อาร์บีเอส-15

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อาร์บีเอส-15
Rb15.JPG
อาร์บีเอส 15 (ขวา)
ชนิด ต่อต้านเรือ และ โจมตีพื้นดิน
สัญชาติ สวีเดน
บทบาท
ประจำการ 1985- ปัจจุบัน
ผู้ใช้งาน ดูที่ ผู้ใช้
ประวัติการผลิต
บริษัทผู้ผลิต ซาบโบฟอร์สไดนามิค, Diehl BGT Defence
ข้อมูลจำเพาะ
น้ำหนัก 800 กก
ความยาว 4.33 ม
เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ซม

หัวรบ 200 กก ระเบิดแรงสูง ระเบิด
กลไกการจุดชนวน ฉนวนกระทบ หรือ proximity

เครื่องยนต์ เทอร์โบเจ็ต
ความยาวระหว่างปลายปีก 1.4 ม
พิสัยปฏิบัติการ 250 กม
ความสูงปฏิบัติการ เรี่ยพื้นน้ำ
ความเร็ว ต่ำกว่าเสียง
ระบบนำวิถี inertial, จีพีเอส, เรดาร์ (เจแบนด์)
ใช้กับ เรือผิวน้ำ, อากาศยาน ฐานยิงขีปนาวุธบนบก

อาร์บีเอส-15 (โรบอตซิสเต็ม 15) เป็นขีปนาวุธพื้นสู่พื้น, พื้นสู่อากาศ และอากาศสู่พื้น ต่อต้านเรือผิวน้ำระยะไกล ที่พัฒนามาจากรุ่น Mk. III โดยบริษัทซาบโบฟอร์สไดนามิค ประเทศสวีเดนRBS-15(Robotsystem 15) เป็นหนึ่งในผลผลิตอาวุธปราบเรือรบเก่าแก่อีกรุ่นนึงของยุโรปผลิตโดย ซาบ-โบฟอส ไดนามิกส์ ของประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นอาวุธนำวิถีโจมตีเรือยิงจากเรือรบ ฐานยิงชายฝั่ง หรืออากาศยานปีกตรึงก็ได้เช่นกัน จัดเป็นอีกรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงอีกรุ่นนึงของโลกแต่ทำตลาดไม่ค่อยได้ แผนแบบทั่วไปคล้ายคลึงกับออตโตแมตของอิตาลีแต่เล็กกว่าเล็กน้อยและสามารถติดตั้งบนอากาศยานได้

อาร์บีเอส-15 นั้นพัฒนาเพื่อนำมาทดแทน อาร์บีโอ-8เอกับอาร์บี-04อี ที่พัฒนาหลังโซเวียตในช่วงทศวรรษที่1960 เพื่อติดตั้งกับ บ.ข.รุ่นใหม่ของสวีเดนอย่าง เจ-37วิกเก้นและเจเอเอส-39กรีเพ้น ของท.อ.สวีเดน โดยสวีเดนได้ร่วมพัฒนาระบบอาวุธโจมจีเรือที่มีชื้อเสียงอย่างเพนกวิ้น มาร์ค-2 (อาร์บี-12) เฮลไฟร์ เอจีเอ็ม-114บี (อาร์บี-17)ในช่วงปี1991-92

อาร์บีเอส-15เตรียมพัฒนาหลังจากระงับแผนการพัฒนา อาร์บี-08เอ โดยลงนามในปี1977พอปี1979ก็เริ่มลงทำการผลิตโดยก่อนหน้านี่อเมริกาและฝรั่งเศสเสนอให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ฮาร์พูน และ เอ็กซ์โซเซท ตามลำดับ แต่สวีเดนยังคงพัฒนาอาร์บีเอส-15ต่อไป โดยในเดือนกรกฎาคมปี1981จึงเริ่มทำการทดสอบยิงพอถึงปี1985 ท.ร.สวีเดนจึงสั่ง อาร์บีเอส-15 มาร์ค-1เข้าประจำการ

อาร์บีเอส-15 มาร์ค-1 นั้นมีมิติดังนี้ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง50ซ.ม. ความยาว4.35ม. น้ำหนักรวมบูสเตอร์780ก.ก. หัวรบระเบิดแรงสูงเจาะเกราะ250ก.ก. ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ต ทีอาร์ไอ60-1-077 แรงขับ370ก.ก. ความเร็วโคจร0.9มัค ความเร็วเมื่อใช้บุสเตอร์ส่งจากท่อยิง0.7มัค ระยะยิง70ก.ม. รุ่นใช้ยิงทางอากาศระยะยิง150ก.ม. โดยแบ่งรุ่นดังนี้

อาร์บีเอส-15เอ็ม มาร์ค-1 ติดตั้งบนเรือ[แก้]

อาร์บีเอส-15เค มาร์ค-1 ภารกิจยิงจากชายฝั่งใช้รถปฏิบัติการ4คัน รถบบรทุกจรวด2คันๆล่ะ4ท่อยิง 1คันรถเรดาห์ และ1คันรถบังคับการ สวีเดนสั่งเข้าประจำการปี1993

อาร์บีเอส-15เอฟ มาร์ค-1[แก้]

อาร์บีเอส-15เอฟ มาร์ค-1 ติดตั้งกับอากาศยาน เจ-37วิกเก้น ในปี1989

อาร์บีเอส-15มาร์ค-1 นั้นใช้ระบบค้นหาเป้าหมายทางอิเล็คทรอนิคแบบ9จีอาร์400 เรดาห์ เคยู-แบนด์ความถี่0.2-1.0ไมโครเซค ระบบอำนวยการรบแบบ9แอลวี200 เรดาห์มีมุมกวาดทางราบ30องศา ทางสูง15องศา

ในปี1991 ซาบ กำหนดโครงการอัพเกรด อาร์บีเอส-15 ภายใต้ชื่อทีเอสเอ แผนอัพเกรดเทอร์น่า เพื่อให้อาวุธปล่อยสามารถลิงซ์เชื่อมต่อแก้ไขข้อมูลเป้าหมาย ระบบหัวค้นหาอินฟาเรด กล้องทีวี และระบบเรดาห์แสดงภาพเป้าหมายที่ค้นเจอ เริ่มอัพเกรดปี1993จากมาร์-1เป็นมาร์ค-2 โดยรุ่นยิงจากเรือรบชื่อ อาร์บีเอส-15เอ็ม มาร์ค-2และทำการอัพเกรดมาร์ค-1เป็นมาร์ค-2ทั้งหมดในช่วงปี1994-97ติดตั้งเรดาห์ดิจิตอล เอฟเอ็มดับบิวซี แยกค้นหาและประมวลผลที่จับได้ด้วยการรวมสิ่งที่เรดาห์พบเข้าด้วยกันเช่นฉากหลังของเรือที่จอดชายฝั่งเพื่อการโจมตีเป้าหมายที่แม่นยำ มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น800ก.ก. สามารถเลี้ยงหัก90องศาด้วยความเร็วสูงทนแรงจีได้สูงถึง8จี ระยะยิง150ก.ม.

นอกจากนั้น อาร์บีเอส-15ยังมีรุ่นเอเอ็มไอเค ที่ติดตั้งหัวรบค้นหาแบบอินฟาเรดกำลังสูงสำหรับยิงจากอากาศยานใช้แผนแบบการพัฒนา ซีเอเอสโอเอ็ม ของบริติส-แอร์โรว์สเปซ เข้ามาพัฒนาด้วย หัวรบมาสามารถค้นหาด้วยความละเอียด8-12ไมครอน ซึ่งมีขีดความสามารถในการค้นหาและโจมตีเป้าหมายอัตโนมัติ

ในปี1995จึงมีแผนอัพเกรดเป็นรุ่น มาร์ค-3 และลงนามร่วมพัฒนาระหว่าง ซาบของสวีเดนกับ เดลแอล-บีจีที แห่งเยอรมันในปี1999เพื่อทำการอัพเกรดและผลิต มาร์ค-3 ซึ่งใช้เชื้อเพลิงเจพี-10 ระยะยิง200ก.ม. โคจรต่ำเข้าหาเป้าหมายที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล2ม. สามารถกำหนดจุดเลี้ยวเข้าตีเป้าหมายได้ ดัดแปลงช่องรับอากาศเข้าให้มีการสะท้อนเรดาห์ต่ำลงตรวจจับจากข้าศึกได้ยาก ระบบสงครามอิเล็คทรอนิค ระบบเดินอากาศจีพีเอส/ไอเอ็นเอส สำหรับโจมตีเป้าหมายชายฝั่ง บริษัท เดลแอล-บีจีที ดีเฟน์ท ได้รับสัญญาจากท.ร.ในการติดตั้ง อาร์บีเอส-15เอ็ม มาร์ค-3 กับ เรือคอร์เวตชั้น เค-130 ของเยอรมันในวันที่22กันยายนปี2005 พอวันที่6ตุลาคมปี2006 โปแลนด์ลงนามจัดหาอาร์บีเอส-15มาร์ค-3 ไปใช้กับเรือรบ

น้ำหนักตัวจรวดลดลงเหลือ630ก.ก. ไม่รวมบูสเตอร์ ปล่อยความร้อนหรือรังสีอินฟาเรดน้อยมากยากต่อการตรวจจับด้วยระบบเซนเซอร์ความร้อน อายุการใช้งานของอาวุธปล่อยที่30ปี นอกจากนั้นอาร์บีเอส-15มาร์ค-3 ยังเลือกติดตั้งระบบค้นหาและนำทางเป้าหมายแบบเรดาห์และหัวค้นหาอินฟาเรดเพื่อใช้งานคู่กันในการโจมตีเป้าหมายให้แม่นยำมากขึ้น โดยหัวรบมีน้ำหนักลดลงเหลือ200ก.ก.

นอกจากอาร์บีเอส-15มาร์ค-3 จะทนทานต่อการแจมสัญญาณ ก่อกวนด้วยระบบสงครามอิเล็คทรอนิคแล้ว ยังมีโหมดเพื่อใช้ในการโจมตีหลากหลาย เช่นยิงข้ามเกาะที่ฉากบังเรือฝ่ายเราเข้าหาเป้าหมาย ใช้ฮ.หรืออากาศยานลิงซืเชื่อมข้อมูลเป้าหมาย กำหนดเส้นทางโคจร การกำหนดค้นหาพื้นที่เป้าหมาย การซัลโวหาเป้าหมายในทิศทางต่างๆกันเพื่อทำให้ระบบป้องกันเรือเป้าหมายทำงานได้ยาก ซึ่งหากทำการยิงในระยะไม่เกิน165ก.ม. สามารถกำหนดจุดเลี้ยวได้ถึง25จุด

อาร์บีเอส-15เอสเอฟ หรือ มาร์ค-2 ของ ฟินแลนด์นำไปติดตั้งภารกิจป้องกันฝั่งในชื่อ เอ็มทีโอ-85(จำนวน70คัน) ส่วนมาร์ค-3 ใช้ชื่อ เอ็มทีโอ-85เอ็ม(จำนวน48คัน) ส่วนของโครเอเชีย ใช้ชื่อ เอ็มโอแอล สามารถรองรับอาร์บีเอส-15มาร์ค2/3ได้4นัดต่อคัน

อาร์บีเอส-15 มาร์ค-4 เริ่มโครงการพัฒนาไปในปี2003 ระยะยิง400-100ก.ม.

สำหรับกองทัพไทยนั้นได้จัดหา อาร์บีเอส-15เอฟ (ส่วนรุ่นไม่ทราบ แต่น่าจะมาร์ค-3ที่ใช้กันในปัจจุบัน)มาติดตั้งกับบ.ข.แบบ เจเอสเอส-39 กรีเพ้น เพื่อเสริมขีดความสามารถในการโจมตีทางทะเล


ประเทศผู้ใช้งาน[แก้]

ธงของประเทศโครเอเชีย โครเอเชีย
ธงของประเทศฟินแลนด์ ฟินแลนด์
ธงของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เยอรมนี
ธงของประเทศโปแลนด์ โปแลนด์
ธงของประเทศสวีเดน สวีเดน

สั่งซื้อ[แก้]

 ไทย

อดีตผู้ใช้งาน[แก้]

Flag of SFR Yugoslavia.svg ยูโกสลาเวีย


แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]