วิศวกรรมสังคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

การโจมตีแบบวิศวกรรมสังคม (Social Engineering ) คือ ปฏิบัติการจิตวิทยาซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการโจมตี เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากนัก และส่วนใหญ่จะใช้ได้ผลดี การโจมตีแบบวิศวกรรมสังคมจะเกี่ยวกับการหลอกให้บางคนหลงกลเพื่อเข้าระบบ เช่น การหลอกถามรหัสผ่าน การหลอกให้ส่งที่สำคัญให้ ซึ่งการโจมตีประเภทนี้ไม่จำต้องใช้ความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือการเจาะระบบเลย วิศวกรรมสังคมเป็นจุดอ่อนที่ป้องกันยากเพราะเกี่ยวข้องกับคน

รูปแบบการโจมตีแบบวิศวกรรมสังคม[แก้]

การหลอกลวงทางโทรศัพท์[แก้]

รูปแบบการโจมตีแบบวิศวกรรมสังคมโดยส่วนใหญ่จะใช้โทรศัพท์[1]ถามข้อมูลโดยหลอกว่าตนเป็นผู้ได้รับอนุญาตหรือเป็นผู้มีอำนาจ การบอกให้ผู้ถูกโจมตีโอนเงินไปให้ผู้โจมตี มีการหลอกล่อหลายรูปแบบโดนการอาศัยวิธีทางจิตวิทยา เช่น หลอกลวงว่าผู้ถูกโจมตีเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัล โดยอาจใช้เทคนิคการซ่อนหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อปิดบังหมายเลขโทรศัพท์ส่งผลให้ไม่สามารถยืนยันผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาได้ จนทำให้หลงเชื่อและแจ้งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถูกโจมตีให้แก่ผู้โจมตีได้ รวมทั้งการหลอกให้ไปยืนยันการได้รับรางวัลที่เครื่อง ATM และให้ดำเนินการตามที่ผู้โจมตีบอกขั้นตอน ซึ่งเป็นการหลอกให้โอนเงินไปให้ ตัวอย่างเช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกลวงประชาชน ซึ่งจะดำเนินการอยู่ใน 2 ลักษณะ คือ จะโทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่า ได้รับคืนเงินภาษี หรือ ได้รับรางวัล และการหลอกลวงโดยขู่ว่า เป็นหนี้บัตรเครดิต และฐานข้อมูลกำลังถูกเจาะเข้าระบบ และจะพูดจาหว่านล้อมให้ไปทำธุรกรรมทางตู้เอทีเอ็ม

การค้นข้อมูลจากถังขยะ (Dumpster Diving)[แก้]

การค้นข้อมูลจากถังขยะ (Dumpster Diving)[2] เพื่อค้นหาข้อมูลจากเอกสารที่ทิ้ง ซึ่งในนั้นอาจมีคู่มือการใช้งาน รหัสผ่านที่เขียนไว้ในกระดาษ เป็นต้น ถังขยะนั้นอาจจะไม่ใช่ถังขยะในสายตาของนักเจาะระบบ ถังขยะปกติแล้วจะประกอบไปด้วยเอกสารชิ้นเล็กชิ้นน้อยและข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ผู้บุกรุกอาจนำข้อมูลแต่ละชิ้นจากถังขยะเหล่านั้นมาปะติดปะต่อเป็นข้อมูลที่สมบูรณ์ และทำให้สามารถเข้าถึงระบบได้จากวิธีการนี้ หรือบางครั้งข้อมูลที่ได้อาจทำให้การปลอมแปลงตัวของผู้บุกรุกนั้นแนบเนียนน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

ฟิชชิ่ง (Phishing)[แก้]

ฟิชชิง (อังกฤษ: phishing) คือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต[3] เพื่อขอข้อมูลที่สำคัญเช่น รหัสผ่าน หรือหมายเลขบัตรเครดิต โดยการส่งข้อความผ่านทางอีเมลหรือเมสเซนเจอร์ ตัวอย่างของการฟิชชิง เช่น ผู้โจมตีอาจส่งอีเมลและบอกว่ามาจากองค์กรที่ถูกกฎหมายแล้วหลอกให้คลิกเข้าไปยังเวปไวต์ แทนที่จะเป็นเวปจริงๆแต่กลับเป็นเวปไซต์หลอกที่มีหน้าตาเหมือนเว็บไซต์จริง ผู้ใช้จะถูกถามให้กรอกยูสเซอร์เนม และพาสเวิร์ดเพื่อยืนยันเจ้าของบันชีธนาคาร หรือข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิต ซึ่งผู้โจมตีก็จะได้ข้อมูลนั้นไป

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • สัณห์ชัย หยีวิยม. การป้องกันการเจาะระบบ. สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ. มหาวิทยาลัย พะเยา. 2553.
  • จตุชัย แพงจันทร์. Master in Security. โรงพิมพ์อินโฟเพรส. นนทบุรี. 2550.