อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

(เปลี่ยนทางมาจาก อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา)
อนุสรณ์สันติภาพ
ฮิโระชิมะ
(โดมปรมาณู)
*
ชาวเมืองเดินผ่านอนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะระหว่างทางไปร่วมงานรำลึกถึงความสูญเสียเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2547
ชาวเมืองเดินผ่านอนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะระหว่างทางไปร่วมงานรำลึกถึงความสูญเสียเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2547
ชื่อเรียก
ภาษาอังกฤษ Hiroshima Peace Memorial
(Genbaku Dome)
ภาษาฝรั่งเศส Mémorial de la paix d'Hiroshima
(Dôme de Genbaku)
ภาษาจีน 广岛和平纪念公园
(原爆圓頂)
ภาษาญี่ปุ่น 広島平和記念公園
(原爆ドーム)
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง จังหวัดฮิโระชิมะ
Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
ปีที่ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2539
เกณฑ์พิจารณา (vi)
ลิงก์ องค์การยูเนสโก
*ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีมรดกโลก

อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะ (ญี่ปุ่น: 広島平和記念碑; อังกฤษ: Hiroshima Peace Memorial) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า โดมปรมาณู (ญี่ปุ่น: 原爆ドーム; อังกฤษ: Atomic Bomb Domb) ตั้งอยู่ในเมืองฮิโระชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ในอาณาเขตของสวนสันติภาพฮิโระชิมะได้รับการก่อตั้งเป็นอนุสรณ์ในปี พ.ศ. 2539 และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีเดียวกัน[1]

อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะเป็นอาคารที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางการระเบิดมากที่สุดในบรรดาอาคารที่ยังตั้งทนต่อแรงระเบิด[2] ตัวอาคารได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพหลังจากถูกระเบิด ปัจจุบันได้กลายเป็นอนุสรณ์เตือนให้ระลึกถึงพลังทำลายล้างของระเบิดปรมาณู และเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในสันติภาพและการต่อต้านการใช้อาวุธปรมาณู

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

[แก้] การก่อสร้าง

ศูนย์จัดแสดงสินค้าแห่งฮิโระชิมะ

โดมปรมาณูเดิมถูกก่อสร้างเป็น ศูนย์การประชุมพาณิชยกรรมแห่งฮิโระชิมะ (ญี่ปุ่น: 広島県物産陳列館) ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาการตลาดของผลิตภัณฑ์ของเมืองฮิโระชิมะ ซึ่งเป็นเมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในฐานะเมืองสงคราม เพราะเป็นที่ตั้งของศูนย์บัญชาการในสมัยสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง[3]

จังหวัดฮิโระชิมะอนุมัติการก่อสร้างใน พ.ศ. 2453 และเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2457[4] ตัวอาคารเดิมออกแบบโดยสถาปนิกชาวเชกชื่อว่า Jan Letzel[5] สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2458 เปิดใช้งานในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ในปี พ.ศ. 2464 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์จัดแสดงสินค้าแห่งฮิโระชิมะ (ญี่ปุ่น: 広島県商品陳列所) และในปี พ.ศ. 2476 ถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น ศูนย์ประชาสัมพันธ์เชิงอุตสาหกรรมแห่งฮิโระชิมะ (ญี่ปุ่น: 広島県産業奨励館) ภายในศูนย์แห่งนี้มีการแสดงและวางขายสินค้าที่ผลิตในฮิโระชิมะ รวมทั้งแสดงงานศิลปะต่าง ๆ[6] แต่เมื่อสงครามเริ่มทวีความรุนแรง การแสดงสินค้าก็ถูกลดลงจนถูกยกเลิกไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2487[5]

[แก้] ระเบิดประมาณู

ในวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 เวลา 8 นาฬิกา 15 นาที[7] ระเบิดปรมาณูลิตเติลบอยระเบิดห่างจากโดมปรมาณูทางทิศตะวันออก 150 เมตร และสูงเหนือพื้นดิน 580 เมตร[2] สันนิษฐานว่า 1 วินาทีหลังจากที่ลิตเติลบอยระเบิดอาคารก็พังทลาย แม้ว่าส่วนอาคารทั้ง 3 ชั้นจะพังทลายเกือบทั้งหมด แต่ส่วนโดมตรงกลางและกำแพงโดยรอบกลับรอดมาได้ เพราะแรงระเบิดนั้นเกิดขึ้นเหนืออาคารพอดี[8] คาดว่าเจ้าหน้าที่ประมาณ 30 คนที่อยู่ในอาคารเสียชีวิตทั้งหมด[9]

[แก้] การอนุรักษ์

อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะเมื่อปี พ.ศ. 2488

การฟื้นฟูฮิโระชิมะเริ่มขึ้นจากการสร้างอาคารชั่วคราวบนพื้นดินที่ราบเป็นหน้ากลอง ในระหว่างนั้น ซากโครงเหล็กรูปโดมของศูนย์ประชาสัมพันธ์เชิงอุตสาหกรรมก็เป็นที่เห็นเด่นชัดจนชาวเมืองพากันเรียกว่าโดมประมาณู จนติดปาก [10]

โดมปรมาณูกลายเป็นที่รู้จักในฐานะของสัญลักษณ์ความโหดร้ายของระเบิดปรมาณู แต่ชาวเมืองกลับอยากให้ทำลายทิ้ง เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้นึกถึงความโหดร้ายของการทิ้งระเบิด[11] จึงทำให้มีการถกเถียงกันว่าควรจะอนุรักษ์หรือทำลาย[4] เทศบาลเมืองฮิโระชิมะในขณะนั้นไม่เห็นด้วยกับการอนุรักษ์ด้วยสาเหตุที่ว่าการอนุรักษ์ทำให้เกิดภาระทางการเงินมาก และต้องการใช้ทรัพยากรที่จำกัดไปในการฟื้นฟูเมืองมากกว่า แต่เมื่ออิจิโร คะวะโมะโตะ นักต่อสู้เพื่อสันติภาพ ได้อ่านข้อความว่า "ศูนย์ประชาสัมพันธ์เชิงอุตสาหกรรมที่น่าสงสารนั้นคงจะประกาศชนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของระเบิดประมาณูตลอดไป" ในอนุทินของฮิโระโกะ คะจิยะมะ เด็กสาวซึ่งเสียชีวิตใน พ.ศ. 2503 ด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว[12] เขาจึงเริ่มการรณรงค์ให้อนุรักษ์โดมประมาณูไว้[13] จนในพ.ศ. 2509 สภาเทศบาลเมืองฮิโระชิมะก็ลงความเห็นให้อนุรักษ์โดมปรมาณูไว้ตลอดไป[4][10] ในการระดมทุนสำหรับการก่อสร้างเพื่อเก็บรักษาโดมปรมาณู สามารถรวบรวมเงินจากชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศและชาวต่างชาติทั่วโลกได้ถึง 66 ล้านเยน[4][6] การซ่อมแซมครั้งแรกเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2510 และเสร็จสิ้นในวันที่ 5 สิงหาคม ในปีเดียวกัน[14]

20 ปีหลังจากการซ่อมแซมครั้งแรก เริ่มมีรอยร้าวบนกำแพงและการกัดกร่อนของโครงเหล็ก จึงต้องมีการซ่อมแซมอีกครั้งในปี พ.ศ. 2532 ในครั้งนี้ได้รับเงินบริจาคถึงกว่า 395 ล้านเยน ซึ่งมากกว่าเป้าที่ตั้งไว้เกือบ 4 เท่า[15] เงินส่วนที่เหลือจากการซ่อมแซมถูกนำมาตั้งเป็นกองทุนเพื่อการอนุรักษ์โดมปรมาณู[4] และมีการตรวจความแข็งแรงทุก ๆ 3 ปี

[แก้] ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2539 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ตัวแทนจากจีนตั้งข้อสงสัยในการรับรองให้อนุสรณ์แห่งนี้เป็นมรดกโลก เพราะจีนเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่อนุสรณ์แห่งนี้อาจถูกนำไปใช้บิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อกล่าวร้ายศัตรูของญี่ปุ่น และตัวแทนจากสหรัฐอเมริกาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการขึ้นทะเบียนอนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะเป็นมรดกโลก เพราะยังขาดมุมมองทางประวัติศาสตร์[16][2] แต่คณะกรรมการมรดกโลกก็ตัดสินให้อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะผ่านหลักเกณฑ์ทางวัฒนธรรม ข้อ (vi) ที่ว่า เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ พ.ศ. 2539[17]

[แก้] ตัวอาคาร

ศูนย์การประชุมพาณิชยกรรมแห่งฮิโระชิมะได้รับการอนุมัติให้ก่อสร้างในปี พ.ศ. 2453 โดยสร้างบริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโมะโตะยะซุ ตัวอาคารเป็นแบบตะวันตก มีสามชั้น เป็นอิฐเสริมโครงเหล็กบางส่วน ด้านหน้าตรงกลางมีห้าชั้น มีโดมทองแดงอยู่ด้านบน[18] และมีชั้นใต้ดินหนึ่งชั้น ประตูทางเข้าทำด้วยหิน[10] มีทั้งสวนแบบตะวันตกและสวนแบบญี่ปุ่น[18]

เมื่อถูกระเบิดทำลายในวันที่ 6 สิงหาคม ตัวอาคารโดนทำลายเกือบทั้งหมด เหลือเพียงบริเวณโครงของโดมตรงกลางและกำแพงโดยรอบ จึงเป็นที่มาของชื่อโดมปรมาณู มีการสร้างโครงเหล็กเพื่อยึดจากด้านใน ให้โดมประมาณูคงอยู่ในสภาพซากหลังจากถูกทำลาย[4]

[แก้] ภาพ

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ Hiroshima Peace Memorial (Genbaku Dome). UNESCO. สืบค้นวันที่ 2009-03-29
  2. ^ 2.0 2.1 2.2 War and Peace. The Japan Times Online (2007-06-08). สืบค้นวันที่ 2009-03-30
  3. ^ Imperial Headquarters in Hiroshima. Peace Memorial Museum. สืบค้นวันที่ 2009-03-29
  4. ^ 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 A-bomb Dome Registered as World Heritage. Hiroshima City. สืบค้นวันที่ 2009-03-30
  5. ^ 5.0 5.1 A-Bomb Dome. Peace Memorial Museum. สืบค้นวันที่ 2009-03-29
  6. ^ 6.0 6.1 原爆ドーム物語. Hiroshima City. สืบค้นวันที่ 2009-04-01
  7. ^ Hiroshima Peace Memorial Ceremony.
  8. ^ Yosuke Sakurai. A-bomb Dome more than just a historic site. Daily Yomiuri Online: Lens on Japan. สืบค้นวันที่ 2009-03-30
  9. ^ จำนวนผู้เสียชีวิตในอาคารได้จากการประมาณโดยใช้รายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในเวลาทิ้งระเบิด ดังนั้น จำนวนผู้เสียชีวิตในอาคารจริง ๆ อาจมากกว่า 30 คน เพราะมีผู้เสียชีวิตอื่น ๆ เช่นชาวเมืองที่มาใช้บริการในเวลานั้นด้วย
  10. ^ 10.0 10.1 10.2 原爆ドーム. 広島平和記念資料館WEBSITE. สืบค้นวันที่ 2009-03-30
  11. ^ 消えた「原爆十景」追う. The Chugoku Shimbun Online (2007-04-30). สืบค้นวันที่ 2009-03-31
  12. ^ Atomic Bomb Dome. สืบค้นวันที่ 2009-03-30
  13. ^ 原爆ドーム 平和願う国内外の支え. Yomiuri Online. สืบค้นวันที่ 2009-03-31
  14. ^ Fading Memories of the Bombings - The Ground Zero Restoration Movement Grows. NHK. สืบค้นวันที่ 2009-04-01
  15. ^ Knowing What the War Was Like. NHK. สืบค้นวันที่ 2009-04-01
  16. ^ STATEMENTS BY CHINA AND THE UNITED STATES OF AMERICA DURING THE INSCRIPTION OF THE HIROSHIMA PEACE MEMORIAL (GENBAKU DOME). สืบค้นวันที่ 2009-04-01
  17. ^ Hiroshima Peace Memorial (Genbaku Dome). UNESCO. สืบค้นวันที่ 2009-04-01
  18. ^ 18.0 18.1 原爆ドーム(旧広島県産業奨励館). Cultural Heritage Online. สืบค้นวันที่ 2009-04-04

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

พิกัดภูมิศาสตร์: 34°23′45″N, 132°27′12″E

เครื่องมือส่วนตัว