อาร์เอส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เยส มิวสิค)
บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)
ประเภท บริษัทมหาชน (SET:RS)
ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2519
สำนักงานใหญ่ 419/1 ซอย ลาดพร้าว 15 ถ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
บุคลากรหลัก เกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ - ผู้ก่อตั้ง
สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ - ประธานกรรมการบริหาร
อุตสาหกรรม บันเทิงและสื่อ
ผลิตภัณฑ์ ธุรกิจสื่อ เพลง และโชว์บิซ
รายได้ 3,483.8 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 394.5 ล้านบาท
(ข้อมูล ปี พ.ศ. 2556) [1]
เว็บไซต์ www.rs.co.th

บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: RS PUBLIC COMPANY LIMITED ชื่อย่อ:RS) คือผู้นำในธุรกิจสื่อบันเทิงครบวงจร โดยธุรกิจในปัจจุบันของกลุ่มอาร์เอสประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเพลง ที่มีรายได้จาก 3 ช่องทางหลัก ทั้งการจำหน่าย Physical Product การจำหน่ายผ่านช่องทาง Digital และรายได้จากการจัดเก็บลิขสิทธิ์ ธุรกิจโชว์บิซ อันได้แก่ การจัดคอนเสิร์ตและอีเว้นท์ ให้กับทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงรายได้จากการบริหารศิลปิน ธุรกิจสื่อ ได้แก่ สื่อวิทยุ และสื่อโทรทัศน์ โดยสื่อวิทยุ ประกอบด้วย 3 คลื่นที่มีกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกัน “COOL Fahrenheit 93” นำเสนอเพลงไทยสากล ด้วยเพลงสไตล์ Easy Listening “COOL Celsius 91.5” นำเสนอเพลงสากลในรูปแบบ 50 minutes Music Freeze your mind และ “สบายดีเรดิโอ” คลื่นเพลงลูกทุ่งยอดนิยมที่ต่อยอดมาจากความสำเร็จของช่องสบายดีทีวี สื่อโทรทัศน์ ประกอบด้วยฟรีทีวีคือช่อง 8 ช่องฟรีทีวีวาไรตี้ที่โดดเด่นด้วยละครใหม่ first run และรายการวาไรตี้ยอดนิยม และ 4 ช่องโทรทัศน์ดาวเทียม ได้แก่ “สบายดี ทีวี” ช่องเพลงลูกทุ่งและเพลงเพื่อชีวิต ที่มีเรตติ้งเป็นอันดับ 1 “YOU Channel” ช่องเพลงสำหรับวัยรุ่นที่มีใจรักในเสียงดนตรี “Channel 2” ช่องวาไรตี้บันเทิงสำหรับคนรักดารา และ “Sun Channel” ช่อง Extreme Entertainment Variety ที่ประกอบด้วย กีฬา ข่าว สาระ และความบันเทิง

ประวัติ[แก้]

สัญลักษณ์บริษัทเมื่อครั้งใช้ชื่อว่า อาร์.เอส. โปรโมชั่น 1992 จำกัด

พ.ศ. 2519 เกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ และ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์เริ่มธุรกิจอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก โดยทำธุรกิจตู้เพลงและอัดเพลงจากแผ่นเสียงลงเทป ภายใต้ตรา “ ดอกกุหลาบ ” ก่อนจะจัดตั้งเป็นบริษัทอย่างเต็มตัวด้วยเงินลงทุน 50,000 บาทในนาม “Rose Sound” ซึ่งถือได้ว่าเป็นปฐมบทของอาณาจักร “ อาร์เอส ” อันยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน

พ.ศ. 2525 ผันตัวเองมาทำธุรกิจเพลงวัยรุ่น ในชื่อ บริษัท อาร์.เอส.ซาวด์ จำกัด มี วงอินทนิล เป็นศิลปินในสังกัดวงแรก และตามมาด้วย คีรีบูน, ฟรุตตี้, ซิกเซนต์, บรั่นดี, ปุยฝ้าย และ เรนโบว์ เป็นต้น

พ.ศ. 2535 เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท อาร์.เอส. โปรโมชั่น 1992 จำกัด รวมทั้งได้ย้ายสำนักงานจากถนนอุรุพงษ์มาเป็นอาคารเชษฐโชติศักดิ์ ในซอยลาดพร้าว 15 และใช้เงินลงทุน 300 ล้านบาท โดยมีห้องบันทึกเสียง ระดับมาตรฐานเพื่อรองรับงานของบริษัทฯ ถึง 3 ห้อง โดยบริษัทได้ประกาศจุดยืนจากบริษัทเพลงมาเป็นบริษัทบันเทิงครบวงจร นอกจากผลงานอัลบั้มเพลงซึ่งเป็นธุรกิจหลักแล้ว บริษัทฯ ยังได้รุกเข้าสู่ธุรกิจบันเทิงในสายงานอื่นๆ อย่างครบวงจรไม่ว่าจะเป็นรายการวิทยุ, รายการโทรทัศน์, ละครโทรทัศน์ รวมทั้ง[[ภาพยนตร์]และถือกำเนิด “ อาร์.เอส.สตาร์คลับ ” สำหรับแฟนๆ อาร์เอส ซึ่งนับเป็นธุรกิจแฟนคลับแห่งแรกของธุรกิจเพลงในเมืองไทย โดยสมาชิกของอาร์.เอส.สตาร์คลับจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งข่าวความเคลื่อนไหวของศิลปินในดวงใจและการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ที่บริษัทฯ ได้สร้างสรรค์ขึ้น

พ.ศ. 2537 เปิดตัวบริษัท อาร์.เอส.ฟิล์ม เพื่อก้าวเข้าสู่ธุรกิจภาพยนตร์อย่างเต็มตัว โดยส่งภาพยนตร์เรื่องแรก โลกทั้งใบให้นายคนเดียว เข้าฉายในปี 2538 เกียงชัย

พ.ศ. 2540 บริษัทฯ รุกเข้าสู่สื่อโทรทัศน์อย่างเต็มตัวด้วยการเปิดบริษัท ชาโดว์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัดในช่วงต้นปีและบริษัท เมจิคแอ็ดเวอร์เทนเม้นท์ จำกัดในช่วงกลางปี โดยเริ่มต้นด้วยรายการเกมส์โชว์ที่สร้างสีสันจนกลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ เช่น “Shock Game” และตามมาด้วยรายการประเภทอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ รายการวาไรตี้, รายการเพลง , มิวสิควิดีโอและรวมทั้งละครโทรทัศน์อีกด้วย ซึ่งรายการเหล่านี้นอกจากจะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทฯแล้วยังถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ ไปในเวลาเดียวกันด้วย

พ.ศ. 2542 บริษัทฯ ได้จัดขบวนทัพในธุรกิจสื่อวิทยุใหม่ด้วยการจัดตั้งบริษัท สกาย-ไฮเน็ตเวิร์ก จำกัด และเข้าทำธุรกิจสื่อวิทยุอย่างเป็นทางการโดยรับหน้าที่ผลิตรายการและบริหารคลื่นวิทยุในเครือ 2 คลื่นคือ 98 Cool FM คลื่นเพลง ฟังสบายสำหรับวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานตอนต้น และ 88.5 Z POP We Like คลื่นซ่าของคนรุ่น “Z”

พ.ศ. 2546 บริษัทฯได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารงานภายในองค์กร แยกกิจกรรมออกเป็นหน่วยธุรกิจ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ และได้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อย่อ “RS”

พ.ศ. 2549 ปรับเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็น บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจ และทำการเปลี่ยนโลโกบริษัทในโอกาสที่มีอายุครบ 25 ปี และรุกเข้าสู่ ธุรกิจกีฬา และ โชว์บิสซิเนส

พ.ศ. 2550 อาร์เอส ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างในการดำเนินธุรกิจใหม่ มุ่งไปสู่การเป็นเครือข่ายความบันเทิงสมบูรณ์แบบ “The Entertainment Network” ซึ่งมีธุรกิจหลัก 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ Entertainment & Sport Content Provider และ Media Service

พ.ศ. 2551 บริษัทฯเข้าลงทุน 65 เปอร์เซ็นต์ ในบริษัท อาร์เอส อินสโตร์ มีเดีย จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจสื่อในห้างโมเดิร์นเทรด ซึ่งเป็นสื่อวิทยุกระจายเสียง และสื่อทีวีในห้างโมเดิร์นเทรด ครอบคลุมโมเดิร์นเทรดกว่า 540 สาขาทั่วประเทศ บริษัทฯเข้าลงทุนในบริษัท ย๊าค จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจรายการทีวีที่เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น ประกอบด้วย รายการทีนพลัซโชว์ รายการกามิกาเซ่คลับ รายการทูไนท์ไลฟ์ และละครวัยรุ่น Daddy Duo บริษัทฯเปิดตัวสนามฟุตบอล S-One ณ ถนนบางนา-ตราด กม.4 เพื่อดำเนินธุรกิจบริการให้เช่าสนามฟุตบอลหญ้าเทียม สำหรับการแข่งขันฟุตบอล 7 คน และให้เช่าสถานที่เพื่อทำกิจกรรมทางการตลาดของบริษัท ห้างร้านต่างๆ บริษัทฯได้รับลิขสิทธิ์เป็นผู้ดูแลการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยูโร2008 ซึ่งเป็นกีฬาระดับโลกที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

พ.ศ. 2552 อาร์เอส ได้รุกธุรกิจแซทเทิลไลท์ทีวีอย่างจริงจัง โดยมีช่องแซทเทิลไลท์ทีวีถึง 2 ช่อง ได้แก่ "YOU Channel" เป็นช่องรายการมิวสิกวาไรตี้ จับกลุ่มวัยทีน และช่อง "สบายดี ทีวี" เสนอเพลงไทยหลายสไตล์ ทั้งแนวเพลงลูกทุ่ง, เพื่อชีวิต, ลูกทุ่งเพื่อชีวิต และเพลงดังในอดีตที่ยังคงได้รับความนิยมของค่ายอาร์เอส

พ.ศ. 2553 ปรับรูปแบบธุรกิจเพลงจากรูปแบบการขายซีดีสู่ ฟูลลี่ ดิจิตอล ดาวน์โหลด ด้วยการปรับปรุงเว็บไซต์ "pleng.com" ใหม่ ให้เป็นออนไลน์มิวสิกสโตร์สมบูรณ์แบบ และปรับรูปแบบธุรกิจภาพยนตร์ใหม่เหมือนสตูดิโอภาพยนตร์ต่างประเทศ โดยมีการรีแบรนด์ชื่อใหม่มาเป็น "Film R Us" และบริษัทฯยังรุกธุรกิจกีฬาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผู้บริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 FIFA World Cup South Africa ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 11 กรกฎาคม 2553 ออกอากาศทางช่อง3 ช่อง7 ช่อง9 และ NBT พร้อมด้วยกิจกรรม On Ground Activity การทายผลผ่าน Postcard I Love World Cup และการลุ้นโชคผ่านระบบ SMS *2010

พ.ศ. 2554 บริษัทฯได้ขยายตัวในธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมเพิ่มอีก 2 ช่อง ได้แก่ ช่อง 8 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ฟรีทีวีวาไรตี้ 24 ชั่วโมง และ ช่อง Yaak TV ภายใต้คอนเซ็ปต์ Free TV Uncensored 24 ชั่วโมง นอกจากนี้บริษัทฯยังได้เป็นผู้บริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปน ในปี 2012 - 2013

พ.ศ. 2555 บริษัทฯยังคงมีการขยายตัวในธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวช่องใหม่เพิ่มอีก 1 ช่อง ได้แก่ ช่อง RS Sport LaLiga เพื่อรองรับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีกาสเปน 3 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2012 – 2015 และยังได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบช่อง Yaak TV โดยการปรับเนื้อหาและรูปแบบรายการเพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และเปลี่ยนชื่อเป็น Star Max Channel ช่องวาไรตี้บันเทิงของเหล่าดารา เซเลป และศิลปินนักร้อง ในส่วนของธุรกิจวิทยุ ได้เพิ่มการออกอากาศผ่าน FM 88.5 MHZ ภายใต้แบรนด์ “สบายดี เรดิโอ” ที่ต่อยอดมาจากความสำเร็จของช่องสบายดี ทีวี และค่ายเพลงอาร์สยาม

พ.ศ. 2556 ได้มีการรีแบรนด์ช่อง "อาร์เอส สปอร์ต ลาลีกา" เป็นช่อง "SUN Channel" เปลี่ยนชื่อค่ายเพลง "RS Music" เป็น "Yes! Music" และได้แยกกลุ่ม "Demo Project" จากกามิกาเซ่ มาเป็นค่ายเพลง "The Demo" ในเครืออาร์เอส [2]

พ.ศ. 2557 รีแบรนด์ช่อง "สตาร์แม็กซ์" เป็นช่อง "2" ประมูลทีวีดิจิตอลในกลุ่มช่องความคมชัดปกติ (SD) และได้นำ "ช่อง 8" ขึ้นมาเป็นช่องดิจิตอลทีวี

ธุรกิจในเครืออาร์เอส[แก้]

บุคลากรทางดนตรี[แก้]

อดีต

ปัจจุบัน

ศิลปินที่มีชื่อเสียงในแนวสตริง[แก้]

ศิลปินที่มีชื่อเสียงในแนวลูกทุ่ง และ อาร์ สยาม[แก้]

ดู อาร์สยาม

อัลบั้มเฉลิมฉลองครบรอบศตวรรษของอาร์เอส[แก้]

นักแสดงในสังกัด (ทั้งปัจจุบันและอดีต)[แก้]

  • รายชื่อนักแสดงด่านล่างนี้ เป็นชื่อนักแสดงในสังกัดอาร์เอส (ไม่รวมศิลปิน) แต่จะจำกัดเฉพาะศิลปินที่มีผลงานละครเด่น และเป็นที่จดจำมากที่สุด

นักแสดงชาย

นักแสดงหญิง

ผลงานละครโทรทัศน์ของอาร์เอส[แก้]

ดู รายชื่อผลงานละครของอาร์เอสและในเครือ ดู รายชื่อละครโทรทัศน์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8

รายการในกล่องซันบ็อกซ์[แก้]

ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2555 อาร์เอสได้เปิดตัวกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม ซัน บ็อกซ์ ที่สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งจานดาวเทียมระบบเคยู แบนด์ ที่มี กว่า 80 ช่อง และจานซี แบนด์ ที่มีกว่า 200 ช่อง[3][4]

โดยอาร์เอสได้ผลิตรายการเป็นของตัวเองดังต่อไปนี้คือ

  • ช่อง 8 -ช่องรายการวาไรตี้ ภายใต้คอนเซปต์ “เพื่อนคุณทุกที่ ทีวีของทุกคน” นำเสนอผลงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ชมทุกเพศทุกวัย ด้วยการผลิตและสร้างสรรค์ความบันเทิงแบบครบทุกรูปแบบ โดยวางคอนเซ็ปต์ให้เป็นเหมือนฟรีทีวีทั่วไป คือ มีรายการที่หลากหลาย โดยจุดแข็งของช่องจะอยู่ที่ช่วงซุปเปอร์ไพรม์ไทม์ (Super Prime Time) ที่นำเสนอละครใหม่ออกอากาศเป็นครั้งแรก (First Run) ช่อง 8 สามารถรับชมได้ ผ่านทางดิจิตอลทีวี หมายเลข 27 และรับชมผ่านโทรทัศน์ดาวเทียม C Band, KU Band, Cable TV ทั่วประเทศ หมายเลข 8 และ 37
  • ช่อง 2 - ช่องรายการวาไรตี้ที่รวมสุดยอดรายการวาไรตี้แบบจัดเต็ม ของเหล่าดารา นักแสดง เซเลป และศิลปินชั้นนำของเมืองไทยและต่างประเทศเอาไว้อย่างเต็มรูปแบบ
  • YOU Channel - ช่องรายการที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “โทรทัศน์ของคนรักดนตรี” ประกอบด้วยรายการต่างๆ ทั้งรายการสดหลากหลายรสชาติ และรายการวาไรตี้ที่ชวนติดตาม เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ชมและผู้ฟังที่มีหัวใจรักในเสียงดนตรีทุกรุ่น ทุกกลุ่มอายุ
  • Sabaidee TV - ช่องเพลงสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเพลงไทย ในหลากหลายแนวเพลง ไม่เพียงแต่จำกัดเฉพาะเพลงลูกทุ่งเท่านั้น ยังมีเพลงแนวเพื่อชีวิต เพลงฮิตในอดีต เพลงเก่าหาฟังยาก เพลงสตริง รวมทั้งเพลงใต้ดินที่เปิดโอกาสให้คนทำเพลงได้มีที่เผยแพร่ผลงาน ภายใต้สโลแกน “เพลงไทยหลากสไตล์ ดูสบายทั้งครอบครัว”
  • SUN Channel Laliga - ช่องรายการใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ เอ็กซ์ตรีม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ วาไรตี้ (Extreme Entertainment Variety) ที่ประกอบด้วย กีฬา ข่าว สาระ และความบันเทิง มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ วัยทำงานตอนต้นและกลุ่มผู้ใหญ่ที่รัก และชื่นชอบกีฬา โดยช่องใหม่ที่เปิดขึ้นมา ยังคงเน้นกลุ่มรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีกาสเปน เพื่อรองรับฐานผู้ชมคนรักกีฬาที่เหนียวแน่น

ช่องลิขสิทธิ์ของอาร์เอส[แก้]

อาร์เอสเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ในช่องรายการดังต่อไปนี้คือ

ลิขสิทธิ์รายการของ SUNBOX และ RS[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]