หมู่เกาะต้นปาล์ม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพเกาะปาล์มจูไมราห์

หมู่เกาะต้นปาล์ม (อังกฤษ: The Palm Islands) เป็นโครงการก่อสร้างเกาะจำลองบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ใน ดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยแต่ละเกาะจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนต้นปาล์ม และล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลม โดยพื้นที่จะมีการจัดเป็นที่อยู่อาศัย และรีสอร์ท การพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ

ในโครงการจะมีการสร้างทั้งหมด 3 เกาะได้แก่ ปาล์มจูไมราห์, ปาล์มเดียรา และปาล์มเจเบล อาลี

ประวัติ[แก้]

เชค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิต อัล มาคทูม ( Shiekh Mohammed bin Rashid Al Maktoum) เจ้าผู้ปกครองเมืองดูไบ นายกรัฐมนตรี และรองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นายทุนใหญ่เจ้าของโครงการนี้ ได้โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ปลูกสร้างเป็นเกาะเทียมในทะเล ไม่ไกลจากชายฝั่ง ประกอบด้วยโครงการใหญ่ถึง 3 โครงการ คือ ปาล์ม Jumeirah, ปาล์ม Deira และ ปาล์ม Jebel Ali โดยโครงการ The Palm Jumeirah ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2001 ตามมาด้วยโครงการ The Palm Jebel Ali สร้างต่อมาในปี 2004 และจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ด้วยโครงการที่ 3 คือ The Palm Deira ที่คาดกันว่าน่าจะเสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 10-15 ปี ทั้ง 3 โครงการดำเนินการโดยคณะวิศวกรและบริษัทก่อสร้าง Jan de Nul Group จากประเทศเบลเยี่ยม และบริษัท Van Oord จากประเทศเนเธอร์แลนด์

รายละเอียดโครงการ[แก้]

The Palm Jumeirah[แก้]

ถือเป็นโครงการแรก มีขนาดพื้นที่ประมาณ 25 ตารางกิโลเมตร และถูกล้อมด้วยเขื่อนหินทิ้งถึง 7 ล้านตัน ที่มีความยาวประมาณ 11 กิโลเมตร มาเรียงเป็นคันเขื่อนที่มีแนวอาคารเรียงรายตลอดแนวรูปวงกลมนี้ โดยแนวชายฝั่งเทียมที่สร้างขึ้นนี้จะทำให้ชายฝั่งทะเลของดูไบเพิ่มขึ้นอีก 78 กิโลเมตร ได้เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 2001 ประกอบด้วยบ้านสไตล์วิลลาชายทะเล 1.400 หลังและอพาร์ทเมนต์สุดหรู ประมาณ 2,500 หน่วย (ที่ผู้พักอาศัยสามารถจะย้ายเข้าพักได้ในปี ค.ศ. 2006) มีท่าจอดเรือยอชต์สำหรับผู้พักอาศัยในโครงการนี้ ลักษณะผังเมื่อมองจากด้านบน จะเป็นรูปลำต้นปาล์มขนาดยักษ์ ตรงยอดเป็นแนวของใบปาล์ม 11 แนว ล้อมด้วยแนวเขื่อนกั้นคลื่นเป็นรัศมี

ส่วนของลำต้นซึ่งเป็นอาคารทรงยาว มีสวนน้ำขนาดใหญ่ เครื่องเล่นทันสมัยสารพัดชนิด ร้านอาหารนานาชาติจำนวนนับร้อยร้าน ทั้งร้านอาหารระดับภัตตาคารยุโรป อาหารทะเล อาหารอาหรับ และร้านอาหารทันสมัยประเภทฟาสต์ฟู้ด ศูนย์การค้าที่มีสินค้าชั้นยอดจากยุโรปและอเมริกา ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ฯลฯ ไปจนถึง Taj Exotica Resort&Spa ซึ่งเป็นสปาชั้นเยี่ยมของโลก และยังมีโรงแรมระดับสี่ดาวไปจนเกินหกดาว ราคาค่าห้องตกอยู่คืนละนับหมื่นเหรียญอเมริกัน และยังมีกิจกรรมกีฬาต่างๆ ที่เป็นกิจกรรมภายในอาคาร โดยเฉพาะสกีโดมที่มีการทำศูนย์การเล่นสกีหิมะในร่ม ซึ่งส่วนบริการกลางนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 2004 และโครงการทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 2008

การก่อสร้างใช้เวลา 7 ปี ใช้แรงงานก่อสร้างจากแหล่งงานสำคัญจากประเทศต่างๆจากเอเชียใต้ เช่นอินเดีย ปากีสถาน และบังคลาเทศ เพราะแรงงานเหล่านี้เป็นแรงงานราคาถูกที่สุด โดยทำงานผลัดกัน 2–3 ช่วงต่อวัน ช่วงละ 8 ชั่วโมง แล้วแต่อุณหภูมิในฤดูต่างๆ ซึ่งช่วยให้การก่อสร้างรุดหน้าได้อย่างรวดเร็วและเสร็จสมบูรณ์ตามแผนที่กำหนด

อ้างอิง[แก้]