทุก มีความเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุมากกว่า ซีอีโอ คนขับรถบรรทุกก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันมากกว่า แต่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นใครก็เสียเบี้ยประกันเท่ากัน

จะเห็นได้ว่า สโคปการทำงานต่างกันมาก อีกทั้งกรมธรรม์ในอเมริกามีมากกว่าของไทยมาก กรมธรรม์เทียบได้กับสินค้า ของที่ขายมีน้อยกว่ามาก อีกอย่างข่าวลือที่ คุยกันฟุ้งเลอะเทอะว่า เซ็นกันเป็นแสนเป็นล้าน นั้นก็จริง แต่ เค้าเป็นระดับ fellowไปแล้ว และทำในต่างประเทศ ไม่ใช่ในประเทศ ต่อให้ทำในประเทศ ก็รับงานจากที่อื่นด้วย สื่อที่กำลังประโคม โปรโมท โฆษณา อาชีพนี้ ก็เพราะว่า ปัจจุบันบริษัทประกันในไทยต้องจ้างนักคณิตศาสตร์จากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพงมาก ๆๆ ฉะนั้นจึงต้องการส่งเสริมให้มีนักคณิตศาสตร์ชาวไทย เพื่อที่จะได้จ้างในราคาที่ถูก แน่นอนถูกกว่ามาก ๆ อีกอย่างระดับ fellow มีคนได้น้อย เค้าจึงส่งเสริมเพื่อที่จะเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น เพื่ออะไร เป็นเรื่องของ demand supply ความต้องการมากราคาก็สูง ฉะนั้น ถ้าได้fellowกันเยอะ จะได้จ้างได้ในราคาที่ถูกลง ทั้งที่ในไทยไม่ได้มีบริษัทประกันมากเท่าอเมริกา การจะไปเทียบกับอเมริกานั้น ต่างกันมาก เทียบกันไม่ได้เลย

มาดูสถานการณ์ปัจจุบัน บริษัทประกันต่าง ๆ เริ่มส่งคนของตัวเอง พนักงานบริษัท มาเรียนทางด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย และส่งสอบด้วยทุนของบริษัทเอง เริ่มดึงตัวอาจารย์ทางด้าน actuary ที่เก่งๆจากมหาลัยดังต่างๆ มาไว้ที่บริษัทตัวเองด้วยค่าตัวที่สูง แล้วคิดหรือว่าจะยังมีคณาจารย์ที่เก่ง ๆ มาผลิตบัณทิตทางด้านนี้ และในปัจจุบัน มหาบัณทิตที่จบปริญญาโททางด้านนี้ ก็เริ่มมีจากหลายสถาบัน เฉลี่ยประมาณปีละกว่า 400 ภาคการศึกษานึงก็ 200 เป็นอย่างต่ำ แต่บริษัทประกันภัยกลับมีไม่ถึง 100 จำนวนที่ผลิตนักศึกษาต่อปีก็มากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี2552เป็นต้นมา

สรุป สายอาชีพนี้ การจะร่ำจะรวย ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ต้องใช้เวลา และความรู้ความสามารถ ต้องไต่เต้าไต่ระดับเหมือนอาชีพอื่นๆ ไม่ได้ฮอตฮิตติดอันดับอะไรในไทย โอกาสตกงานสูง เนื่องจากปริมาณที่เริ่มจะเกินความต้องการที่ว่า เรียนเลขไม่ตกงาน คนพูดไม่ตกอยู่แล้ว แต่คนที่เชื่อใครจะรับประกันให้ ที่ลงทุนเขียนบอกเล่า ไม่ได้จะขัดขว้างการเพิ่มจำนวนแรงงานทางด้านนี้ แต่เห็นใจและสงสารคนที่ไม่ศึกษาให้ดี อย่าไปทำลายอนาคตใครเลย ความอัจฉริยะทางด้านคณิตศาสตร์ควรจะต้องมี ถ้าไม่เก่งจริงไม่รุ่งแน่นอน

[แก้] อ้างอิง

  • พิเชฐ (ทอมมี่) เจียรมณีทวีสิน - หนึ่งในเฟลโล่ของแอคชัวรีจากสถาบันในสหรัฐอเมริกา

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น