เนมันยา วิดิช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เนมันยา วิดิช
Nemanja Vidic.png
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เนมันย่า วิดิช
วันเกิด 21 ตุลาคม ค.ศ. 1981 (32 ปี)
สถานที่เกิด ตีโตโว อูซีเช, ยูโกสลาเวีย
ส่วนสูง 1.88 ม. (6 ฟุต 2 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองหลังตัวกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน อินเตอร์มิลาน
หมายเลข -
สโมสรเยาวชน
1989–1993 เยดีนสโตโว อูซีเช
1994–1996 สโลโบดา อูซีเช
1996–2000 เรดสตาร์ เบลเกรด
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
2000–2004 เรดสตาร์ เบลเกรด 67 (12)
2000–2001 สปาร์ตัค ซูโบติซ่า (ยืมตัว) 27 (6)
2004–2006 สปาร์ตัค มอสโกว์ 39 (4)
2006–2014 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 300 (21)
2014- อินเตอร์มิลาน 0 (0)
ทีมชาติ
2002– เซอร์เบีย 53 (2)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ ข้อมูลล่าสุดวันที่ 16:15, 16 January 2011 (UTC).

† ลงเล่น (ประตู).

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ ข้อมูลล่าสุดวันที่ 19:03, 17 November 2010 (UTC)

เนมันยา วิดิช (เซอร์เบีย: Немања Видић, Nemanja Vidić เสียงอ่าน: [ně̞maɲa v̞ǐːditɕ]) เกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1981 นักฟุตบอลชาวเซอร์เบีย เล่นในพรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ กับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เล่นตำแหน่งกองหลัง วิดิชเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุเพียง 6 ปี โดยเมื่ออายุได้ 12 ปี ได้เข้าร่วมสโมสร Sloboda Užice ชีวิตในวัยเด็กของวิดิชเติบโตมาท่ามกลางสงคราม ในช่วงที่ยูโกสลาเวียล่มสลายและแบ่งออกเป็นหลายประเทศ

เรดสตาร์ เบลเกรด และ สปาตัค มอสโค[แก้]

หลังจากวิดิชเซ็นสัญญากับสโมสร Sloboda Užice ได้ปีครึ่ง Red Star Belgrade (Crvena Zvezda) สโมสรชื่อดังของเซอร์เบียจึงได้จับเซ็นสัญญารับเข้าสู่ระบบเยาวชน วิดิชเริ่มต้นการเป็นนักเตะชุดใหญ่ในฤดูกาลที่ถูกยืมตัวไป Spartak Subotica ทีมดังใน Super Liga ของ Serbia ในปี 2000 หลังจากสิ้นสุดสัญญายืมตัวแล้ว วิดิชกลับมาเล่นให้กับ Red Star Belgrade (Crvena Zvezda)a อีกครั้ง และการกลับมาครั้งนี้ ทำให้เขาได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้การทำทีมของ Zoran Filipović โดยคว้าแชมป์ Yugoslav Cup ในปี 2001–02

วิดิชได้รับปลอกแขนกัปตันทีมอย่างรวดเร็วและยังเป็นกัปตันที่ยังอายุน้อยอีกด้วย และหลังจากได้รับตำแหน่งกัปตันได้ 3 ปี เขาลงเล่นไป 67 เกม และยิงได้ถึง 12 ประตู ถือเป็นสถิติที่ดีมากสำหรับนักเตะที่อยู่ในตำแหน่งกองหลัง ชีวิตการค้าแข้งของวิดิชกับ Red Star Belgrade (Crvena Zvezda) สิ้นสุดลงด้วยการคว้าดับเบิลแชมป์ คือแชมป์ลีกของประเทศ (Serbia and Montenegro League) และ แชมป์บอลถ้วย Serbia and Montenegro Cup เพราะในเดือนกรกฎาคม ปี 2004 หลังจากคว้าดับเบิลแชมป์ข้างต้น วิดิชถูกซื้อตัวไปยัง Russian Premier League กับทีม Spartak Moscow โดยไม่เปิดเผยค่าตัว แต่ยังคงเป็นที่กล่าวขานว่า วิดิชคือ กองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Russian Premier League

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด[แก้]

ฤดูกาล 2005-2006[แก้]

หลังจากเล่นในลีกรัสเซียกับสปาตัค มอสโคได้เพียงแค่ 2 ปี ในวันที่ 25 ธันวาคม 2005 วิดิชได้เซ็นสัญญากับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวประมาณ 7 ล้านปอนด์ แต่กว่าจะได้เดินทางเข้าสู่สโมสร ก็ล่วงเวลาไปกว่าครึ่งปีเนื่องจากติด work permit โดยวันที่ 5 มกราคม ปี 2006 วิดิชจึงได้ย้ายเข้าร่วมสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่างสมบูรณ์ หากจะรวมระยะเวลาทั้งหมดซึ่งที่ทางสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ให้ความสนใจในตัวเขาตั้งแต่การให้แมวมองออกไปดูฟอร์มนักเตะจนถึงได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมนั้น กินเวลากว่า 2 ปีครึ่ง

การการซื้อขายนั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ตปาดหน้าฟิออเรนติน่าเพื่อซิววิดิชมายืนแผงหลัง ทั้งๆที่ สโมสรต้นสังกัดขณะนั้นกับฟิออเรนติน่าได้ตกลงค่าตัวกันเรียบร้อยแล้ว ว่ากันว่าที่ฟิออเรนติน่าต้องพลาดการเซ็นต์สัญญาครั้งนี้เพราะว่าโควต้านักเตะนอกสหภาพยุโรปเต็มพอดี ยูไนเต็ตจึงปาดหน้าคว้าตัวกองหลังคนเหล็กมาได้สำเร็จ

วิดิชได้เสื้อหมายเลข 15 และได้ลงเล่นนักแรกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ต ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2006 ในฐานะตัวสำรอง โดยถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน รุด ฟาน นิตเตลรอย ช่วงใกล้หมดเวลาในเกมที่เอาชนะแบล็คเบิร์น โรเวอร์สไปได้ 2-1 ใน League Cup รอบ semi-final นัดที่สอง แชมป์รายการแรกของวิดิชคือ League Cup ที่ต้นสังกัดเอาชนะ Wigan Athletic ไปได้อย่างท่วมท้น 4-0 ในปี 2006 โดยได้ลงเล่นในนาทีที่ 83

ฤดูกาล 2006–07[แก้]

ระหว่างฤดูกาล 2006-07 วิดิชได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอโดยครึ่งฤดูกาลแรกได้ลงเล่นถึง 25 เกม โดยจับคู่เล่นกับริโอ เฟอร์ดินานด์ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค และได้กลายเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็คที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งที่สุดในยุโรปในขณะนั้น ฤดูกาลนั้นจบลงด้วยการที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ต เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก

วิดิชยิงประตูแรกในวันที่ 14 ตุลาคม 2006 นัดที่พบกับ Wigan Athletic นัดที่เอาชนะไปได้ 1–3 ขณะที่ประตูต่อมาเขายิงได้ในนัดที่พบกับ Portsmouth โดยยิงประตูขึ้นนำ 3–0 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2006 และถือเป็นประตูแรกที่ยิงได้ใน United's Old Trafford วิดิชยิงประตูแรกในรายการถ้วยยุโรป (EUFA Champions League) ในนัดที่ชนะเบนฟิก้า 3-1 วันที่ 6 ธันวาคม 2006 ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม โดยโหม่งประตูสุดสวยตีเสมอให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ยูไนเต็ตต้องชนะเท่านั้นจึงจะผ่านเข้ารอบ 16 ทีม) หลังจากโดนนำไปก่อน ทำให้ต้นสังกัดเดินหน้าบุกและยิงได้อีก 2 ประตู กรุยทางเข้าสู่รอบต่อไปได้ ในภายหลังจากเกมนั้นผู้จัดการทีมเบนฟิก้าได้ออกมายกย่องประตูนั้นว่า เป็นประตูที่สุดสวยและทำให้ทีมของเขาต้องผิดหวังกับผลการแข่งขัน

ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2007 วิดิชจรดปากกาต่อสัญญากับต้นสังกัดไปอีก 5 ปี ทำให้เขามีพันธะผูกพันกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ตไปจนถึงปี 2012 สิ้นฤดูกาล เขาก็ได้พาต้นสังกัดคว้าดับเบิลแชมป์ คือแชมป์ลีกเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน และแชมป์ยุโรป ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ยุโรปครั้งแรกในชีวิตของเขา (เอาชนะเชลซีในการดวลจุดโทษ) นอกจากนี้วิดิชยังติดทีมยอดเยี่ยมยุโรปในปีนั้นอีกด้วย ปีนั้นจึงถือเป็นปีทองของเนมันย่า วิดิช อย่างแท้จริง

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

Red Star Belgrade
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

รางวัลส่วนตัว[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • "Zvezdina revija". sd-crvenazvezda.net. March 2012. สืบค้นเมื่อ 28 December 2013.