เครื่องสำอาง
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เครื่องสำอาง เป็นสารที่ใช้เพิ่มเติมความสวยงามให้กับร่างกายมนุษย์ นอกเหนือจากอุปกรณ์รักษาความสะอาดโดยทั่วไป การใช้งานเครื่องสำอางมีใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในโลกตะวันตกและโลกตะวันออก จำนวนบริษัทผลิตเครื่องสำอางในปัจจุบันมีเป็นจำนวนน้อยเปรียบเทียบกับธุรกิจชนิดอื่น โดยบริษัทส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ในระดับนานาชาติ มากกว่าระดับท้องถิ่น
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติเครื่องสำอาง
การใช้เครื่องสำอางจัดเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่มีมาแต่สมัยโบราณ มีการค้นพบว่า มีการใช้เครื่องสำอางมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ จีน อินเดีย และต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยชาวกรีกเป็นชาติแรกที่มีการแยกการแพทย์และเครื่องสำอางออกจากกิจการทางศาสนา และยังถือว่าการใช้เครื่องสำอางเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องปฏิบัติต่อร่างกายให้ถูกต้องสม่ำเสมอ เป็นกิจวัตรประจำวัน
ศิลปะการใช้เครื่องสำอางและเครื่องหอมได้ถึงขีดสุดในระหว่าง 2 ศตวรรษแรกแห่งอาณาจักรโรมัน แล้วค่อยๆ เสื่อมลง และเมื่ออาณาจักรโรมันเสื่อมอำนาจลงในศตวรรษที่ 5 ศิลปะการใช้เครื่องสำอางจึงแพร่หลายเข้าสู่ทวีปยุโรป นอกจากนี้ ชาวอาหรับก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในการผลิตเครื่องสำอาง โดยได้มีการดัดแปลง แก้ไขส่วนผสมต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีคุณภาพดีขึ้น เช่น การใช้กรรมวิธีการกลั่นเพื่อให้มีความบริสุทธิ์สูง การใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย เป็นต้น
เมื่อศิลปะการใช้เครื่องสำอางได้แพร่หลายเข้าสู่ในประเทศฝรั่งเศสมากขึ้น เจ้าหน้าที่ชาวฝรั่งเศสได้พยายามเสนอให้มีการแยกกิจการด้านเครื่องสำอางไว้เฉพาะ โดยให้แยกออกจากกิจการด้านการแพทย์ เนื่องจากกิจการด้านการแพทย์และเครื่องสำอางต้องอยู่ในการควบคุมของกฎหมาย ในระหว่างปี ค.ศ. 1400 – 1500 และความพยายามก็ประสบความสำเร็จในปี ค.ศ. 1600 ศิลปะการใช้เครื่องสำอางได้แยกออกมาจากกิจการด้านการแพทย์อย่างชัดเจน ต่อมาในปี ค.ศ. 1800 ได้มีการรวบรวมและแยกแยะความรู้ในด้านศิลปะการใช้เครื่องสำอางออกเป็นหลายๆ ประเภท เช่น เภสัชกร ช่างเสริมสวย นักเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งต้องใช้ความรู้ที่ได้มาจากเภสัชกรรมและครื่องสำอางมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละอาชีพ
การผลิตเครื่องสำอางในช่วงแรกๆ นั้น ยังมีกรรมวิธีการผลิตที่ไม่แน่นอน เครื่องสำอางบางประเภทมีขายในร้านขายยา การผลิตเป็นความรู้ส่วนบุคคลที่ได้รับสืบทอดมาหรือได้จากการศึกษาค้นคว้า ลองผิดลองถูก จนถึงปลายศตวรรษที่ 19 ได้มีผู้นำวิธีการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เข้ามาช่วยในการผลิตแทนวิธีเก่า และเมื่อผลิตเครื่องสำอางแต่ละชนิดจะมีเครื่องหมายการค้าชัดเจน และมีกรรมวิธีในการผลิตที่แน่นอน ทำให้เครื่องสำอางที่ผลิตขึ้นมีคุณภาพ สามารถเพิ่มรายได้ให้กับผู้ผลิต ทำให้มีการเพิ่มการผลิต และพยายามปรับปรุงคุณภาพของเครื่องสำอางให้มีคุณภาพสูงขึ้น
ต่อมาได้มีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เข้ามาปรับปรุงคุณภาพของเครื่องสำอาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาเคมี ได้มีส่วนเข้ามาช่วยในการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางให้มีคุณภาพสูง ในการผลิตแต่ละครั้งต้องมีส่วนประกอบที่คงที่ ได้ผลิตภัณฑ์อย่างเดียวกัน มีหลักการเลือกใช้วัตถุดิบที่ได้มาตรฐานในการผลิต และมีการตรวจสอบคุณสมบัติ ตลอดจนการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
ในปี ค.ศ. 1895 ได้มีการเปิดสอนวิชาการเครื่องสำอาง ในเมืองชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรก ทำให้นักศึกษาได้รู้จักวิธีการใช้เครื่องสำอางชนิดต่างๆ ในการรักษาผิวหนังและเส้นผม ต่อมาการศึกษาวิชานี้ได้แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว
[แก้] องค์ประกอบที่มักพบในเครื่องสำอาง
ในเครื่องสำอางที่พบในท้องตลาด เรามักพบว่ามีองค์ประกอบต่างๆ ที่มีผู้สงสัยกันว่า สารเหล่านี้ใส่ไปเพื่ออะไรและมีประโยชน์อย่างไรต่อผิวหนัง
[แก้] Butylene Glycol
เป็นตัวทำละลายใช้สำหรับเจือจาง (dilute). เป็นสารอินทรีย์สำหรับเพิ่มความชุ่มชื้น (promotes the retention of moisture in the skin) เหมือนกับ propylene glycol, มักใช้ในสเปรย์และโลชั่นถนอมผิว
[แก้] Sodium hyaluronate
(Hyaluronic Acid) เติมความชุ่มชื่นให้ผิว
Hyaluronic acid มีอยู่ในร่างกายทั่วไปรวมทั้งผิวหนังด้วย Hyaluronate เป็นmoisturizer เพราะสารละลายของมันมีความหนืด viscous สูง. Hyaluronic acid (HA) เป็นpolysaccharides ประกอบด้วย repeat disaccharide units ของ N-acetylglucosamine และ glucuronic acid. HA ที่พบในทางการค้ามักอยู่ในรูป sodium salt form. HA เป็นสารที่สำคัญทำให้ผิวหนังมนุษย์กักเก็บน้ำได้. สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีและความชราทำให้ปริมาณ สารนี้ในผิวหนังลดลง ทำให้การกักเก็บน้ำในผิวหนังลดลง ผิวหนังจึงแลดูแห้งและหยาบ
[แก้] อัลฟา ไบสาโบลอล (alpha bisabolol)
(สารต้านการอักเสบสำหรับผิวหนังติดเชื้อ) อัลฟา ไบสาโบลอล เป็นสารที่พบในน้ำมันหอมระเหย พบได้ทั่วไปในพืชต่างๆรวมทั้งคาร์โมไมล์ (camomile) มีการรายงานวิธีการที่แตกต่างกันสองวิธีสำหรับการวิเคราะห์น้ำมันหอมระเหย เช่น อัลฟา ไบสาโบลอล ในเลือดมนุษย์ วิธีการแรกใช้ ไมโคร-ลิควิด โครแมโทกราฟี-อิเล็คโทรสเปรย์ ไอออไนเซชัน แมสสเปกโทรเมทรี (muHPLC-ESI-MS) ขณะที่วิธีที่สองขึ้นกับการใช้แก็สโครแมโทกราฟี/แมสสเปกโทรเมทรี ควบคู่กับใช้เทคนิค เฮดสเปซ (HS-GC-MS)
[แก้] Ceramide3
Ceramide เป็นเหมือนเกราะป้องกันผิว ทดแทนความชุ่มชื่นในผิวที่ขาดหายไป
[แก้] Retinol
เป็นอนุภัณฑ์ของกรดวิตามิน A ( retinoic acid ) เสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ผิวสดใส ดูอ่อนกว่าวัย
[แก้] Alpha hydroxy acid
เป็นกรดอ่อน ส่วนใหญ่จะได้จากผลไม้ Fruit Acid ผลัดเซลล์ผิวที่มีปัญหา
alpha hydroxy acids ได้แก่ glycolic acid, lactic acid, malic acid, citric acid
[แก้] latic Acid
เป็น alpha hydroxy acid ตัวหนึ่ง ได้จากน้ำนม มีผลต่อการผลัดผิว keratinization ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น

