ศิลาโรเซตตา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศิลาโรเซตตาในบริติชมิวเซียม

ศิลาโรเซตตา (อังกฤษ: Rosetta) เป็นหินแกรนิตสีเทาเข้มแกมชมพู (เดิมคิดว่ามีส่วนประกอบของหินบะซอลต์) เป็นศิลาจารึก 2 ภาษา คือภาษาอียิปต์ และภาษากรีก โดยใช้อักษร 3 แบบ คือ อักษรภาพอียิปต์ อักษรเดโมติกของกรีก (ก่อนคริตสกาล 520 ปี) และอักษรกรีก นับเป็นจารึกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการศึกษาประวัติศาสตร์และภาษาอียิปต์โบราณ เนื่องจากนักโบราณคดีรู้ภาษากรีก ทำให้สามารถไขความหมายจากอักษรอื่น ๆ ซึ่งจารึกไว้โดยมีเนื้อความอย่างเดียวกันได้

ศิลานี้จารึกขึ้นเมื่อวันที่ 18 ของเดือนที่ 2 แห่งฤดูหนาว อันเป็นปีที่ 9 ของรัชกาลพระเจ้าปโตเลมีที่ 5 (ตรงกับวันที่ 27 มีนาคม ปีที่ 196 ก่อนคริสตกาล) บรรดานักบวชแห่งเมืองเมมฟิส ได้มาชุมนุมและได้ออกประกาศซึ่งเฉลิมฉลองพระเกียรติยศในการขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์ที่เพิ่งผ่านวันครบรอบ 14 พรรษา[1]

ศิลาโรเซตตาได้ขุดค้นพบที่เมืองโรเซตตา (ปัจจุบันคือเมืองราชิด) ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2342 (ค.ศ. 1799) โดยกองทัพฝรั่งเศสนำโดยนโปเลียน โบนาปาร์ตบุกยึดครองอียิปต์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2365 (ค.ศ. 1822) ชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งชื่อ ชอง-ฟรองซัวส์ ชอมโปลิยง (Jean-François Champollion) ได้ไขความลับอักษรภาพอียิปต์ได้ ซึ่งสามารถถือได้ว่าเป็นปฐมบทสมัยใหม่ของไอยคุปต์วิทยาก็ว่าได้[2]

ศิลาโรเซตตานี้ถูกนำไปจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์อังกฤษ ประเทศอังกฤษ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2345 (ค.ศ. 1802) เป็นต้นมา โดยเว้นอยู่ช่วงหนึ่งเท่านั้น ครั้นปลายสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2460 (ค.ศ. 1917) ทางพิพิธภัณฑ์กังวลว่าจะมีการระเบิดอย่างหนักในกรุงลอนดอน จึงได้ย้ายจารึกนี้ไปยังสถานที่ปลอดภัย พร้อมกับวัตถุสำคัญอื่นๆ ที่สามารถจะเคลื่อนย้ายได้สะดวก อีกสองปีต่อมา จารึกนี้ได้อยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินโพสทัลบูบ ซึ่งลึกลงไป 50 ฟุต ที่เมืองโฮลบอร์น

จารึกแท่งนี้มีความสูง 114.4 เซนติเมตร ปลายยอดแหลม มีความกว้าง 72.3 เซนติเมตร และหนา 27.3 เซนติเมตร หนัก 762 กิโลกรัม

อ้างอิง[แก้]

  1. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับปีที่ 29 ฉบับที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 หน้า 164
  2. ไบรอัน แฟรแกน, คุณากร วาณิชย์วิรุฬ, อียิปต์ ปฐพีแห่งฟาโรห์, อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2548