อาสาสมัคร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อาสาสมัคร (volunteer) หมายถึง ผู้ที่สมัครใจทำงานเพื่อประโยชน์แห่งประชาชนและสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงิน หรือสิ่งอื่นใด บุคคลที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือสังคมด้วยความสมัครใจ เสียสละ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ป้องกัน แก้ไขปัญหาและ พัฒนาสังคม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

คุณสมบัติที่สำคัญของอาสาสมัครมี 3 ประการ คือ ทำงานด้วยความสมัครใจไม่ใช่ด้วยการถูกบังคับหรือเป็นเพราะหน้าที่ เป็นงานเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมหรือสาธารณประโยชน์ และทำโดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงิน หรือสิ่งของมีมูลค่าแทนเงิน

ผลตอบแทนที่อาสาสมัครได้รับคือความสุข ความภูมิใจที่ได้ปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน สังคม และประเทศชาติ ในปฏิญญาอาสาสมัครได้ให้ความหมายไว้ว่า

ปัจจุบัน มีมูลนิธิในกรุงเทพมหานครมากมาย และมีมูลนิธิหลัก ๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดีในเขตกรุงเทพมหานคร ดังนี้ 1.มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 2.มูลนิธิร่วมกตัญญู

โดย 2 มูลนิธินี้ จะมีการแบ่งเขตพื้นที่และวันที่รับผิดชอบไว้อย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็นสองเขตคือ บกน.เหนือ และ บกน.ใต้ ซึ่งบกน.เหนือ รวมถึงเขตจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานีรวมถึงโซนมีนบุรีด้วย ส่วน บกน.ใต้ ได้รวมถึงพื้นที่ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ และโซนธนบุรีทั้งหมด โดยการปฏิบัติหน้าที่จะทำการแบ่งตามเวลาเป็นช่วงเวลาคือ เวลา 08.00 น. ถึงเวลา 08.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น วันนี้เขต บกน.ใต้และธน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรับผิดชอบ ก็จะรับผิดชอบในเขตตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันนี้จนถึงเวลา 08.00 น. ของวันรุ่งขึ้น แต่ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูจะรับผิดชอบอีกเขตหนึ่งก็คือ เขต บกน.เหนือ นนทบุรีและปทุมธานี จาก 08.00 น. ของวันนี้ จนถึงเวลา 08.00 น. ของวันรุ่งขึ้นเช่นเดียวกัน เวลารับผิดชอบตรงกัน แต่เขตรับผิดชอบต่างกัน ด้วยเหตุนี้ ทำให้ลดปัญหาการทะเลาะวิวาท ของอาสาสมัครเมื่อจะเข้าทำการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บไปได้มากเลยทีเดียว

แต่ปัจจุบันได้เกิดมูลนิธิและกลุ่มอาสาสมัครขึ้นมากมาย กลุ่มอาสาเล็ก ๆ พวกนี้จึงกลายเป็นปัญหาของการช่วยเหลือสังคมอย่างพูดไม่ออก เพราะอาสาสมัครที่ตั้งตนขึ้นเป็นศูนย์ประสานงานต่าง ๆ มักจะมีปัญหาเมื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า " แย่งคนเจ็บ " ซึ่งต้นเหตุของการแย่งคนเจ็บนี้ก็มีผลพวงมาจากการจ่ายค่านำผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลของเอกชน หรือที่เรียกกันว่า " ค่าเคสท์ " จนเป็นที่ติดปากของประชาชนทั่วไปนั่นเองนั่นเอง

ปัจจุบันมีโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ที่จ่ายค่าเคสท์ให้กับอาสาสมัครตลอดจนถึงพลเมืองดีที่นำผู้ได้รับบาดเจ็บจากการประสบเหตุต่าง ๆ เมื่อนำส่งโรงพยาบาล และหลังจากนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางโรงพยาบาลก็จะจ่ายค่านำส่งผู้บาดเจ็บหรือค่าเคสท์ทันที หรือนัดวันมารับต่อไป

มูลนิธิเล็ก ๆ และกลุ่มอาสาสมัครที่ได้ตั้งตนขึ้นเป็นศูนย์ประสานงานต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย วิ่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บโดยหวังผลประโยชน์ตอบแทนทั้งวันทั้งคืน โดยไม่สนว่าเขตใครคือเขตใคร ถึงแม้มาถึงทีหลังก็หาเรื่องทะเลาะโวยวายอาสาสมัครที่มาถึงอยู่ก่อนแล้ว พยายามจะแย่งคนเจ็บ เพื่อที่ตนจะได้นำส่งโรงพยาบาลเพื่อค่าตอบแทนนั่นเอง จุดนี้จึงเป็นปัญหาที่ทำให้ประชาชนทั่วไปมองว่า อาสาสมัครทั้งหมดไม่ดีบ้าง ทำแล้วหวังผลตอบแทนบ้าง ปัญหาที่น่าคิด ในเมื่อประชาชนทั่วไปมองกลุ่มอาสาสมัครแบบนั้น แล้วเราควรทำอย่างไร ให้ความคิดที่ว่าอาสาสมัครช่วยคนหวังผลตอบแทนหมดไปจากใจประชาชนคนไทยทั้งชาติเสียที