อาเรกีปา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ที่ตั้งของเมืองอาเรกีปา
จัตุรัสเมืองอาเรกีปา

อาเรกีปา (สเปน: Arequipa) เป็นเมืองหลวงของภูมิภาคอาเรกีปาทางตอนใต้ของประเทศเปรู และเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นที่สองรองจากลิมา[1] อาเรกีปาตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาแอนดีสที่ความสูง 2,380 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และอยู่ใกล้ภูเขาไฟเอล มิสตี อาคารหลายแห่งในเมืองที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหินภูเขาไฟสีขาว ทำให้เมืองนี้มีชื่อเล่นว่า "เมืองสีขาว" (The White City; La Ciudad Blanca) ศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมืองอาเรกีปาได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี 2000

ชื่อเมือง[แก้]

กล่าวกันว่าที่มาของชื่ออาเรกีปามาจากภาษาเกชัว Ari, quepay ซึ่งแปลว่า "ใช่ ที่นี่แหละ" ซึ่งเป็นคำพูดของมัยตา กาแพก กษัตริย์อินคาองค์ที่สี่ เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นเมืองนี้ แต่นักวิชาการสันนิษฐานจากร่องรอยของชาวพื้นเมืองจากทะเลสาบตีตีกากา ว่าชื่ออาเรกีปาน่าจะมาจากภาษาอัยมารา ari แปลว่ายอด และ quipa แปลว่าอยู่ข้างหลัง ซึ่งรวมกันหมายถึง "เมืองที่อยู่หลังภูเขาไฟเอล มิสตี" [2]

ประวัติ[แก้]

จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่ามีผู้คนอาศัยอยู่ในหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ที่เป็นที่ตั้งของอาเรกีปาตั้งแต่สมัย 6,000-5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าชาวอัยมาราอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เมื่ออาณาจักรอินคาเข้ายึดครองอาเรกีปาในคริสต์ศตวรรษที่ 15 เมืองอาเรกีปาถูกก่อตั้งขึ้นใหม่เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1540 โดย การ์ซี มานูเอล เดอ การ์บาคา ซึ่งเป็นทหารที่ฟรันซิสโก ปีซาร์โรส่งมา

สมเด็จพระจักรพรรดิชาลส์ที่ 5 ทรงแต่งตั้งอาเรกีปาให้เป็นเมืองและพระราชทานตราประจำเมืองที่ยังคงใช้ในปัจจุบัน อิทธิพลของสเปนหลงเหลืออยู่ในสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ในเมืองจนทุกวันนี้ อาเรกีปาค่อนข้างจะแยกตัวจากส่วนอื่น ๆ ของประเทศในสมัยที่อยู่ภายใต้การปกครองของสเปนและช่วงเริ่มต้นการเป็นสาธารณรัฐ แต่เมื่อทางรถไฟและถนนที่เชื่อมระหว่างเมืองนี้กับภูมิภาคอื่น ๆ เปิดใช้ อาเรกีปาก็กลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าระหว่างลิมากับเขตเปรูตอนใต้

อาเรกีปาเป็นฐานกำลังของพวกชาตินิยมในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่เปรูเรียกร้องเอกราชจากสเปน และภายหลังยังเป็นที่ชุมนุมในระหว่างสงครามมหาสมุทรแปซิฟิกที่รบกับชิลีอีกด้วย

เมืองอาเรกีปาเคยประสบภัยจากแผ่นดินไหวหลายครั้ง ในปี 2001 เกิดแผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่ถึงแมกนิจูด 7.9[3] ในปี 2002 เกิดการหยุดงานและการประท้วงอย่างรุนแรงเพื่อต่อต้านการแปรรูปโรงงานไฟฟ้าท้องถิ่น จนทำให้ประธานาธิบดีอเลคันโดร โทเลโดต้องประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉิน[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. City Population:Peru
  2. Rob Rachowiecki and Charlotte Beech, Peru, Lonely Planet, p 121
  3. "7.9 quake rumbles coastal Peru". CNN.com. 2001-06-23.  (อังกฤษ)
  4. "Peru's president calls state of emergency". CNN.com. 2002-06-16.  (อังกฤษ)