แหนแดง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แหนแดง
แหนแดง
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
วงศ์: Polypodiaceae
สกุล: Azolla
สปีชีส์: pinnata
ชื่อทวินาม
Azolla pinnata
R.Br.


ชื่อสามัญ[แก้]

แหนแดง

รูปร่าง/ลักษณะ[แก้]

ลักษณะลำต้น:เป็นเหง้าเกาะเลื้อย เส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มม. หรือมากกว่า ปกคลุมด้วยเกล็ด เกล็ด:รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม ขนาดประมาณ 10x2.5 มม. มีสองสี ตรงกลางเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ขอบเป็นสีน้ำตาลอ่อนและมีขนครุย ใบ:ใบเดี่ยว เกิดชิดกันและกระจุกตัวที่ปลายยอด ก้านใบ:ก้านใบสีฟางหรือสีเขียวอ่อน สั้นมากหรือยาวได้ถึง 15 ซม. แผ่นใบ:แผ่นใบรูปขอบขนาน ขนาดประมาณ 70?15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบเรียวเป็นครีบต่อเนื่องลงไปที่ตอนบนของก้านใบ ขอบใบ:ขอบใบเกือบเรียบและเป็นคลื่น เส้นใบ:เส้นกลางใบและเส้นแขนงใบหลักนูนขึ้นเด่นชัดด้านใต้ใบ เส้นใบเป็นช่องร่างแห เรียงไม่เป็นระเบียบ เนื้อใบ:เนื้อใบบางคล้ายเยื่อ กลุ่มอับสปอร์:กลุ่มอับสปอร์ กลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 มม. เกิดที่จุดตัดของเส้นใบ โดยกระจายเป็น 2-5 แถวระหว่างเส้นแขนงใบหลัก ไม่มีเยื่อคลุม, พืชลอยน้ำขนาดเล็ก จำพวกเฟิน มักแตกสาขาแผ่คลุมผิวน้ำเป็นวงกว้าง ใบ ขนาดเล็ก 1 – 2 มม. ติดตามลำต้น ลักษณะเป็นแผ่นบางสองแผ่น แผ่นบนสีเขียว แผ่นล่างเป็นเยื่อบางสีชมพูอ่อน ซ้อนทับกันเรียงเป็นสองแถว ใบอ่อนมีสีเขียวเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลแดง อับสปอร์ออกตามซอกใบ สีเขียวรูปไข่ขนาดเล็กพืชลอยน้ำขนาดเล็ก จำพวกเฟิน มักแตกสาขาแผ่คลุมผิวน้ำเป็นวงกว้าง ใบ ขนาดเล็ก 1 – 2 มม. ติดตามลำต้น ลักษณะเป็นแผ่นบางสองแผ่น แผ่นบนสีเขียว แผ่นล่างเป็นเยื่อบางสีชมพูอ่อน ซ้อนทับกันเรียงเป็นสองแถว ใบอ่อนมีสีเขียวเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลแดง อับสปอร์ออกตามซอกใบ สีเขียวรูปไข่ขนาดเล็ก

แหล่งที่พบ[แก้]

พบตามป่าดิบเขาระดับตั้งแต่ 1,400 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป มักเลื้อยเกาะต้นไม้หรือก้อนหินที่มีมอสขึ้นปกคลุม ศรีลังกา แถบเทือกเขาหิมาลัยเรื่อยมาจนถึงตอนใต้ของจีน ไต้หวัน เวียดนามเหนือ และหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ยังคง, มีถิ่นกำเนิดในแถบเขตร้อนของทวีปเอเชีย เป็นพืชลอยน้ำที่เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ชอบขึ้นในน้ำนิ่งหรือไหลช้า ๆ

หน่วยงาน[แก้]

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ

ชื่อวิทยาศาสตร์[แก้]

Azolla pinnata R.Br.

อาณาจักร[แก้]

Plantae

วงศ์[แก้]

Polypodiaceae

สกุล[แก้]

Azolla

ชนิด[แก้]

pinnata

คุณสมบัติ/ลักษณะของตัวอย่าง[แก้]

ลักษณะลำต้น:เป็นเหง้าเกาะเลื้อย เส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มม. หรือมากกว่า ปกคลุมด้วยเกล็ด เกล็ด:รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม ขนาดประมาณ 10x2.5 มม. มีสองสี ตรงกลางเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ขอบเป็นสีน้ำตาลอ่อนและมีขนครุย ใบ:ใบเดี่ยว เกิดชิดกันและกระจุกตัวที่ปลายยอด ก้านใบ:ก้านใบสีฟางหรือสีเขียวอ่อน สั้นมากหรือยาวได้ถึง 15 ซม. แผ่นใบ:แผ่นใบรูปขอบขนาน ขนาดประมาณ 70?15 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบเรียวเป็นครีบต่อเนื่องลงไปที่ตอนบนของก้านใบ ขอบใบ:ขอบใบเกือบเรียบและเป็นคลื่น เส้นใบ:เส้นกลางใบและเส้นแขนงใบหลักนูนขึ้นเด่นชัดด้านใต้ใบ เส้นใบเป็นช่องร่างแห เรียงไม่เป็นระเบียบ เนื้อใบ:เนื้อใบบางคล้ายเยื่อ กลุ่มอับสปอร์:กลุ่มอับสปอร์ กลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 มม. เกิดที่จุดตัดของเส้นใบ โดยกระจายเป็น 2-5 แถวระหว่างเส้นแขนงใบหลัก ไม่มีเยื่อคลุม

ข้อมูลสถานที่และรายละเอียดสภาพแวดล้อม[แก้]

พบตามป่าดิบเขาระดับตั้งแต่ 1,400 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป มักเลื้อยเกาะต้นไม้หรือก้อนหินที่มีมอสขึ้นปกคลุม ศรีลังกา แถบเทือกเขาหิมาลัยเรื่อยมาจนถึงตอนใต้ของจีน ไต้หวัน เวียดนามเหนือ และหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ยังคง

ภูมิปัญญาท้องถิ่น(ใช่/ไม่ใช่)[แก้]

ไม่

วัตถุประสงค์ของการนำมาใช้ประโยชน์[แก้]

มีศักยภาพพัฒนาเป็นไม้ประดับ แต่มีช่วงพักตัวเด่นชัด

รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์[แก้]

เป็นเฟินอิงอาศัยผลัดใบ ใช้วัสดุปลูกที่มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำดี ต้องการอากาศเย็น และงดน้ำในช่วงที่พักตัว


แหล่งที่มา[แก้]

หน่วยงาน  : สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ

หน่วยงาน  : องค์การสวนพฤกษศาสตร์

http://www.thaibiodiversity.org/Life/LifeDetail.aspx?LifeID=2