เห็ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Amanita pantherina 2013 G1.jpg

เห็ด เป็น[ฟังไจ]ชั้นสูงที่มีขนาดใหญ่ มนุษย์รู้จักเห็ดและการนำเห็ดมาประกอบอาหารรับประทานมาเป็นเวลานานแล้ว ประมาณ 130 ล้านปี เห็ดนอกจากจะนำมาเป็นอาหารแล้ว เห็ดยังมีผลต่อสภาพแวดล้อมของโลกโดยการย่อยสลายซากพืช มูลสัตว์ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็นการลดปริมาณของเสียบน พื้นโลกอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากเห็ดมี เอ็นไซม์ (Enzme) หลายชนิดที่ย่อยสลายวัสดุ มีโครงสร้างของอาหารที่ซับซ้อนให้อยู่ในรูปของ สารอาหารที่สามารถดูดซึมไปใช้ได้ เช่น เห็ดหอม เห็ดสกุลนางรม เห็ดกระดุม นอกจากนี้ยังมีเห็ดที่ต้องอาศัยอาหารจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ หรือ อาศัยอาหารจากรากพืชอีกหลายชนิดในธรรมชาติ โดยมีทั้งเห็ดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ

ความหมายของเห็ด[แก้]

         เห็ดมีความหมายหลายอย่างขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ ถ้าใช้เป็นมอาหารเห็ดจะอยู่ในกลุ่มพืชผัก เห็ดเป็นพวกที่มีสารอาหารโปรตีนสูง อุดมด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญหลายชนิด

โดยเฉพาะวิตามิน B 1, B2 และมีแคลอรี่ต่ำ เห็ดถูกจัดเป็นพืชชั้นต่ำกลุ่มหนึ่ง เนื่องจากเห็ดไม่มี คลอโรฟิล สังเคราะห์แสงไม่ได้ ปรุงอาหารไม่ได้ ต้องอาศัยอาหารจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยการเป็น ปรสิต (Parasite) หรือขึ้นบนรากพืชที่ตายแล้ว (Saprophyte) หรืออาศัยอาหารจากรากพืชอื่นๆ (Mycorrhiza) โดยทั่วไปเห็ดเป็นชื่อใช้เรียกราชั้นสูงกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีวิวัฒนาการสูง สูงกว่าราอื่นๆมีวงจรชีวิตที่สลับซับซ้อนกว่าเชื้อราทั่วไป เริ่มจาก สปอร์ ซึ่งเป็นอวัยวะหรือส่วนที่สร้างเซลขยายพันธุ์ เพื่อตกไปในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะงอกเป็นใยและกลุ่ม ใยรา (Mycelium) เจริญพัฒนาเป็นกลุ่มก้อนเกิดเป็นดอกเห็ดอยู่เหนือพื้นดินบนต้นไม้ ขอนไม้ ซากพืช มูลสัตว์ ฯลฯ

เมื่อดอกเห็ดเจริญจะสร้างสปอร์ซึ่งจะปลิวไปงอกเป็นใยรา และเป็นดอกเห็ดได้อีก หมุนเวียนเช่นนี้เรื่อยไป

ชนิด[แก้]

เห็ดมีอยู่หลายชนิด โดยเห็ดที่รู้จักกันทั่วไป ที่สามารถนำมารับประทานได้และใช้เป็นสมุไพร เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดโคน เห็ดหอม เห็ดเผาะ เห็ดฟาง เห็ดลม เห็ดหูหนู เห็ดหลินจือ

ส่วนต่างๆของเห็ด[แก้]

1.หมวก (Cap or pilleus)
          เป็นส่วนที่อยู่ด้านบนสุด มีรูปร่างต่าง ๆ กันเช่น โค้งนูน รูปกรวยรูปปากแตร รูประฆัง ผิวบนหมวกต่างกัน เช่น ผิวเรียบ ขรุขระ มีขนเกล็ด มีสีแตกต่างกันและอาจมีการเปลี่ยนแป ลงได้
 2.ครีบ (Gill or lamelta) 
         อาจเป็นแผ่นหรือซี่บาง ๆอยู่ใต้หมวกเรียงเป็นรัศมี หรือเป็นรู (Pores) ครีบเป็นที่เกิดของสปอร์
 3.ก้าน (Dtalk or stipe)
         ปลายข้างหนึ่งของก้านยึดติดกับดอก หรือหมวกเห็ด มีขนาด รูปร่าง สี ต่างกันในแต่ละชนิด บางชนิดไม่มีก้าน เช่นเห็ดหูหนู เห็ดเผาะ
 4.วงแหวน (Ring or annulus)
         เป็นส่วนที่เกิดจากเยื่อบาง ๆ ที่ยึดขอบหมวก กับก้านดอกที่ขาดออกจากหมวกเห็ดบาน
 5.เปลือกหรือเยื่อหุ้มดอก (Vova outer veil)
         เป็นส่วนนอกสุดที่หุ้มหมวก และก้านไว้ภายในขณะที่ยังเป็นดอกอ่อน จะแตกออกเมื่อดอกเริ่มบาน ส่วนของเปลือกหุ้มจะยังอยู่ที่โคน
  6.เนื้อ (Context)
         เนื้อภายในหมวกหรือก้านอาจจะสั้น เหนียวนุ่ม เปราะ เป็นเส้นใย

คุณสมบัติของเห็ด[แก้]

1.เห็ดที่รับประทานได้ (Edible mushroom)

      เห็ดที่รับประทานได้มักมีรสและกลิ่นหอม เนื้ออ่อนนุ่มหรือกรอบ เช่น เห็ดหูหนู เห็ดฟาง เห็ดนางรม เห็ดภูฏาน เห็ดโคน เห็ดตับเต่า บางชนิดเพาะเลี้ยงได้ บางชนิดเพาะเลี้ยงไม่ได้

2.เห็ดมีพิษ (Poisonous mushroom)

      เห็ดมีพิษมีหลายชนิด บางชนิดมีพิษร้ายแรงถึงตาย เช่น เห็ดระโงกหิน บางชนิดมีพิษทำให้เกิดอาการอาเจียนมึนเมา เช่น เห็ดร่างแห เห็ดปลอกหาน เห็ดหัวกรวดครีบเขียวอ่อน เห็ดขี้ควาย เป็นต้น

การจำแนกเห็ดพิษเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเห็ดในสกุลเดียวกัน บางชนิดรับประทานได้ บางชนิดเป็นพิษถึงตาย เช่น เห็ดในสกุล อะมานิตา (Amanita) และเห็ดรับประทานเห็ดที่รู้จักเท่านั้น เนื่องจากความเป็นพิษของเห็ดบางชนิดรุนแรงถึงตาย บางชนิดทำให้เกิดอาการอาเจียน หรือท้องร่วง พิษของเห็ดจะเข้าไปทำลายระบบประสาท ตับไตและประสาทตา

คุณค่าทางโภชนาการของเห็ด[แก้]

1.มีโปรตีนสูงกว่าพืชผักชนิดอื่นๆ ยกเว้น ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา

2.มีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย (Unsaturated fatty acid)

3.มีกรดอมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย

4.มีแคลอรี่ต่ำ

5.มีวิตามินหลายชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามิน บี 1 บี 2 วิตามิน ซี

6.มีส่วนประกอบของเยื่อใย(Fiber) และคาร์โบไฮเดรต

7.มีแร่ธาตุที่สำคัญหลายชนิด

การบริโภค[แก้]

การบริโภคเห็ด ในจีนและญี่ปุ่น นิยมนำมาทำน้ำแกง น้ำชา ยาบำรุงร่างกาย ทางฝั่งยุโรปนำไปปรุงเป็นซุป ในประเทศไทยมีการนำมาผสมในแกงต่าง ๆ รวมถึงต้มยำ และบางชนิดก็นำมาต้มจิ้มน้ำพริกอีกด้วย มีการจำหน่ายเห็ดเพื่อการบริโภค จึงมีธุรกิจทำฟาร์มเห็ด หรือการเพาะเห็ดเพื่อจำหน่ายเห็ดสด รวมทั้งแปรรูปเห็ด เช่น ปลาประป๋อง อาหารแมว

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]