สงครามอิตาลี (ค.ศ. 1499-1504)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สงครามอิตาลีครั้งที่ 2
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามอิตาลี
วันที่ ค.ศ. 1499 จนถึง ค.ศ. 1504
สถานที่ อิตาลี
ผลลัพธ์ ไม่ชัดเจน
ดินแดน
เปลื่ยน
ลอมบาร์ดีตกเป็นของฝรั่งเศส
เนเปิลส์ตกเป็นของสเปน
คู่ขัดแย้ง
Pavillon royal de la France.svg ฝรั่งเศส,
Flag of Most Serene Republic of Venice.svg สาธารณรัฐเวนิส
Siñal d'Aragón.svg ราชอาณาจักรอารากอน (ถึง ค.ศ. 1501)
Flag of Milan.svg อาณาจักรดยุคแห่งมิลาน,
Flag of the Kingdom of Naples.svg ราชอาณาจักรเนเปิลส์,
Siñal d'Aragón.svg ราชอาณาจักรอารากอน (หลัง ค.ศ. 1501)
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
หลุยส์ ดามาญญัค ดยุคแห่งนามูร์ กอนซาโล แฟร์นานเดซ เดอ คอร์โดบา
บาร์โทโลเมโอ ดาลวิอาโน

สงครามอิตาลี (ค.ศ. 1499-1504) หรือ สงครามอิตาลีครั้งที่ 2 หรือ สงครามอิตาลีของหลุยส์ที่ 12 หรือ สงครามชิงเนเปิลส์ (อังกฤษ: Italian War of 1499–1504 หรือ Second Italian War หรือ Louis XII's Italian War หรือ War over Naples) เป็นส่วนหนึ่งของมหาสงครามอิตาลี (ค.ศ. 1494-1559) ที่เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1499 จนถึง ค.ศ. 1504 สงครามอิตาลีครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นการต่อสู้ระหว่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 12 แห่งฝรั่งเศสและพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งสเปนโดยมีผู้สนับสนุนในจากมหาอำนาจในอิตาลี หลังจากสงครามอิตาลีครั้งที่ 1 พระเจ้าหลุยส์ก็ทรงดำเนินความพยายามในการอ้างสิทธิในราชบัลลังก์ของอาณาจักรดยุคแห่งมิลานและราชอาณาจักรเนเปิลส์ต่อไป

ในปี ค.ศ. 1499 พระเจ้าหลุยส์ก็ทรงทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับสาธารณรัฐเวนิสและสวิส และทรงนำทัพมารุกรานอาณาจักรดยุคแห่งมิลาน เมื่อลุโดวิโค สฟอร์ซา ดยุคแห่งมิลาน (Ludovico Sforza) กลับมาจาการไปจ้างทหารรับจ้างสวิสก็พบว่ามิลานถูกยึดครองโดยจาน จิอาโคโม ทริวูลซิโอ (Gian Giacomo Trivulzio) ผู้เป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศส ไม่นานกองทัพของลุโดวิโคก็แตกระส่ำระสาย และลุโดวิโคเองถูกจับตัวไปขังไว้ในฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1501 พระเจ้าหลุยส์ก็ทรงลงพระนามในสนธิสัญญาเทรนเทกับจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนที่ 1 ตามข้อตกลงในสนธิสัญญาออสเตรียรับรองการยึดดินแดนของฝรั่งเศสทางตอนเหนือของอิตาลีทั้งหมด

จากนั้นพระเจ้าหลุยส์ก็ทรงมีความมั่นพระทัยจากการที่ทรงได้รับความสำเร็จ จนไปทรงทำพันธสัญญาพันธมิตรกับพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งสเปนเพื่อต่อต้านเนเปิลส์ โดยทรงเสนอแบ่งเนเปิลส์ พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ทรงยินดีตกลงตามข้อเสนอในสนธิสัญญากรานาดาที่ลงนามกันเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1500 ตามข้อตกลงในสนธิสัญญาสเปนสนับสนุนฝรั่งเศสในการอ้างสิทธิในราชอาณาจักรเนเปิลส์ เป็นการแลกเปลี่ยนกับดินแดนที่จะทรงได้รับจากการแบ่ง

ในปี ค.ศ. 1501 กองทัพฝรั่งเศสและสเปนก็ยึดเนเปิลส์ แต่หลังจากนั้นกษัตริย์ทั้งสองพระองค์ก็ทรงทะเลาะกันเรื่องการแบ่งดินแดนที่ได้มา พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ทรงยืนยันให้ยอมรับว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของทั้งเนเปิลส์ และ ซิซิลี ที่เป็นผลให้นำไปสู่สงครามระหว่างฝรั่งเศสและสเปน หลังจากที่ทรงได้รับความพ่ายแพ้ในยุทธการแซรินโยลา (Battle of Cerignola) และ ยุทธการการิกลิอาโน (Battle of Garigliano) ต่อสเปนภายใต้การนำของ กอนซาโล แฟร์นานเดซ เดอ คอร์โดบา พระเจ้าหลุยส์ก็ทรงจำต้องเลิกยึดเนเปิลส์และถอยทัพกลับไปยังลอมบาร์ดี

สนธิสัญญา[แก้]

สนธิสัญญาลิยงส์ที่ลงนามกันเมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1504 ระหว่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 12 แห่งฝรั่งเศสทรงยกเนเปิลส์แก่พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งสเปน ตามข้อตกลงในสนธิสัญญาฝรั่งเศสยกเนเปิลส์แก่สเปน นอกจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ยังระบุดินแดนในการปกครองของแต่ละฝ่ายในอิตาลี ฝรั่งเศสได้ดินแดนทางตอนเหนือของอิตาลีตั้งแต่มิลาน ส่วนสเปนได้ซิซิลีและอิตาลีตอนใต้

สนธิสัญญาบลัวส์ที่ลงนามกันเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1504 เป็นสนธิสัญญาที่เสนอการเสกสมรสระหว่างคาร์ลแห่งลักเซมเบิร์กผู้ต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ กับ โคลดแห่งฝรั่งเศส พระราชธิดาในพระเจ้าหลุยส์ที่ 12 และ แอนน์แห่งบริตานี

ในกรณีที่พระเจ้าหลุยส์เสด็จสวรรคตโดยไม่รัชทายาทที่เป็นชาย คาร์ลแห่งลักเซมเบิร์กก็จะได้รับสินสอดทองหมั้นเป็นอาณาจักรดยุคแห่งมิลาน, อาณาจักรดยุคแห่งเจนัวและรัฐบริวาร, อาณาจักรดยุคแห่งบริตานี, อาณาจักรเคานท์แห่งอาสตี และ อาณาจักรเคานท์แห่งบลัวส์, อาณาจักรดยุคแห่งเบอร์กันดี, เมืองอุปราชแห่งโอซอน, โอแซร์รัวส์, มาซงเนส์ และ บาร์-เซอร์-แซน

อ้างอิง[แก้]

  • Phillips, Charles and Alan Axelrod. Encyclopedia of Wars. New York: Facts on File, 2005. ISBN 0-8160-2851-6.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]